<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340</id><updated>2011-11-28T07:43:03.745+07:00</updated><title type='text'>นปช. แดงทั้งแผ่นดิน ชุมชนคนเสื้อแดงรักประชาธิปไตย</title><subtitle type='html'>เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่ ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่ เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11199547351617673795</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_Z6bxSyXkOLk/S8U5_y7RaRI/AAAAAAAAABE/UfQT9CaqeLI/S220/39logo.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>93</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-2591051459370331759</id><published>2010-12-23T21:22:00.000+07:00</published><updated>2010-12-23T21:22:12.803+07:00</updated><title type='text'>วาทะ แกนนำ</title><content type='html'>เราเกิดบนผืนแผ่นดิน เราโตบนผืนแผ่นดิน  เราก้าวเดินบนผืนแผ่นดิน&lt;br /&gt;เมื่อเรายืนอยู่บนดิน  เราจึงห่างไกลเหลือเกินจากท้องฟ้า&lt;br /&gt;เมื่อเรายืนอยู่บนดิน  เราต้องแหงนคอตั้งบ่า แล้วเราก็รู้ว่า ฟ้าอยู่ไกล&lt;br /&gt;เมื่อเราอยู่บนดิน แล้วก้มหน้าลงมา เราจึงรู้ว่า เรามีค่าเพียงดิน&lt;br /&gt;แต่ด้วยพลังของคนเสื้อแดง ที่มันจะมากขึ้น ทุกวัน ทุกวัน &lt;br /&gt;ขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกนาที ทุกนาที ทุกนาที&lt;br /&gt;แม้เรายืนอยู่บนผืนดิน แม้เราพูดอยู่บนผืนดิน แต่จะได้ยินถึงบนท้องฟ้า&lt;br /&gt;เสียงไชโยโห่ร้อง ของเราในยามนี้  จากคนที่มีค่าเพียงดิน  &lt;br /&gt;จากคนที่เกิดและเติบโตบนผืนแผ่นดิน จะได้ยินถึงบนท้องฟ้า แน่นอน&lt;br /&gt;ข้า จะบอกดินบอกฟ้าว่า “คนอย่างข้าก็มีหัวใจ”&lt;br /&gt;ข้า จะบอกดินบอกฟ้าว่า “ข้าก็คือคนไทย”&lt;br /&gt;ข้า จะถามดินถามฟ้า“ว่าถ้าไม่มีที่ยืนที่สมคุณค่าจะให้ข้าหาที่ยืนเองหรืออย่างไร”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากให้พี่น้องได้แน่ใจ  ว่าสิ่งที่เราทำอยู่ ไม่ผิด &lt;br /&gt;ว่าสิ่งที่เราทำไม่ใช่การทำร้ายประเทศไทย&lt;br /&gt;ว่าสิ่งที่เราทำไม่ใช่เป็นการรับจ้าง หรือ รับใช้ผลประโยชน์ทางการเมือง ของใคร&lt;br /&gt;แต่สิ่งที่เราทำเพียงเพราะเราต้องการ “ประชาธิปไตย”&lt;br /&gt;แล้วถามว่าเราทำไมต้องการประชาธิปไตย ประชาธิปไตยมันสำคัญอย่างไร&lt;br /&gt;ก็มันสำคัญตรงที่ว่ามันเป็น “การปกครองของเรา”&lt;br /&gt;ร่มเกล้าราชการที่ 7 ได้พระราชทานอำนาจมาโดยการร้องขอของประชาชน&lt;br /&gt;ในกระนามคณะราษฎรแล้วหลังจากนั้นเราก็ เป็นประชาธิปไตยมาตลอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราจะไม่ลุกมาต่อสู้เลย &lt;br /&gt;ถ้าประเทศนี้ประกาศว่า เป็น “อำมาตยาธิปไตย” มาตั้งแต่ต้น&lt;br /&gt;เราจะไม่ลุกมาต่อสู้เลย &lt;br /&gt;ถ้าประเทศนี้ไม่ประกาศหลอกผู้คนว่า ประเทศนี้เป็นประชาธิปไตย&lt;br /&gt;ก็คุณเปิดเผยออกมา ว่าคุณต้องใหญ่ในประเทศนี้เพียงกลุ่มเดียว&lt;br /&gt;คุณก็บอกมา ว่าประชาชนมันก็มีค่าเสมอไพร่&lt;br /&gt;คุณก็บอกมา ว่าประชาชนมันเป็นเพียงก้อนอิฐก้อนดินที่คุณจะเหยียบย่ำ หรือจับวางตรงไหนก็ได้&lt;br /&gt;ก็บอกมา ว่าประชาชนมันเป็นเพียงเศษหินเศษดิน ที่คุณจะเอาเป็นรากฐานของอำนาจให้คุณยิ่งใหญ่ตลอดไป&lt;br /&gt;คุณก็บอกมา ว่าประชาชนไม่มีโอกาสจะเป็นใหญ่ในประเทศนี้  ในฐานะเจ้าของอำนาจ&lt;br /&gt;แต่ถ้าคุณไม่พูด เราก็จะสู้.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ผ่านมาหัวใจประชาธิปไตยถูกเหยียบย่ำมามากแล้ว เราถูกเหยียบย่ำจนยับเยิน  &lt;br /&gt;แล้วจะมาเดินข้ามหัวเราไป  แล้วก็บอกว่าให้สงบเพื่อสันติภาพ&lt;br /&gt;คุณจะอุ้มคนกลุ่มหนึ่ง แล้วเหยียบหัวคนอีกกลุ่มหนึ่ง&lt;br /&gt;แล้วหันไปถุยน้ำลายใส่หัวคนที่คุณเหยียบ  แล้วบอกว่ามึงอย่าแหยมหน้ามานะ  เพื่อสันติภาพ  ถุย!..&lt;br /&gt;ผมอยากจะบอกให้พวกคุณทราบ ว่าในผืนแผ่นดินนี้ &lt;br /&gt;หากไม่มีความยุติธรรม ก็ไม่ต้องถามหาคำว่าสันติภาพ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราจะชนะวันไหน ชนะเมื่อไหร่ไม่สำคัญ &lt;br /&gt;แต่สิ่งหนึ่งจงภูมิใจ ที่ท่านเป็นส่วนหนึ่ง &lt;br /&gt;ในการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ของประเทศไทย&lt;br /&gt;รับภาระหนึ่ง โดยการกำอนาคตที่เลวร้ายของประเทศไทยไว้  แล้วนำมันไปสู่สิ่งที่ดีกว่า&lt;br /&gt; สู่อนาคตที่ดีกว่า  เพื่อลูกหลานของเรา เพื่อประเทศไทยของเรา......&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ถึงเจ็บปวดนักหนาในวันนี้ .......&lt;br /&gt;...ก็ไม่มีถ้อยคำจะพร่ำบน.........&lt;br /&gt;...เพราะเชื่อมั่นบนศรัทราประชาชน...&lt;br /&gt;...ว่าวันพรุ่งความจริงจะหวนคืน......&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-2591051459370331759?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/2591051459370331759/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/12/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/2591051459370331759'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/2591051459370331759'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/12/blog-post.html' title='วาทะ แกนนำ'/><author><name>Admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11199547351617673795</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_Z6bxSyXkOLk/S8U5_y7RaRI/AAAAAAAAABE/UfQT9CaqeLI/S220/39logo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-5151190109136876173</id><published>2010-09-14T02:36:00.000+07:00</published><updated>2010-09-14T02:38:17.903+07:00</updated><title type='text'>ข้อเรียกร้องให้ขับพรรคประชาธิปัตย์จากสมาชิกภาพของสหพันธ์เสรีนิยมสากล</title><content type='html'>นาย Hans van Baalen, MEP &lt;p&gt;ประธานสหพันธ์เสรีนิยมสากล (the Liberal International)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;cc:The Bureau of the Liberal International, International Officers of  the Liberal International’s Full Members and Observer Members.&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ลอนดอน, 30 สิงหาคม 2553&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt; &lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;จดหมายเปิดผนึก&lt;strong&gt; &lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ข้อเรียกร้องให้ขับพรรคประชาธิปัตย์จากสมาชิกภาพของสหพันธ์เสรีนิยมสากล&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เรียน  Hans van Baalen ที่เคารพ,&lt;/p&gt; &lt;p&gt;สหพันธ์เสรีนิยมสากลกำหนดให้สมาชิกของสหพันธ์ยอมรับและปฏิบัติตามข้อ บัญญัติในแถลงการณ์เสรีนิยม 1947 คำประกาศแห่งกรุงออกซ์ฟอร์ด 1967   และข้อเรียกร้องเสรีนิยมแห่งโรม 1981  แต่หลายปีที่ผ่านมา  พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นสมาชิกเต็มมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติหรือแม้แต่ เชื่อมั่นในแนวทางเหล่านี้เหล่านี้แม้แต่น้อย  และจากหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการกระทำที่เป็นปริปักษ์ต่อแนวทางเสรีนิยม ของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีอยู่มากมาย  เราจึงขอเรียกร้องให้สหพันธ์เสรีนิยมสากลขับพรรคประชาธิปัตย์ออกจาการเป็น สมาชิกภาพ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span id="more-398"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้ขึ้นสู่อำนาจเมื่อเดือนธันวาคมปี 2551  โดยคำตัดสินของศาลที่พิพากษาให้การเลือกตั้งปีก่อนหน้านั้นเป็นโมฆะ  พรรคได้ดำเนินการทำลายระบอบประชาธิปไตย เสรีภาพการพูด  สิทธิทางการเมืองและพลเรือน และนโยบายคุ้มครองชนกลุ่มน้อยในประเทศไทย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ประการแรก พรรคประชาธิปัตย์ได้ทำลายเสรีภาพแห่งการแสดงออกอย่างเป็นระบบ โดยการ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ก) ฟ้องร้องฝ่ายตรงข้ามโดยใช้กฎหมายอันกดขี่ เช่นกฎหมายอันเข้มงวดอย่างกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและ&lt;em&gt;พระราชบัญญัติ&lt;/em&gt;ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ&lt;em&gt;คอมพิวเตอร์&lt;/em&gt;&lt;em&gt; &lt;/em&gt;จะเห็นได้จากสถิติการดำเนินคดีเหล่านี้ ในปี 2552&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ข) ปิดกั้นข้อมูลข่าวสารทางเลือกอื่น รวมถึงสถานีทีวีฝ่ายตรงข้าม วิทยุชุมชนหลายสถานี&lt;/p&gt; &lt;p&gt;และเวปไซต์อีกกว่า50000 ถูกสั่งปิดโดยรัฐบาล&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ประการที่สอง  พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการใช้ความรุนแรงและระบบศาลเตี้ยเพื่อกำจัดฝ่ายตรง ข้าม เป็นผลทำให้ประชาชนผู้ไม่มีอาวุธเสียชีวิตกว่าร้อยราย  และบาดเจ็บอีกราวสองพันราย ตามรายงานข่าวของนักข่าวไร้พรมแดนกล่าวว่า  ระหว่างการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น  รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้ออก “ใบอนุญาตสังหาร” ให้กับกองทัพไทย  เพื่อให้กองกำลังความมั่นคงใช้ในการ  “หลีกเลี่ยงที่จะปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและระบบกฎหมายไทยที่ปกป้อง ประชาชน”&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ประการที่สาม Human right watch  ได้กล่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์แสดงให้เห็นถึง “  พฤติกรรมที่ไม่เคารพสิทธิมนุษยชนและระบบกฎหมายอย่างต่อเนื่อง”  เมื่อไม่นานมานี้พรรคได้ใช้อำนาจเผด็จการผ่านทางกฎหมายที่ไม่ความชอบธรรม อย่างพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อระงับสิทธิพลเรือนและสิทธิทารเมืองซึ่งเป็นสิทธิที่ ประกันไว้ในรัฐธรรมนูญ   กระทำดังกล่าวเป็นการทำลายระบบนิติรัฐไม่ต่างจากการทำรัฐประหาร  องค์การนิรโทษกรรมสากลประจำประเทศไทยได้กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า  พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้รองรับจุดประสงค์ของรัฐบาลที่ต้องการจะ  “กดขี่ระบบกฎหมายและฝ่าตรงข้าม”&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ประการที่สี่  พรรคประชาธิปัตย์ได้แสดงความไม่ประสงค์ที่จะปกป้องสิทธิของชนกลุ่มน้อยที่ ถูกดำเนินคดีทางการเมืองในประเทศเพื่อน ส่งผลให้ชาวโรฮิงญาราว  500รายเสียชีวิตเพราะขาดน้ำและอาหาร  หลังจากที่กองทัพไทยได้ผลักเรือที่ปราศจากเครื่องยนต์หรือเข็มทิศนำทางของ ชาวโรฮิงญาออกไปยังน่านน้ำทะเลสากล  พรรคประชาธิปัตย์ยังละเมิดกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศด้วยการส่งผู้ลี้ ภัยทางเมืองชาวม้ง4000คนกลับไปยังประเทศลาวในปี 2552  ซึ่งเป็นประเทศที่พวกเขาถูกดำเนินคดีทางการเมืองและทรมานเมื่อถูกประชาคมโลก วิจารณ์ สมาชิกสภาราษฎรจากพรรคประชาธิปัตย์&lt;em&gt;นายไกรศักดิ์&lt;/em&gt;&lt;em&gt; &lt;/em&gt;&lt;em&gt;ชุณหะ&lt;/em&gt;วัณ กล่าวตอบโต้ว่าประเทศไทยไม่มีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามกระบวนของข้าหลวง ใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ  เพราะประเทศไทยไม่ได้ลงนามร่วมในสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ว่าด้วยการปกป้อง สิทธิของผู้ลี้ภัย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ประการที่ห้า  พรรคมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)  ซึ่งเป็นกลุ่มที่ที่ต้องรับผิดชอบต่อการยึดทำเนียบรัฐบาลเป็นเวลา 3เดือน  และยึดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิเป็นเวลา 1อาทิตย์  และการยั่วยุทำให้เกือบจะเกิดสงครามระหว่างไทย-กัมพูชาในหลายครั้งตั้งแต่ปี  2551 นอกจากจะนิยมลัทธิคลั่งชาติ ต่อต้านแนวคิดแบบประชาธิปไตยแล้ว  สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลายคนยังเป็นแกนนำกลุ่มพันธมิตร  ภายใต้การนำรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์  กลุ่มพันธมิตรไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำอันรุนแรงในความพยายามล้มรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เราอาจสามารถเข้าใจได้ว่าสหพันธ์เสรีนิยมสากลอาจจะยอมรับใน“ความหลากหลาย ของกลุ่มประเทศสมาชิก”ตามแนวทางเสรีนิยม  โดยเฉพาะประเทศที่ยังไม่มีประชาธิปไตยเต็มใบ อย่างไรก็ตาม  เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเข้าใจว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ประยุกต์ใช้  “เสรีนิยมกับความเป็นไทย”  อันที่จริงแล้วพรรคได้กระทำในสิ่งที่ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;สหพันธ์เสรีนิยมสากลมีสมาชิกอย่างพรรคประชาธิปัตย์ที่ทำลายความเป็น ประชาธิปไตย  และรักษาอำนาจของตนด้วยการอาศัยการสนับสนุนจากกองทัพและสถาบันที่ไม่ได้มา จากการเลือกตั้งและยังปฏิเสธที่ความชอบธรรมของการเลือกตั้ง  สหพันธ์เสรีนิยมสากลยังมีสมาชิกอย่างพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นผู้นำรัฐบาลที่ มีการปิดกั้นข่าวสารอย่างหนักอย่าง  มีระบบการดำเนินคดีกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองโดยการบิดเบือนกระบวนการทาง กฎหมาย และเพิกเฉยต่อสิทธิพลเรือนและสิทธิทางการเมืองของประชาชน  และสหพันธ์เสรีนิยมสากลมีสมาชิกอย่างพรรคประชาธิปัตย์ที่สนับสนุนการผูกขาด ทางเศรษฐกิจทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ  นอกจากนี้พรรคยังใช้ภาษาที่ลดความเป็นมนุษย์ต่อฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอย่าง เป็นปกติวิสัยและเพื่อจะสร้างความชอบธรรมในการกดขี่คนกลุ่มน้อย  พรรคยังเลือกที่จะยอบรับการกระทำอันรุนแรงที่เหล่าผู้นำพรรคมีส่วนเกี่ยว ข้องโดยการร่วมมือกับองค์กรกึ่งเผด็จการฟาสซิสต์อย่างกลุ่ม&lt;/p&gt; &lt;p&gt;พันธมิตร&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นอกจากจะห่างไกลจากการเป็นพรรค “เสรีนิยม”  พรรคประชาธิปัตย์แห่งประเทศไทยยังเป็นศูนย์รวมของนโนบายต่อต้านประชาธิปไตย และเต็มไปด้วยแนวทางที่พรรคที่เชื่อมั่นในเสรียมอย่างแท้จริงในประเทศยุโรป และที่อื่นต่อต้านมาเป็นเวลากว่าสองทศวรรษ  เรา้เชื่อว่าสหพันธ์เสรีนิยมสากลจะไม่ยอมเสียชื่อเพราะมีพรรคที่ เป็น“ประชาธิปไตย”เพียงในนามเท่านั้นเป็นสมาชิก&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เราได้แนบเอกสารทั้ง  23หน้าอธิบายถึงการกระทำและแนวทางความคิดของพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นปริ ปักษ์ต่อแนวทางเสรีนิยม จากหลักฐานดังกล่าว  เราขอเรียกร้องให้สหพันธ์เสรีนิยมสากลขับพรรคประชาธิปัตย์ออกจากการเป็น สมาชิกอย่างเร่งด่วน  เพราะการกระทำของพรรคประชาธิปัตย์จะองค์การสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศประณาม สหพันธ์เสรีนิยมสากล  กระทำของพรรคยังเป็นปริปักษ์ต่อนโยบายของสหพันธ์เสรีนิยมสากลที่พยายามเผล แพร่แนวทางเสรีนิยมทั่วโลก  นอกจากนี้การกระทำของพรรคประชาธิปัตย์ที่พยายามจะกำจัดฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลยัง คงอยู่ในช่วงดำเนินการ  ดังนั้นการกดดันจากประชาคมโลกจะช่วยนำแนวทางเสรีนิยมประชาธิปไตยกลับมาสู่ ประเทศไทย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;รายงาน Chatham  Houseที่เขียนโดยอดีตเอกอัครราชทูตออสเตรเลียเมื่อไม่นานมานี้  ได้กล่าวว่าประชาคมโลกควรจะร่วมกันกดดันรัฐบาลให้ยกเลิกการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  การขี่ฝ่ายตรงข้ามอย่างเป็นระบบ และการจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป  เพื่อที่จะนำไปสู่แนวทางปรองดองสมานฉันท์ของทั้งสองฝ่าย  สหพันธ์เสรีนิยมสากลคือหนึ่งในองค์กรระหว่างประเทศที่มีอิทธิพลที่จะกดดัน พรรคประชาธิปัตย์  และการกดดันดังกล่าวอาจจะช่วยนำแนวทางเสรีนิยมกลับสู่ประเทศที่ระบอบเสรี นิยมประชาธิปไตยกำลังถูกทำลาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="cats"&gt;&lt;em&gt;อ่านเพิ่มเติมที่&lt;/em&gt; &lt;a href="http://robertamsterdam.com/thai/?cat=7" title="ดูเรื่องทั้งหมดใน โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม" rel="category"&gt;โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-5151190109136876173?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/5151190109136876173/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_9606.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/5151190109136876173'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/5151190109136876173'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_9606.html' title='ข้อเรียกร้องให้ขับพรรคประชาธิปัตย์จากสมาชิกภาพของสหพันธ์เสรีนิยมสากล'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-6742356921008168837</id><published>2010-09-14T02:21:00.000+07:00</published><updated>2010-09-14T02:29:10.330+07:00</updated><title type='text'>ใครสั่ง</title><content type='html'>&lt;p&gt; &lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_dMpI2XX8YYY/TIYEhYHlQtI/AAAAAAAAGAk/RPGZQTTrCUU/s1600/41087_142251045816484_100000947675946_192396_6595816_n.jpg"&gt;&lt;img style="display: block; margin: 0px auto 10px; text-align: center; cursor: pointer; width: 399px; height: 264px;" src="http://3.bp.blogspot.com/_dMpI2XX8YYY/TIYEhYHlQtI/AAAAAAAAGAk/RPGZQTTrCUU/s400/41087_142251045816484_100000947675946_192396_6595816_n.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5514099765218198226" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;span onmouseover="_tipon(this)" onmouseout="_tipoff()"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;ใครสั่ง  เล็กชิ้นสด&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt; &lt;span onmouseover="_tipon(this)" onmouseout="_tipoff()"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;ลูกชิ้นหมดจะเอาไหม ?&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span onmouseover="_tipon(this)" onmouseout="_tipoff()"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;ใครสั่ง  เปื่อยเส้นใหญ่&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt; &lt;span onmouseover="_tipon(this)" onmouseout="_tipoff()"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;เอ้าจัดให้ไม่ต้องรอ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt; &lt;span onmouseover="_tipon(this)" onmouseout="_tipoff()"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;ใครสั่ง  หมี่ขาวตับ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt; &lt;span onmouseover="_tipon(this)" onmouseout="_tipoff()"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;ได้เลยครับหมูปะช่อ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt; &lt;span onmouseover="_tipon(this)" onmouseout="_tipoff()"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;ใครสั่ง  น้ำตกต่อ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt; &lt;span onmouseover="_tipon(this)" onmouseout="_tipoff()"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;ใส่เลือดไพร่ไม่ขาดตอน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt; &lt;span onmouseover="_tipon(this)" onmouseout="_tipoff()"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;ใครสั่ง  เป็นสั่งตาย&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt; &lt;span onmouseover="_tipon(this)" onmouseout="_tipoff()"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;บอกผู้ร้ายหน้าสลอน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt; &lt;span onmouseover="_tipon(this)" onmouseout="_tipoff()"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;ใครสั่ง  ไม่รู้ร้อน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt; &lt;span style="" onmouseover="_tipon(this)" onmouseout="_tipoff()"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;ซ้ำยังนอนหลับเต็มตา&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt; &lt;span onmouseover="_tipon(this)" onmouseout="_tipoff()"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;ใครสั่ง  เส้นหมี่เหลือง&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt; &lt;span onmouseover="_tipon(this)" onmouseout="_tipoff()"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;ปรุงครบเครื่องอย่ารอท่า&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt; &lt;span style="" onmouseover="_tipon(this)" onmouseout="_tipoff()"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;ใครสั่ง  ยอมรับมา&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt; &lt;span onmouseover="_tipon(this)" onmouseout="_tipoff()"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;ใครสั่งฆ่าประชาชน !!!&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt; &lt;span onmouseover="_tipon(this)" onmouseout="_tipoff()"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;ใครสั่ง  สัดกับหมา&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt; &lt;span onmouseover="_tipon(this)" onmouseout="_tipoff()"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;ใครสั่งฆ่าประชาชน !!!&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span onmouseover="_tipon(this)" onmouseout="_tipoff()"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;em&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;em&gt;&lt;strong&gt;โดย&lt;/strong&gt; ลูกชิ้นประชาชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา: ไทยอีนิวส์&lt;br /&gt;&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-6742356921008168837?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/6742356921008168837/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_8695.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/6742356921008168837'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/6742356921008168837'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_8695.html' title='ใครสั่ง'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_dMpI2XX8YYY/TIYEhYHlQtI/AAAAAAAAGAk/RPGZQTTrCUU/s72-c/41087_142251045816484_100000947675946_192396_6595816_n.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-6062641216723704593</id><published>2010-09-14T02:15:00.002+07:00</published><updated>2010-09-14T02:21:50.990+07:00</updated><title type='text'>ถ้าไม่ปล่อยนักโทษการเมือง  ก็ไม่ต้องพูดเรืองอื่น</title><content type='html'>วัฒนะ วรรณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;19 กันยายน 2553 นี้ก็ครบ 4 ปี ของการรัฐประหารแล้ว เกิดอะไรขึ้นในประเทศไทยบ้าง เรามีทหารครองอำานาจผ่านรัฐบาลพลเรือนมือเปื้อนเลือด เราเห็นคนตายเมื่อ 10 เมษายน เราเห็นคนตายเมื่อเดือนพฤษภาคม เราเห็นความป่าเถื่อนของชนชั้นสูงในประเทศนี้ เราเห็นหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น เราเห็นภาพแท้ของประเทศไทย เราเห็นความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ว่าแท้จริงแล้วเกิดจากสิ่งใดกัน&lt;br /&gt;        เรามีนักโทษการเมืองกว่า 400 คนที่จังหวัดปทุมธานี สมุทรปราการ อยุธยา อุบลฯ อุดรฯ ขอนแก่น มุกดาหาร เชียงใหม่ เชียงราย น่าน นครปฐม และกรุงเทพ พวกเจาถูกจับคุมขังและห้ามประกันตัว เพราะคิดต่างจากผู้มีอำนาจ เพราะกล้าลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง นี่แหละภาพแท้จริงประเทศไทย&lt;br /&gt;        เราจะทำอย่างไรกันต่อ เราคงมีทางเลือกอยู่สองทาง หนึ่งยอมจำนนเป็นไพร่ไปตลอดชีวิต จนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานอีกหลายร้อยปี กับสอง ลุกขึ้นมาสู้ต่อ เยี่ยงนักต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ผมคิดว่าพวกเราเลือกข้อสอง&lt;br /&gt;      เราจะสู้กันอย่างไร? เป็นคำถามสำคัญ อย่างแรกต้องเรียกความมั่นใจของเรา ของกลุ่มเรา ของเพื่อนพี่น้องเรากลับมาก่อน หาทางรวมกลุ่มกันให้มั่น ปลุกปลอบ สร้างขวัญกำลังใจให้กันและกันอย่างต่อเนื่อง ออกปฏิบัติการในรูปแบบที่ทำได้ เช่น กิจกรรมวันอาทิตย์สีแดง หรือเข้าร่วมสมัชชา 19 พฤษภาคม เพื่อท้าทายพวกอำมาตย์ทางการเมือง&lt;br /&gt;       สองกำหนดเป้าหมายเฉพาะหน้า นั่นคือต้องมีการปล่อยนักโทษการเมืองทุกคนทันที โดยไม่มีเงื่อนไข สิ่งนี้เป็นภารกิจสำคัญของนักสู้ประชาธิปไตย เราต้องพูด ต้องรณรงค์ ต้องกระจายข่าว ของพี่น้องที่อยู่ในคุกให้กว้างขวางมากที่สุด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต้องฝึกฝนเพื่อจะนำตนเอง หรือร่วมกันเป็นแกนนอน อย่างที่ คุณสมบัติ พยายามกระทำอยู่ตอนนี้&lt;br /&gt;       เหตุผลที่พวกอำมาตย์จับกุมนักต่อสู้ประชาธิปไตย ไม่ใช่เพราะว่าเขาเข้มแข็ง แต่ด้านกลับพวกเขาอ่อนแอเต็มที่แล้ว จึงใช้มาตรการสุดท้ายที่พวกเขามีอยู่ในมือ นั่นคือคุก ศาล ทหาร ตำารวจ เขาไม่อาจจะครองใจคนส่วนใหญ่ได้อีกต่อไป ไม่สามารถทำให้คนส่วนใหญ่เชื่อและยอมอยู่ภายใต้ระบบการปกครองแบบเดิมได้อีก มันจึงเป็นโอกาสทองที่พวกเราชาวไพร่ จะได้ปลดแอกตนเองเสียที&lt;br /&gt;     นอกจากนั้นเราต้องสร้างกำลังใจให้คนที่อยู่ในคุก ต้องมั่นไปเยี่ยมในเรือนจำ ต้องมั่นไปเยี่ยมญาติพี่น้องของเขาที่บ้าน ใครมีเงินช่วยเงิน ใครมีสิ่งของช่วยสิ่งของ ใครมีแรงช่วยแรง เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ เพราะพวกเขาคือแนวหน้าของนักสู้ประชาธิปไตย เราทอดทิ้งเขาไม่ได้&lt;br /&gt;        เรามีความชอบธรรมในการรณรงค์เพื่อให้รัฐบาลอำมาตย์ปล่อยนักโทษการเมือง เพราะพวกเขาไม่มีความผิด ดังคำที่คุณศราวุฒิ ประทุมราช นักสิทธิมนุษยชนได้พูดไว้ว่า “นปช.ทุกคนคือนักโทษการเมือง ความผิดของนักโทษการเมืองคือไม่มีความผิด”&lt;br /&gt;        ดังนั้นถ้าไม่มีการปล่อยนักโทษการเมืองทั้งหมด ก็ไม่ต้องมาพูดอะไรกันอีก จะตั้งคณะกรรมการมากี่ร้อยกี่พันชุดมันก็ไม่ทำให้สังคมเป็นปกติขึ้นมาได้ &lt;br /&gt;       แต่การจะให้อำมาตย์ปล่อยนักโทษการเมืองนั้นคงไม่ง่าย ต้องกดดันด้วยพลังมวลชนอย่างต่อเนื่อง ต้องสอดประสาน แล้วตั้งเป็นนโยบายเฉพาะหน้าร่วมกัน ทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกองค์กร ว่าเราจะต่อสู้เพื่อปล่อยนักโทษการเมืองให้จงได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา: นสพ.เลี้ยวซ้าย ฉบับที่ 63 กันยายน 2553&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-6062641216723704593?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/6062641216723704593/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_8231.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/6062641216723704593'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/6062641216723704593'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_8231.html' title='ถ้าไม่ปล่อยนักโทษการเมือง  ก็ไม่ต้องพูดเรืองอื่น'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-506455980479827767</id><published>2010-09-14T02:10:00.000+07:00</published><updated>2010-09-14T02:11:00.855+07:00</updated><title type='text'>ว่าด้วย"เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ"</title><content type='html'>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;     &lt;div class="field-items"&gt;             &lt;div class="field-item odd"&gt;                     &lt;p&gt;บดินทร์   สายแสง&lt;/p&gt;         &lt;/div&gt;         &lt;/div&gt; &lt;/div&gt; &lt;p&gt;การปรองดองจะไม่มีทางเป็นไปได้บนสถานะที่แต่ละฝ่ายไม่สามารถเทียบกันได้  (equivalent to) คือ ฝ่ายหนึ่งไม่มีเสรีภาพ  นอกจากนี้ไม่มีความเสมอภาคกับอีกฝ่าย และยังไม่มีภราดรภาพแก่กัน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ระบอบการปกครองปัจจุบันอันเป็นที่ยอมรับและเป็นกระแสหลักนั้นมันไม่ใช่ เพียงแค่ประชาธิปไตยโดดๆ หากแต่มันคือ “เสรีนิยมประชาธิปไตย”  ซึ่งเสรีนิยมประชาธิปไตยนั้น ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบกรีกโบราณ (ซึ่งผู้หญิง  ทาสเองก็ไม่มีสิทธิมีเสียงในทางการเมือง)  คำขวัญสำคัญอันหนึ่งของเสรีนิยมประชาธิปไตยที่ได้มาจากการปฏิวัติฝรั่งเศสก็ คือ Liberté, égalité, fraternité  หรือ “เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ”  ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้ไม่ได้ได้มาพร้อมๆ กัน หรือได้อย่างหลังมาก่อน  แต่มันต้องเริ่มต้นที่เสรีภาพก่อน จึงจะเกิดความเสมอภาค  และสุดท้ายก็จะเกิดภราดรภาพ (สำหรับองค์ประกอบของเสรีนิยมประชาธิปไตย  ดูได้จากหนังสือ อุดมการณ์ทางการเมืองร่วมสมัย ของรศ.ดร.สมเกียรติ วันทะนะ)&lt;/p&gt; &lt;p&gt; ความคิดในคำว่าเสรีภาพ (liberty) ก็ออกจะไม่ยุ่งยากนักคือ “You have  freedom if you have choice. I have liberty if I have choice, if I have  option and if I am able to select among them.” หมายถึง “คุณมีอิสระ  ถ้าคุณมีทางเลือก ฉันมีเสรีภาพ ถ้าฉันมีทางเลือก หากฉันมีตัวเลือก  ฉันก็สามารถที่จะเลือกของพวกเขาได้”  คือไม่ว่ายังไงเสรีนิยมประชาธิปไตยย่อมมีตัวเลือกให้ประชาชนที่หลากหลาย  ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตัวเลือกเดียว เช่นว่า  ถ้าคุณไม่เลือกผมถือว่าคุณไม่รักชาติ?&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ส่วนคำว่าเสมอภาค (equality) นั้นเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความเท่ากัน  หรือมีค่าเท่ากัน (equivalence) ซึ่งก็คือ“people or things are equal when  they are equivalent to each other” หมายถึง  “คนหรือทุกอย่างที่เท่าเทียมกัน เมื่อมีการเปรียบเทียบกัน”  สำหรับความเสมอภาคทางการเมืองนั้นก็คือ  ความมีสิทธิที่เท่าเทียมกันในการมีส่วนร่วมทางการเมือง  และในกระบวนการตัดสินใจต่างๆ เมื่อเกิดความเสมอภาคขึ้นก็จะไม่เจอกับปัญหา  เช่น สองมาตรฐาน? สามมาตรฐาน?&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ภราดรภาพ (fraternity) มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินว่า frater หมายถึง  brother คือความเป็นพี่น้อง หรือเพื่อนร่วมชาติ พูดกันอย่างหยาบๆ ก็คือ  “คนบ้านเดียวกัน” มาอยู่รวมกันแล้วก็เป็นเพื่อนกัน  ซึ่งมันก็จะไม่เกิดคำถามเช่นว่า คุณเป็นคนพื้นเพที่ไหน?  คุณไม่ใช่พวกผมเพราะคุณไม่ได้มาจากที่เดียวกับผม?&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ถ้าจะพูดกันให้ทันสมัยหน่อยสำหรับการเมืองไทย ก็คือคำว่า “ปรองดอง”  (ถ้าจะดูเป็นภาษาอังกฤษก็คือ hamony มาจากภาษากรีกคือ hamonia แปลว่า  การร่วมกัน “joint”,  การตกลงกัน “agreement”, สอดคล้องกัน “concord”   ซึ่งมาจากคำกริยาว่า  harmozo หมายถึง ให้พอดีกัน “to fit together” ,  ให้ร่วมกัน “to join”) ซึ่งคำพูดที่โก้หรูอย่างคำว่า “ปรองดอง”  ดูจะเป็นเป้าหมายที่ทุกๆ ฝ่ายอยากจะให้เป็น แต่เมื่อดูสภาพการณ์ต่างๆ  หรือบริบททางการเมืองแล้ว มันไม่ได้ตอบสนองต่อองค์ประกอบทั้งสามเลย  (แถมออกจะไปในทางตรงกันข้าม)  ถ้าไม่มีองค์ประกอบทั้งสามอย่างนี้ คำว่า  “ปรองดอง” ก็ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้จริง  และสิ่งที่สำคัญการปรองดองนั้นไม่ใช่การเกี้ยเซียะกันเองของนักการเมือง  แต่มันจะต้องเกิดขึ้นตั้งแต่ระดับประชาชน&lt;br /&gt; &lt;/p&gt; &lt;p&gt;ทำไมรัฐ(บาล)ต้องเริ่ม? รัฐ(บาล)ต้องเป็นตนแบบ  ตัวเริ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  เพราะรัฐ(บาล)คือผู้ที่กุมอำนาจของรัฐทั้งหมด  หาใช่ประชาชนหรือกลุ่มการเมืองอื่นๆ รัฐ(บาล)สามารถที่จะประกอบกิจกรรมใดๆ  แม้กระทั่งความรุนแรงโดยชอบธรรมด้วย ดูจากความเห็นเช่น แมกซ์  เวเบอร์เองก็กล่าวถึงว่า  “รัฐคือประชาคมของมนุษย์ที่อ้างสิทธิผูกขาดเหนือการใช้กำลังทางกายภาพโดยชอบ ธรรมภายในอาณาเขตหนึ่งๆ” โดยเวเบอร์ก็อ้างถึงลีออน ทรอตสกี้ที่ว่า  “รัฐทุกรัฐก่อตั้งขึ้นบนฐานของความรุนแรง” หรือแม้แต่คำกล่าวของจอร์จ  วอชิงตันที่ว่า “รัฐบาลไม่มีเหตุผล ไม่สำบัดสำนวน – มันคือกำลัง” เป็นต้น&lt;/p&gt; &lt;p&gt; การปรองดองจะไม่มีทางเป็นไปได้บนสถานะที่แต่ละฝ่ายไม่สามารถเทียบกันได้  (equivalent to) คือ ฝ่ายหนึ่งไม่มีเสรีภาพ  นอกจากนี้ไม่มีความเสมอภาคกับอีกฝ่าย และยังไม่มีภราดรภาพแก่กัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่มา: ประชาไท&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-506455980479827767?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/506455980479827767/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_8930.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/506455980479827767'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/506455980479827767'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_8930.html' title='ว่าด้วย&quot;เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ&quot;'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-4980657835775596664</id><published>2010-09-14T02:08:00.000+07:00</published><updated>2010-09-14T02:10:02.754+07:00</updated><title type='text'>จากนิยายออนไลน์ถึงสังคมไทย : ว่าด้วยความรุนแรงที่เป็นลักษณะเฉพาะของไทย?</title><content type='html'>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;     &lt;div class="field-items"&gt;             &lt;div class="field-item odd"&gt;                     &lt;p&gt;ภัทรัตน์ พันธุ์ประสิทธิ์&lt;/p&gt;         &lt;/div&gt;         &lt;/div&gt; &lt;/div&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;p&gt;หลังจากที่ทดลองติดตามอ่านนิยายออนไลน์ในเวบไซต์แห่งหนึ่งมาเกือบเดือน  ผู้เขียนก็พบข้อสังเกตของชื่อเรื่องที่มักจะขึ้นต้นด้วยคำว่า "อสูร"  "ซาตาน" "มาเฟีย"  หรืออะไรก็ตามที่แสดงให้เห็นถึงพลังที่เหนือกว่าของผู้ชายจะได้รับความนิยม เป็นอย่างมาก  ในขณะเดียวกันจุดร่วมของเนื้อหาของนิยายเหล่านี้ก็ดูจะไม่พ้นเรื่องราวของ ความรักที่มีฉากของการ "ตบจูบ" "ขืนใจ"  หรือการที่ผู้หญิงยินยอมใช้ตัวเองแลกกับเงินหรือครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดู  และหากจะหนักใจผู้เขียนมากขึ้นไปอีกก็คงจะเป็นการบรรยายถึงบทรักทั้งหลายที่ ดุเดือด รุนแรง  และเห็นภาพชัดเจนเป็นอย่างยิ่งแม้ว่าจะมีการควบคุมเนื้อหาของนิยายก็ตาม&lt;/p&gt; &lt;p&gt;บุคลิกของตัวละครผู้หญิงที่ปรากฏในเรื่องก็หนีไม่พ้นผู้หญิงที่ไม่สามารถ จะหาทางออกอื่นได้นอกจากการยินยอมตกเป็นของผู้ชายที่ตนเองไม่ได้รักหรือแม้ แต่ไม่เคยพบหน้า  แต่ในท้ายที่สุดทั้งคู่ก็ครองรักกันอย่างมีความสุขโดยที่บางคู่อาจจะมีพยาน รักพ่วงแถมมาจากความไม่ตั้งใจหรือการใช้กำลังใดๆก็ตามที่ผ่านมาและที่สำคัญ คือ  นิยายประเภทนี้กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วทั้งในเวบไซต์และตลาดหนังสือที่ตี พิมพ์ออกมาเป็นรูปเล่ม&lt;/p&gt; &lt;p&gt;บางทีนี่อาจไม่ใช่ข้อสังเกตที่แปลกใหม่อะไรในสังคมไทยเพราะนิยายประเภท นี้ก็เคยถูกนำมาทำเป็นละครหลายต่อหลายครั้ง  ซึ่งแต่ละครั้งที่สร้างก็ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย  แต่เมื่อมองให้ลึกลงไปแล้วกับความรู้สึกนึกคิดของผู้หญิงในสังคมไทย  เราก็จะพบว่าเรื่องการใช้ความรุนแรงในลักษณะนี้เป็นเรื่องที่สามารถยอมรับ กันได้เป็นปกติ  ผู้เขียนเคยสอบถามเพื่อนที่เป็นผู้หญิงหลายคนเกี่ยวกับความรู้สึกที่ผู้ชาย ที่เป็นคู่รักใช้กำลังกับตน  ผู้หญิงส่วนใหญ่จะตอบว่าเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชายไทยที่สามารถยอมรับได้  และที่หนักกว่านั้นคือบางคนบอกว่าพอใจเพราะรู้สึกว่าผู้ชายกำลังรู้สึกหึง หวงตน นั่นยิ่งแสดงว่าผู้ชายคนนั้นรักคนมาก  และหมายความว่ายิ่งใช้กำลังมากเท่าใด ความรักก็เพิ่มตามไปด้วย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;หลังจากคำถามดังกล่าวยิ่งทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกมึนงงกับทัศคติของหญิงไทย ที่มีต่อการใช้ความรุนแรงทั้งที่ความรุนแรงนั้นเกิดขึ้นกับตัวเองแต่กลับ รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ธรรมดาอย่างนั้นหรือ?&lt;/p&gt; &lt;p&gt;จากกรณีของผู้หญิงเมื่อหันกลับมาสู่สังคมไทยโดยรวม  เราจะพบว่าการใช้ความรุนแรงของผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าก็เป็นเรื่องที่เกิด ขึ้นและได้รับการยอมรับอย่างปกติเช่นเดียวกัน ในสมัยของจอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์ที่ใช้กฎหมายมาตรา 17  ในการควบคุมความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองที่สั่งการได้จากนายกรัฐมนตรีโดย ตรงทำให้เกิดการจับกุมอันธพาลเข้ามาอบรมเพื่อให้กลับสู่สังคมแบบคนดี  เกิดการประหารคนที่ทำให้บ้านเมืองไม่สงบ เช่น การลอบวางเพลิง  การค้าขายฝิ่นและยาเสพติด และการเป็นคอมมิวนิสต์ เป็นต้น  ทั้งที่คนในสังคมเกิดความกลัวเป็นอย่างมากภายใต้สถานการณ์ที่ถูกลิดรอนทั้ง เสรีภาพทางด้านร่างกายและการแสดงออก  แต่ทุกคนก็สามารถยอมรับจอมพลสฤษดิ์ได้และยังถือกันว่าเป็นผู้นำที่ใช้ความ เด็ดขาดในการทำให้สังคมเกิดความสงบเรียบร้อยขึ้นต่างไปจากผู้นำคนอื่นๆที่ เคยผ่านมาและรวมถึงผู้นำในสมัยปัจจุบันด้วย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ไม่เพียงเท่านี้  การเกิดรัฐประหารในประเทศไทยหลายต่อหลายครั้งก็อาจจะกล่าวได้ว่าสืบเนื่องมา จากการปูทางของคนในสังคมเองที่เรียกร้องให้มีการใช้อำนาจเข้ามาจัดการ  "ความไม่เรียบร้อย"  ที่เกิดจากบรรดานักการเมืองที่หวังผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว  คนไทยส่วนใหญ่มักจะเชื่อว่าการใช้ทหารเข้ามาจัดการให้สังคมเป็นระเบียบยิ่ง ขึ้นย่อมจะได้ผลที่ทรงประสิทธิภาพมากกว่าการเลือกตั้งที่มักจะมีการโกงกัน อย่างสกปรกและยังได้ผลมากกว่าการเชื่อมั่นในตัวนักการเมืองอีกด้วย  ภายใต้เหตุการณ์ดังกล่าวเราได้ให้ความชอบธรรมกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นโดย พยายามอธิบายว่าเป็นเรื่องของความเป็นไทยที่ไม่เหมือนใครและไม่จำเป็นจะต้อง มีใครเหมือน  ทั้งยังลงท้ายด้วยการสรุปว่าวัฒนธรรมของไทยเป็นวัฒนธรรมที่สามารถใช้อำนาจ เพื่อจะผดุงความสงบสุขให้กับสังคม  ซึ่งควรจะถือเป็นเรื่องน่ายินดีด้วยซ้ำที่ประเทศอื่นไม่สามารถจะทำตามได้&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ย้อนกลับมาสู่สังคมไทยในปัจจุบันอีกครั้ง  นอกเหนือไปจากกรณีของคนเสื้อแดงที่ถูกสลายการชุมนุมโดยใช้อาวุธ  ในที่นี้ผู้เขียนจะไม่ขออธิบายรายละเอียดลงไปมากนักเพราะเชื่อว่าทุกคนคงจะ รับรู้เรื่องราวกันมาแล้วทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นด้านของคนเสื้อเหลืองหรือเสื้อ แดง แต่ไม่ว่าคนเสื้อแดงจะมีอาวุธจริงหรือไม่ ?  หรือฝ่ายทหารได้ตั้งใจยิงเข้าสู่คนเสื้อแดงอย่างนั้นหรือ?  นั่นไม่ใช่คำตอบที่เราสามารถจะสรุปลงไปได้อย่างชัดเจน  (อย่างน้อยก็ภายใต้สภาวการณ์เช่นนี้) แต่สิ่งที่เราควรจะครุ่นคิดหาคำตอบคือ   ปฏิกิริยาของคนในสังคมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อความรุนแรงที่เกิดจนทำให้ มีจำนวนของผู้เสียชีวิตเป็นตัวเลขที่สูงมากและนั่นยังไม่รวมกับสภาพจิตใจที่ ย่ำแย่ของคนที่ร่วมชุมนุมและผู้ที่อยู่   ในเหตุการณ์&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เราควรจะทำความเข้าใจสังคมของเราว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับคนส่วนใหญ่ของ ประเทศหรือคนเกือบทั้งหมดของกรุงเทพมหานครที่กำลังโกรธแค้นบุคคลที่ทำลาย อนุสรณ์สถานแห่งความรื่นรมย์ของชีวิตเมืองกรุงของพวกเขาและเรียกร้องให้ รัฐบาลออกมาจัดการกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวอย่างเร่งด่วน  แต่กลับกันเป็นอีกอารมณ์หนึ่ง  พวกเขาก็โหยหาอาลัยอาวรณ์จนถึงขนาดที่ว่าต้องมีการจัดงานระลึกหรืออะไรก็ตาม เพื่อดึงเอาความทรงจำที่ดีกับสถานที่เหล่านั้นของพวกเขากลับคืนมา&lt;/p&gt; &lt;p&gt;หรือแม้แต่ เหตุการณ์ความรุนแรงในภาคใต้ที่เคยสาหัสเพียงใด  ในตอนนี้ก็ดูจะเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม  กระแสของการหล่อหลอมคนไทยให้มีหัวใจเป็นหนึ่งเดียวได้จางหายไปกับกาลเวลา  สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงความเมินเฉยของคนในสังคมส่วนใหญ่ที่ได้รับฟังข่าว คราวที่อาจจะปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์หรือสื่อต่างๆบ้างเท่านั้น  ผู้เขียนไม่ขอปฏิเสธว่าผู้เขียนเองก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้นที่สามารถรับฟัง ข่าวการเสียชีวิตของคนในภาคใต้ได้อย่างชินชา   จนถึงในวันนี้ที่เกิดคำถามกับตัวเองว่าเราเคยถามตัวเองไหมว่าจำนวนของคนที่ เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้มันเป็นจำนวนเท่าใด?  แทนที่จะมัวมานั่งหาวิธีสมานฉันท์  เราควรจะย้อนกลับไปคิดหรือไม่ว่าเรากำลังรู้สึกอย่างไรต่อความรุนแรงที่เกิด ขึ้นและเราควรจะจัดการกับมันอย่างไร?&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ท่ามกลางกระแสนิยายออนไลน์ที่กำลังขยายตัวไปพร้อมกับเรื่องราวที่วนเวียนอยู่กับการที่พระเอกข่มขืนนางเอกไม่รู้จบ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ท่ามกลางทัศนคติของผู้หญิงไทยที่มีต่อความรุนแรงทั้งในครอบครัวและชีวิตรักว่าเป็นเรื่องธรรมดา&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ท่ามกลางการรัฐประหารที่เกิดขึ้นในสังคมไทยครั้งแล้วครั้งเล่าและยังมีที ท่าว่ารัฐประหารกับการเมืองไทยจะเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันตลอดทั้งที่ผ่านมาและ อาจจะตลอดไปโดยไม่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ใดๆทั้งสิ้น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ท่ามกลางปรากฏการณ์การแบ่งสีที่นำไปสู่การชุมนุมทางการเมืองและจบลงด้วยการสูญเสีย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ท่ามกลางสถานการณ์ภาคใต้ที่ยังคุกรุ่นอยู่และยากที่จะดับลงไป&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ในเวลานี้ความรู้สึกต่อความรุนแรงของคนในสังคมมันกำลังดำเนินไปในทิศทาง ใด  บางทีเราไม่ควรจะมองสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องธรรมดาที่เป็นลักษณะเฉพาะ ของสังคมไทยอีกต่อไปแล้ว  แต่เราควรจะมองตัวเราเองด้วยความประหลาดใจว่าเรื่องเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้ อย่างไรและหาวิธีจัดการกับมันอย่างเร็วที่สุดก่อนที่สังคมของเราจะกลายเป็น สังคมที่มีความรุนแรงเป็นพื้นฐานต่อการจัดการทางอำนาจมากไปกว่านี้  เราควรจะตระหนักว่าการใช้กำลังได้แทรกซึมเขาสู่ปริมณฑลของปัจเจกบุคคล  ครอบครัว สังคม ตลอดจนรัฐของเราอย่างช้าๆ  และในท้ายที่สุดมันก็อาจจะกลืนให้สังคมไทยสามารถใช้กำลังในการตัดสินใจทุกๆ อย่างโดยไม่ต้องมีศีลธรรมหรือเหตุผลมารองรับ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เอกลักษณ์ของความเป็นไทยอาจมีหลายรูปแบบเท่าที่เราจะสร้างมันขึ้นมาได้ และสามารถนำออกไปอวดสู่สายตาชาวโลกได้อย่างภาคภูมิใจ  แต่กับความรุนแรงที่กลายมาเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ สำหรับผู้เขียนแล้ว  มันช่างเป็นความเป็นไทยที่บิดเบี้ยวไปอย่างน่าใจหายเหลือเกิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่มา: ประชาไท&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-4980657835775596664?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/4980657835775596664/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_2219.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/4980657835775596664'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/4980657835775596664'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_2219.html' title='จากนิยายออนไลน์ถึงสังคมไทย : ว่าด้วยความรุนแรงที่เป็นลักษณะเฉพาะของไทย?'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-5865105388061000915</id><published>2010-09-14T02:01:00.001+07:00</published><updated>2010-09-14T02:07:15.790+07:00</updated><title type='text'>แทนที่ศีลธรรมแบบพ่อด้วยศีลธรรมแห่งมนุษย์</title><content type='html'>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;     &lt;div class="field-items"&gt;             &lt;div class="field-item odd"&gt;                     &lt;p&gt;เอกศักดิ์ ยุกตะนันทน์&lt;/p&gt;         &lt;/div&gt;         &lt;/div&gt; &lt;/div&gt; &lt;p&gt;ศีลธรรมแบบพ่อ”&lt;span lang="TH"&gt; เป็นคำที่มีนัยบ่งถึงการให้  ที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของความรัก  ซึ่งโดยอุดมคติแล้วควรจะเป็นความรักที่บริสุทธิ์  แต่ในความเป็นจริงอาจจะไม่ใช่&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;มนุษย์ทุกคนต้องการความเคารพยกย่องจากผู้อื่นว่ามีเกียรติและศักดิ์ศรี&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ที่ เท่าเทียมกัน  นี่คือที่มาของพันธะทางศีลธรรมของการสร้างสังคมแห่งความเสมอภาค  แต่สังคมแห่งความเสมอภาคก็ไม่ใช่สิ่งที่จะสร้างขึ้นได้ง่ายๆ&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;(คงเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์จะครอบครองอำนาจ และสิ่งที่น่าปรารถนาต่างๆ อย่างเท่าเทียมกัน) แม้ลัทธิสังคมนิยม&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;จะ เคยพยายามเปลี่ยนแปลงโลกให้เป็นเช่นนั้น แต่ก็ยังไม่ยังเคยประสบความสำเร็จ  (และดูเหมือนว่าความหวังเช่นนั้นก็จบสิ้นไปแล้วในความรู้สึกของคนส่วนใหญ่)  และด้วยการครอบครองที่ไม่เท่าเทียมกัน ด้วยความรัก ความหลงตนเอง  มนุษย์ก็ยังสามารถยกตนเองเหนือกันและกันเป็นชั้นๆ และสร้างวาทกรรม&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ที่ ทำให้ผู้ที่อยู่ต่ำลงมาเป็นชั้นๆ ยอมรับฐานะลดหลั่นเช่นนั้น  วาทกรรมดังกล่าวมีพันธะทางศีลธรรมที่บิดเบือนเป็นแกนกลาง หมายความว่า  เราอาจจะคิดว่าเราควรสร้างสังคมที่มนุษย์ทุกคนรู้สึกเสมอภาคเท่าเทียมกัน  แต่ถ้าพันธะทางศีลธรรมถูกเข้าใจอย่างผิดพลาดบิดเบือน  เราอาจคิดว่าเรามีพันธะทางศีลธรรมต่อการรักษาสังคมแบบชนชั้นแทนก็เป็นได้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;นักสังคมวิทยาเรียกระบบชนชั้นในสังคมไทยว่าระบบอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;เพื่อ ที่จะแสดงว่าระบบชนชั้นแบบนี้มีพันธะทางศีลธรรมบางอย่างเป็นแกนกลาง  เพื่อสร้างและรักษาความสัมพันธ์ทางจิตใจระหว่างกัน  เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรง ปกติคำว่า &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;ชนชั้น&lt;/span&gt;”&lt;span lang="TH"&gt;   หมายความว่ามีกลุ่มคนที่มีอำนาจเหนือผู้อื่นและใช้อำนาจนั้นบังคับขูดรีดเอา ผลประโยชน์จากกลุ่มคนที่ไร้อำนาจ นั่นคือระบบชนชั้นแบบดิบๆ  ที่ทั้งสองฝ่ายไม่มีความรู้สึกของความสัมพันธ์ทางจิตใจต่อกัน  ดังนั้นจึงไม่มีพันธะทางศีลธรรมต่อกัน ระบบอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ไม่ใช่ระบบดิบๆ เช่นนั้น &lt;i&gt;คำว่า &lt;/i&gt;&lt;/span&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;อุปถัมภ์&lt;/span&gt;”&lt;span lang="TH"&gt;  เป็นคำทางศีลธรรม แสดงความเมตตาและการให้ความช่วยเหลือ  ต่อผู้ที่มีน้อยกว่าตน  สร้างให้เกิดพันธะทางศีลธรรมต่อผู้ที่ได้รับการอุปถัมภ์  ที่จะต้องตอบแทนต่อผู้ให้การอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt; นักสังคมวิทยาจะกล่าวว่า&lt;b&gt;&lt;i&gt;ระบบอุปถัมภ์&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ของไทยมีศีลธรรมคือ&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt; “&lt;span lang="TH"&gt;เมตตาธรรม&lt;/span&gt;”&lt;span lang="TH"&gt; และ &lt;/span&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;ความกตัญญู&lt;/span&gt;”&lt;span lang="TH"&gt;  เป็นแกนกลางของความสัมพันธ์ แต่แม้กระนั้นความมีชนชั้น  คือความแตกต่างกันในอำนาจ และการขูดรีดผลประโยชน์  ที่ผู้อยู่เหนือเอาจากผู้อยู่ล่าง ก็ยังคงมีอยู่เป็นธาตุแท้ของความสัมพันธ์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;จิตวิทยาเบื้องหลังความสัมพันธ์ทางสังคมแบบนี้ก็คือ ความรักความหลงในตนเองว่ามีค่าและอยู่เหนือผู้อื่นของผู้ให้การอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;และความรู้สึกต่ำต้อยต้องการที่พึ่งพิง ความไร้ความเชื่อมั่นในตนเอง &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ของผู้รับการอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;เป็นไปได้ว่าในระบบนี้ &lt;i&gt;พันธะ ทางศีลธรรมที่มีระหว่างกัน จะพัฒนาไปถึงขีดสูงสุด  จนการขูดรีดที่ผู้อยู่ข้างบนกระทำต่อผู้อยู่ข้างล่าง  เป็นไปในขอบเขตที่น้อยที่สุด หรือไม่มีการขูดรีดตามความหมายปกติเลย คือ  ผู้ให้อาจมีเมตตาอย่างสูงสุด  คือให้ได้ในทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนมีทรัพยากรที่จะใช้กระทำ&lt;/i&gt; &lt;u&gt;เหลือความ เป็นชนชั้นอยู่แต่เพียงในความแตกต่างกัน ของระดับของเกียรติและศักดิ์ศรี  และอำนาจที่ผู้ที่อยู่ข้างบนจะกำหนดความถูกผิด  และความน่าปรารถนาไม่น่าปรารถนาต่างๆ ให้ผู้อยู่ข้างล่างต้องยึดมั่นตาม  ด้วยพันธะของความกตัญญู จนสูญเสียอำนาจ ในการกำหนดคุณค่าในชีวิตของตนเอง&lt;/u&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;เราจะเรียกระบบศีลธรรมที่มี &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;เมตตาธรรม&lt;/span&gt;”&lt;span lang="TH"&gt; และ &lt;/span&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;ความกตัญญู&lt;/span&gt;”&lt;span lang="TH"&gt; นี้เป็นแกนกลางว่าอย่างไรดี&lt;/span&gt;?&lt;span lang="TH"&gt; คำว่าระบบอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;มุ่ง เน้นที่ความเป็นชนชั้น ที่มีระบบศีลธรรมแบบนั้นเป็นตัวยึดเหนี่ยว แต่ตอนนี้  เราต้องการที่จะเน้นที่ตัวระบบศีลธรรมนี้เอง  ในฐานะที่สร้างผลให้เกิดความต่างในระดับของเกียรติยศและศักดิ์ศรีของคนใน สังคม และสร้างความเป็นชนชั้นตามขึ้นมา  นั่นก็คือเราต้องการสลับที่การเน้นและสลับความสัมพันธ์ทางตรรกะ &lt;b&gt;&lt;i&gt;ระบบศีลธรรมนี้เน้นความสัมพันธ์ระหว่างการเป็นผู้ให้ การเป็นผู้รับ และการใช้อำนาจ ดังนั้นต้นแบบที่ดีที่สุดคือครอบครัว เพราะพ่อแม่&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;เป็นผู้ให้กับลูก แต่ก็ใช้อำนาจกับลูก ดังนั้นขอให้เรียกระบบศีลธรรมแบบนี้ว่า &lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;ศีลธรรมแบบพ่อ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;”&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt; แม้อาจจะเรียกแบบเต็มๆได้ว่า &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;ศีลธรรมแบบพ่อแม่&lt;/span&gt;”&lt;span lang="TH"&gt; แต่จะขอใช้ตามการใช้ของวิชาสังคมวิทยาที่เรียกสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ว่า &lt;/span&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;สังคมแบบพ่อ&lt;/span&gt;” &lt;span lang="TH"&gt;(&lt;/span&gt;patriarchal society&lt;span lang="TH"&gt;) และจะถือว่าแม่คือผู้ได้รับอำนาจและทรัพยากรในการให้ต่อลูกมาจากพ่อ &lt;i&gt;คำว่า &lt;/i&gt;&lt;/span&gt;&lt;i&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;ศีลธรรมแบบพ่อ&lt;/span&gt;”&lt;span lang="TH"&gt;  เป็นคำที่มีนัยบ่งถึงการให้ ที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของความรัก  ซึ่งโดยอุดมคติแล้วควรจะเป็นความรักที่บริสุทธิ์  แต่ในความเป็นจริงอาจจะไม่ใช่&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;เราอาจบรรยาย &lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;พ่อ&lt;/span&gt;”&lt;span lang="TH"&gt; ในฐานะต้นแบบทางศีลธรรม&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ได้ ดังนี้ พ่อคือผู้ที่ใช้แรงกายแรงปัญญา  แสวงหาทรัพยากรของความอยู่ดีกินดีของตนเองและครอบครัว  พ่อส่งผ่านทรัพยากรไปให้แม่ เพื่อใช้ในการดูแลลูก ลูกเป็นผู้รับ  เพราะไม่อาจแสวงหาทรัพยากรของชีวิตด้วยตนเองได้  พ่อคือต้นกำเนิดของความดีทั้งมวล เพราะพ่อคือผู้ให้คนแรก  โดยมีแม่เป็นผู้ให้คนที่สอง เพราะเป็นผู้สนับสนุนภารกิจของพ่อ ลูกคือผู้รับ  การให้คือความดี ดังนั้นลูกคนที่หนึ่งจะยังไม่มีความดีในตนเอง  แต่เมื่อครอบครัวขยายออก ลูกคนโตสามารถกลายเป็นผู้ให้ต่อน้อง  เขาได้ความดีในฐานะผู้ให้ต่อน้อง เขาเป็นผู้ช่วยพ่อ  สร้างชีวิตที่ดีให้กับลูกคนอื่น ความดีนี้เกิดขึ้นเป็นขั้นๆ  ไปตามอำนาจในการสร้างชีวิตที่ดีให้กับผู้อื่น พี่คนรองๆ  สามารถให้ต่อน้องไปเรื่อยๆ จึงมีความดีลดหลั่นลงมา จนถึงน้องคนสุดท้อง  แต่น้องคนสุดท้องคือผู้ที่รับเพียงอย่างเดียว  เพราะไม่มีใครอยู่ต่ำกว่าที่เขาจะมีบทบาทเป็นผู้ให้อีกแล้ว  การสร้างความดีระหว่างกันของลูกๆ และการที่พี่ให้ต่อน้อง  คือการกตัญญูตอบแทนพระคุณพ่อ เพราะไม่มีอะไรที่พ่อต้องการกลับจากลูก  พ่อคือผู้ที่ครอบครองฐานชีวิตทุกอย่างอยู่แล้ว  แต่สิ่งที่พ่อต้องการตอบจากลูก คือการให้ระหว่างกัน  เพราะพ่อต้องการความสุขของลูกทุกคน&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ในสังคมไทยเราได้ยินเสียงของวาทกรรม&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ทาง ศีลธรรมแบบนี้ตลอดเวลา เราถูกเรียกร้องให้สร้างความดีต่อกัน  ในฐานะความกตัญญูต่อผู้ให้สูงสุด ผู้ที่เป็นต้นกำเนิดของความดี  ในชีวิตของคนทุกคน &lt;u&gt;ความดีระหว่างเรา ไม่ได้เกิดด้วยเหตุแห่งความรักระหว่างเรา เท่ากับที่เกิดจากความรัก และความกตัญญูตอบ ต่อผู้ที่ให้ทุกสิ่งต่อเรา&lt;/u&gt; &lt;b&gt;สรุปก็คือ ในวาทกรรมนี้พ่อ&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;คือ ต้นแบบของความดีงามทางศีลธรรม แต่วาทกรรมนี้ก็มีนัยว่า ความดี หรือเกียรติ  หรือคุณค่าของคน มีไม่เท่ากัน หากแต่ลดหลั่นเป็นชั้นๆ  ตามการครอบครองทรัพยากร ซึ่งกลายมาเป็นอำนาจของการให้  คนที่ไม่อาจให้อะไรต่อใครได้ เพราะเขาคือผู้ที่ขาดแคลน  ก็จะกลายเป็นคนที่ไม่มีความดีอยู่เป็นสมบัติของตนเองเช่นกัน&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;สิ่ง ที่ยังต้องเติมเข้าไปในภาพอุปมาอุปมัยดังกล่าว ก็คือ  อำนาจที่มีเหนือกันเป็นขั้นๆ พ่อถือครองอำนาจสูงสุด  ลูกจะต้องเคารพบูชาเชื่อฟังพ่อ ในฐานะพันธะของความกตัญญู  พ่อกำหนดว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่ลูกจะต้องทำตาม ไม่มีสิทธิโต้เถียงตั้งคำถาม  และพี่ก็มีอำนาจเดียวกันเช่นนั้นเหนือน้อง  ลูกที่ดื้อดึงเกเรไม่เชื่อฟังหรือบังอาจตั้งคำถามโต้เถียง ก็ย่อมถูกลงโทษ  และประณามว่าอกตัญญู &lt;i&gt;เมื่อการถืออำนาจเหนือลูกเข้ามาเป็นเงื่อนไขประกอบของการให้ ความรัก&lt;/i&gt;&lt;/span&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ของ พ่อก็ย่อมไม่บริสุทธิ์จริง  พ่อที่รักลูกอย่างบริสุทธิ์ย่อมไม่สร้างความแตกต่างในอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด ไม่สร้างความแตกต่างแบบฟ้ากับดิน  แต่ย่อมปรารถนาที่จะก้าวลงมาสู่ความสัมพันธ์ที่เสมอกันฉันท์เพื่อนกับลูก  ยอมรับได้ว่าบางครั้งพ่อก็ผิด และขอโทษลูกได้ ยอมรับได้ว่า  สิ่งที่พ่อกล่าวว่าดีสำหรับลูก ลูกอาจเห็นว่าไม่ใช่สิ่งที่ดีจริงสำหรับตน  ซึ่งหมายความว่า ในความรักที่บริสุทธิ์ของพ่อแม่ ลูกจะต้องไม่สูญเสียตัวตน&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt; วาทกรรม&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ของศีลธรรมแบบพ่อ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;ที่เรียกร้องความกตัญญูจนลูกสูญเสียตนเอง จึงไม่ใช่ศีลธรรมที่บริสุทธิ์จริง&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;ดังนั้นความสัมพันธ์ทางศีลธรรมในระบบอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;จึงเป็น&lt;b&gt;&lt;i&gt;ศีลธรรมที่จอมปลอม&lt;/i&gt;&lt;/b&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ภาพยนตร์เพลงของวอลท์ดิสนีย์เรื่อง&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt; Mary Poppins&lt;span lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;แสดง การเปลี่ยนของสังคมตะวันตก จากสังคมพ่อเป็นใหญ่ หรือ  ครอบครัวแบบพ่อใช้อำนาจต่อลูก มาสู่สังคมที่เสมอภาค  หรือครอบครัวที่พ่อเสมอกับลูกๆ ได้อย่างน่ารักสนุกสนาน พ่อทำงานธนาคาร  แม่เป็นแม่บ้าน พ่อกำหนดทุกอย่างในบ้าน แม่ไม่เคยเถียงพ่อตรงๆ  แต่แม่ก็ออกจากบ้าน  ไปร่วมขบวนการเรียกร้องความเสมอภาคในสิทธิทางการเมืองของสตรี  พ่ออยากสอนลูกให้เห็นค่าของเงิน และการทำธุรกิจ  จึงให้เงินลูกเพื่อนำไปฝากธนาคารที่ตนทำงาน แต่ลูกต้องการเอาเงินไปให้ขอทาน  พ่อบังคับให้ลูกทำตามสิ่งที่ตนเห็นว่าดี  แต่ในที่สุดลูกก็ดื้อทำตามใจตนเองแบบเด็กๆ ไปตะโกนขอถอนเงินจากธนาคาร  เกิดความโกลาหล ลูกค้าคนอื่นเกิดความตระหนก ว่าธนาคารจะไม่ยอมคืนเงินฝาก  แห่กันถอนเงินตาม ธนาคารจึงล่มในวันนั้นเอง พ่อถูกไล่ออกจากงาน  จึงสำนึกในความโง่ ในการใช้อำนาจบังคับให้ลูกยอมรับความคิดและค่านิยมของตน  ทั้งๆ ที่ลูกมีคุณค่าอื่นอยู่ในใจเป็นของตนเอง  เมื่อสำนึกแล้วจึงลงมาชวนลูกไปเล่นว่าว ซึ่งลูกรอคอยมานาน  เป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อน และความรักที่บริสุทธิ์ของพ่อ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ในการเรียนรู้ทางศีลธรรมของเด็ก &lt;span style="display: none;"&gt;&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;ครอบ ครัวและการให้ของพ่อแม่คือต้นแบบของศีลธรรมจริงๆ  ไม่ใช่แค่ในเชิงของอุปมาอุปมัยเพื่ออธิบายศีลธรรมในสังคม  แต่การให้ของพ่อแม่ต้องบริสุทธิ์ อยู่เหนือความปรารถนาที่จะมีอำนาจเหนือลูก   เพราะเมื่อนั้นศีลธรรมที่ลูกมีต่อผู้อื่นก็จะเป็นการให้ที่บริสุทธิ์เช่นกัน  มิใช่เพราะต้องการความเหนือกว่าในอำนาจ  หรือในเกียรติและศักดิ์ศรีเป็นการตอบแทน แต่ในศีลธรรมของระบบอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;นิยม  การที่ผู้ให้การอุปถัมภ์เรียกร้องเอาอำนาจเหนือผู้รับการอุปถัมภ์  ถือตนว่ามีเกียรติมีศักดิ์ศรีเหนือกว่า  คือตัวธรรมชาติธาตุแท้ของระบบดังกล่าว ระบบอุปถัมภ์คือระบบชนชั้น  ระบบชนชั้นคือการมีอำนาจและเกียรติยศศักดิ์ศรีที่ไม่เท่าเทียมกัน  ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ ก็คือ การมีสถาบันชั้นสูงที่เป็นผู้อุปถัมภ์ชนชั้นล่าง  แต่อยู่เหนืออำนาจการวิพากษ์วิจารณ์ของชนชั้นล่าง  พ่อแม่ที่กำหนดวิถีชีวิตของลูก  ครูบาอาจารย์ที่ไม่อนุญาตให้ศิษย์โต้เถียงแสดงความคิดเห็นของตนเอง  ซึ่งบังคับเอาจากพันธะทางศีลธรรมของความกตัญญู  การที่ผู้สมัครเลือกตั้งใช้อำนาจเงินซื้อเสียงได้เสมอ  ก็เพราะอาศัยพันธะของความกตัญญู ภายใต้วาทกรรม&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ของศีลธรรมแบบพ่อ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;นี้เอง เราจะเห็นการให้ที่ผู้ให้บังคับเอาอำนาจเหนือผู้รับ อยู่ในทุกกรณีของความสัมพันธ์ทางสังคมแบบอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;นิยม&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;แต่ การเปิดเผยให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมกันในอำนาจ  และความไม่บริสุทธิ์ของการให้  ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการเอาชนะระบบศีลธรรมแบบชนชั้น  ตราบใดที่เรายังไม่อาจเอาชนะความคิดว่า  ความดีงามทางศีลธรรมเกิดจากอำนาจของการให้ในสิ่งที่มีค่าน่าปรารถนาต่อผู้ ที่ขาดแคลน ตราบนั้นเกียรติยศ คุณค่า  และศักดิ์ศรีของผู้คนในสังคมย่อมไม่มีวันเสมอภาคเท่าเทียมกัน  บทเรียนจากวิชาจริยศาสตร์จึงเป็นสิ่งสำคัญ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ขอให้เรามาพิจารณากันอย่างละเอียดที่สุด ถึงผลตามนัยของความคิดว่าค่าทางศีลธรรมของบุคคลอยู่ที่อำนาจของการให้&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;ความ คิดเช่นนี้มีอยู่จริงในสังคม และแสดงออกผ่านคำพูดว่า  “ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน”  ซึ่งหมายความว่าใครสร้างผลงานเป็นความดีในสังคมได้มากเท่าไร คน ๆ  นั้นก็ย่อมมีค่ามากขึ้นเท่านั้น คำพูดนี้ฟังดูธรรมดา  แต่เราก็จะรู้สึกถึงความจอมปลอมของมัน ทันทีที่เรานำความคิดนี้มาใช้  เพราะตามความคิดนี้ หมอมีค่ามากกว่าพยาบาล  เพราะหมอมีอำนาจในการรักษาความป่วยไข้ได้มากว่าพยาบาล  อาจารย์มหาวิทยาลัยย่อม มีค่ากว่าอาจารย์โรงเรียนมัธยม ประถม อนุบาล  ไปตามลำดับ และอาจารย์ย่อมมีค่ามากกว่าภารโรง อย่างเทียบกันไม่ได้  เราสามารถจัดลำดับความสำคัญของอาชีพต่างๆ ต่อสังคมได้ไม่ยาก  และคนก็มีค่าลดหลั่นกันไป ตามความรู้ความชำนาญ สถานะและบทบาทในสังคม  ด้วยศีลธรรมอันบิดเบี้ยวเท่านั้น  ที่จะทำให้เราเห็นจริงเห็นจังไปกับความคิดเช่นนี้ได้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;แต่ อย่าคิดว่าความคิดเช่นนี้ห่างไกลจากตัวเรา ซึ่งเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย  มองดูความหยิ่งทะนงและภาคภูมิใจในตัวเองของคุณ  คุณทะนงว่าคุณเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย  ที่ย่อมเหนือกว่านักเรียนพาณิชย์หรือนักเรียนอาชีวะ  เพียงเพราะคุณชนะเรียนเก่งกว่า หรือเพราะคุณคิดว่าในอนาคตต่อไป  คุณจะเป็นคนที่มีอำนาจ ที่จะทำในสิ่งที่มีคุณค่าต่อสังคมมากกว่าพวกเขา  และนักเรียนแพทย์ก็คงหยิ่งทะนง ว่าเขาเหนือพวกคุณ  ความรู้สึกทะนงตนและมีอำนาจอาจมีเรื่องเงินทองมาประกอบ แต่ ครู หมอ พยาบาล  สามารถทะนงตนกว่าพ่อค้านักธุรกิจที่ร่ำรวย แต่เราก็รู้สึกไม่ใช่หรือว่า  ความทะนงตนว่าเราเหนือต่อกันในด้านทั้งปวง ล้วนคือความหลงตัวเองอันจอมปลอม  ค่าของความเป็นมนุษย์&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;ของนายกรัฐมนตรีและคนกวาดถนน หรือขอทาน ต่างกันตรงไหน&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;?&lt;span lang="TH"&gt; ในศีลธรรมที่ออกมาจากหัวใจลึกๆ เราอยากยืนยันว่ามนุษย์ทุกคนมีค่า มีเกียรติและศักดิ์ศรี&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ที่เท่าเทียมกัน&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ขอให้ดูนัยทางศีลธรรม ที่บิดเบี้ยวที่สุดของคำพูดว่า “ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน”&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;ตาม ความคิดนี้ คนที่ไม่สามารถให้อะไรกับใครได้เลย เป็นได้แต่เพียงผู้รับ  และเป็นได้แต่เพียงภาระของสังคม ย่อมไม่มีค่าในตนเองเลย  ไม่ว่าจะเป็นคนไร้ความรู้ ไร้ทรัพยากร ขอทาน คนพิการ คนปัญญาอ่อน เด็กๆ  ทั้งหลาย  ซึ่งนี่คือสถานการณ์ของน้องคนสุดท้องในครอบครัวในระบบศีลธรรมแบบพ่อ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;แล้วยิ่งคนที่เป็นปัญหาต่อสังคมอีกละ อาชญากรนอกจากไม่มีค่าต่อสังคม แล้วยังมีค่าทางลบอีกด้วย &lt;i&gt;ถ้าอย่างนั้นเราจะไม่ยอมรับเลยหรือว่า แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ที่กระทำผิดต่อผู้อื่นก็ตาม เขาก็ยังมีค่าของความเป็นมนุษย์&lt;/i&gt;&lt;/span&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;อยู่ในตัว&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt; เห็นได้ชัดว่า เราต้องเอาชนะความคิดที่ว่า ความดีตัดสินกันที่อำนาจของการให้ ให้จงได้&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;แต่จะด้วยวิธีอะไร&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;? &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;นัก จริยศาสตร์จะบอกเราว่า ถ้าเราคิดว่าความดีเกิดขึ้นจากอำนาจของการให้  เรากำลังคิดผิดด้วยการมองความดีว่าเป็นคุณสมบัติของการกระทำ  แต่การกระทำที่ดีต้องออกมาจากจิตใจที่ดีไม่ใช่หรือ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;?&lt;span lang="TH"&gt; ค้านท์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ยืนยันว่าถ้ามี&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt; “&lt;span lang="TH"&gt;เจตนาที่ดี&lt;/span&gt;”&lt;span lang="TH"&gt;  แต่ไม่มีอำนาจในการกระทำตามเจตนานั้น  เพราะถูกขัดขวางไว้ด้วยอุปสรรคทั้งปวงที่เหนืออำนาจที่เขาจะเอาชนะ  ไม่ว่าจะเพราะด้วยความพิการ หรือความขาดไร้ทรัพยากร ฯลฯ  ความดีงามทางศีลธรรมก็เกิดขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์ ขอเพียงแค่มี “เจตนาที่ดี”  อยากที่จะกระทำก็พอ ตัวการกระทำและผลสำเร็จของการกระทำ  ไม่ได้ช่วยเพิ่มอะไรให้กับคุณค่าและความดีงามที่เกิดขึ้นแล้วเลย  คนที่เป็นกษัตริย์กับคนที่เป็นขอทาน อาจมีจิตใจที่ปรารถนาดีต่อผู้อื่นเท่าๆ  กัน และคนทั้งสองย่อมมีคุณค่า  และความดีงามทางศีลธรรมที่เท่าเทียมกันทุกประการตามการอธิบายนี้  แม้คนหนึ่งจะมีอำนาจทุกประการที่จะบันดาลในสิ่งที่ตนเจตนาให้เป็นจริง  แต่อีกคนหนึ่งไม่อาจแม้แต่จะช่วยตนเองเสียก่อน ทั้งสองคนก็มีความดีเท่ากัน&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ดัง นั้นการเอาชนะระบบศีลธรรมแบบที่ความดีตัดสินกันด้วยอำนาจของการให้  ทำได้ด้วยการตระหนักว่า เราไม่อาจมองความดีที่ภายนอก  แต่ต้องมองกลับไปให้ถึงจุดกำเนิดของมัน เราต้องมองความดีไม่ใช่ที่เปลือก  แต่ที่แก่นแท้ของมัน และนี่คือความผิดพลาดโง่เขลาของระบบศีลธรรมแบบชนชั้น  แต่นี่อาจเป็นผลของเจตนาที่จะปิดกั้นสายตาของตนเองจากความเป็นจริง  และการมีมโนสำนึกที่บิดเบือนไปเพราะผลทางจิตวิทยาของความต้องการอำนาจ  เพื่อมาชดเชยชีวิตที่ต้องอยู่ใต้อำนาจกันเป็นชั้นๆ&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;และนี่ให้คำอธิบายต่อข้อเท็จจริงที่ว่า ในระบบอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;คน สามารถลดตนเองลงเป็นธุลีดิน  เรียกตนเองเป็นฝุ่นผงธุลีดินราวกับคนในวรรณะจัณฑาลของฮินดู  ต่อหน้าผู้ที่ตนเองรู้สึกกตัญญูว่าเป็นผู้ที่เมตตา ให้ทุกสิ่งทุกอย่างต่อตน  และตนบูชาให้เป็นเทพเจ้า แต่คนเช่นนี้ก็จะต้องการความกตัญญู  และเรียกร้องการยอมลดตัวเองลงต่ำของผู้ที่รับการอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;จาก ตนเช่นกัน นั้นก็คือ เขาย่อมต้องการคำเรียกว่า “ท่าน” “พณฯท่าน”  และรูปแบบการปฏิบัติต่อเขาที่เหมาะสมตามคำเรียกนั้น จากสามัญชนผู้เป็น  “นายนั่น” “นางนี่” ทั้งหลาย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;กลับมาสู่บทเรียนของวิชาจริยศาสตร์ &lt;b&gt;&lt;i&gt;อะไรคือต้นกำเนิดของความดีที่อยู่ภายในจิตใจมนุษย์&lt;/i&gt;&lt;/b&gt; ค้านท์&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ใช้ คำว่า “เจตนาที่ดี” อย่างที่เขาจะอธิบายเชื่อมโยงศีลธรรม เข้ากับการ  “เคารพ” ต่อเหตุผล ซึ่งได้มาจากอำนาจทางปัญญาของมนุษย์  เพราะเขาเป็นนักปรัชญาแนวเหตุผลนิยม&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;เรา จะไม่ขยายความทฤษฎีของเขาอีกครั้งในที่นี้  แต่จะเสนอคำอธิบายในทิศทางตรงกันข้าม  คือมุ่งไปสู่ความรู้สึกทางอารมณ์ของมนุษย์ โดยจะอธิบายว่า  ความรู้สึกทางจิตใจหรือความรู้สึกทางอารมณ์  คือแก่นแท้ของความรู้สึกถึงคุณค่าทางศีลธรรม  ที่มีอยู่ในตัวเองของเราและของมนุษย์ผู้อื่นทุกคน  ผู้เขียนเลือกทางนี้เพราะเห็นว่า เมื่อเราถามหาเหตุผลว่า &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;ทำไม&lt;/span&gt;”&lt;span lang="TH"&gt; มันจะต้องจบลงที่จุดๆ หนึ่ง ซึ่งเราไม่สามารถหาเหตุผลอื่นมาตอบต่อไปได้อีกแล้ว ที่นั่นคือที่ที่เราจะตอบได้แต่เพียงว่า &lt;/span&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;เพราะมันเป็นเช่นนั้น&lt;/span&gt;”&lt;span lang="TH"&gt; หรือ &lt;/span&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;เพราะฉันรู้สึกเช่นนั้น&lt;/span&gt;”&lt;span lang="TH"&gt;  “ทำไมฉันจึงควรเคารพต่ออำนาจในการใช้เหตุผลของฉัน  ก็เพราะฉันรู้สึกเช่นนั้น” ดังนั้น ลึกลงไปจากเหตุผล  ก็คือความรู้สึกทางอารมณ์ ได้แก่สิ่งที่เป็น&lt;b&gt;&lt;i&gt;ความจริงแบบอัตวิสัย&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;ของคนแต่ละคน หมายความว่า &lt;b&gt;&lt;i&gt;วิภาษวิธี&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ต้องจบลงที่ใดที่หนึ่ง และที่นั่นเราต้องถามต่อหัวใจ&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ถ้าเราถูกถามว่า อะไรคือสิ่งที่เรารู้สึกว่าสูงค่าที่สุดในตัวเรา อะไรคือสิ่งที่ทำให้เรารับรู้ตนเองว่าเป็น&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt; “&lt;span lang="TH"&gt;มนุษย์&lt;/span&gt;”&lt;span lang="TH"&gt; ซึ่งหมายถึงสิ่งที่มีคุณค่าทางศีลธรรมอยู่ในตนเอง และเป็นค่าที่เรารู้ด้วยความรู้สึกไม่ใช่ด้วยความคิด คำตอบที่ผู้เขียนจะให้ก็คือ &lt;/span&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;การมีหัวใจที่จะรับรู้ถึงความรู้สึกของชีวิตอื่น&lt;/span&gt;”&lt;span lang="TH"&gt; ลองมาดูสิว่า ถ้าเป็นคุณ คุณจะตอบแบบเดียวกันนี้หรือไม่ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;การ มีหัวใจก็คือการมีความรู้สึกสุขและทุกข์  และหัวใจของมนุษย์ก็เป็นสิ่งน่ามหัศจรรย์  คุณเคยหรือไม่ที่รู้สึกมีความสุขในการรู้สึกถึงความทุกข์ &lt;i&gt;คุณเคยยิ้มด้วย ความดีใจเมื่อรับรู้ว่าน้ำตาของคุณกำลังรินไหลด้วยความทุกข์หรือไม่  นี่ฟังดูแปลกประหลาด แต่นี่แหละคือความมหัศจรรย์ของหัวใจ&lt;/i&gt;  แต่ดูเหมือนว่าในแต่ละวันเราจะมีหัวใจน้อยกว่ามีหัวคิด  ลองคิดถึงชีวิตของคุณแต่ละวัน มันดำเนินไปตามแบบแผนที่คุณวางไว้  เพื่อพาไปสู่สิ่งที่คุณมุ่งหวังปรารถนาในอนาคต ตื่นมาก็อาบน้ำ แต่งตัว  กินอาหาร คุยเล่นหัวกับเพื่อน เข้าเรียน พยายามทำความเข้าใจและจดจำบทเรียน  กลับที่พัก ออกมาเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพและความสนุกสนาน  หรือมีกิจกรรมนันทนาการอื่น แล้วก็กลับที่พัก เข้านอนผักผ่อน  เพื่อที่จะตื่นมาทำในสิ่งเดิมๆ ในวันต่อไป  อาจมีความสุขในเชิงของความสนุกสนาน  และความทุกข์ในเชิงของความเหนื่อยยากอยูนิดๆ หน่อยๆ&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;คนส่วนใหญ่ในสังคมก็คงมีชีวิตเป็นรูปแบบที่ซ้ำซากเช่นนี้ไม่ต่างไปนัก นั่นก็คือเรามีชีวิตเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;เรารู้สึกถึงความเป็นมนุษย์&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ของเราเท่าไรกันเชียวในแต่ละวัน แทบจะไม่เลย เรามีชีวิตอยู่กับหัวคิด และแผนงาน มากกว่ากับหัวใจ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;เรา อาจจะลืมๆ ไปด้วยซ้ำว่าเรามีหัวใจ จนวันหนึ่ง  อะไรบางอย่างทำให้คุณร้องไห้ด้วยความรู้สึกเจ็บปวด  แต่คุณไม่ได้ร้องไห้ให้ตัวคุณเอง หรือให้คนที่คุณรักและผูกพันด้วย  แต่ร้องไห้ให้กับคนที่คุณไม่เคยรู้จักเลยแม้แต่น้อย  อาจเพราะเคราะห์กรรมของเขา  ถูกนำมาเสนอเป็นข่าวในโทรทัศน์หรือในหนังสือพิมพ์  หรือด้วยความบังเอิญอะไรก็แล้วแต่  คุณรับรู้ถึงความเจ็บปวดสูญเสียอันลึกซึ้งของเขา แล้วคุณก็หลั่งน้ำตา  และถ้าในวันนั้น  คุณจำไม่ได้ว่าเมื่อไรคือครั้งสุดท้ายที่คุณเคยร้องไห้ให้กับคนที่คุณไม่เคย รู้จักมาก่อน คุณอาจยิ้มออกมาทั้งน้ำตา และพูดกับตัวเองว่า  นี่ฉันยังมีหัวใจอยู่ ฉันยังมีความเป็นมนุษย์&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;อยู่ แม้เวลาจะผ่านไปนานจนจำไม่ได้ แต่สิ่งที่มีค่าที่สุดในตัวฉัน ก็ยังอยู่เป็นตัวของฉัน &lt;b&gt;&lt;i&gt;คุณดีใจว่าวันเวลาที่คุณหมดไปกับการหมกมุ่นอยู่กับชีวิต ความสุข ความปรารถนาของตัวเอง มันไม่ได้กัดกล่อนจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ของคุณให้หมดสิ้นไป นี่คือขณะที่คุณจะยิ้มให้กับน้ำตาของคุณ&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ความเป็นมนุษย์&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ในความหมายทางศีลธรรม คือความสามารถที่จะรู้สึกถึงความรู้สึกของชีวิตอื่น เสมือนเป็นความรู้สึกของตนเอง นี่คือการข้ามพ้นตนเอง&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;การ สลายไปของขอบเขตของตัวตน  คือการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชีวิตอื่นอย่างเป็นสากล  ไม่ใช่การเป็นอันหนึ่งอันเดียวแบบการขยายออกของตัวตน&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ที่สร้างการแบ่งแยกและความเป็นพวกเขาพวกเรา ในความหมายเช่นนี้ &lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;กวี&lt;/span&gt;”&lt;span lang="TH"&gt; คือผู้ที่มีความเป็นมนุษย์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;สูงสุด และเป็นต้นแบบของศีลธรรม และนี่คือศีลธรรมแห่งความเป็นมนุษย์ของเรา&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;กวี&lt;/span&gt;” &lt;span lang="TH"&gt;เป็น ผู้ที่มีความสุขในความทุกข์ของตนเอง เป็นผู้ที่ยิ้มให้กับน้ำตาของตน  เพราะเขาเห็นคุณค่าและความหมาย ของความสุขและทุกข์ในชีวิตของเขา  เขารับรู้ว่าความสุขทุกข์ของเขา เป็นชะตากรรมที่อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้  ดังนั้นมันจึงเป็นความสุขความทุกข์ของทุกคน และความสุขความทุกข์ของทุกคน  ก็เป็นความสุขความทุกข์ของเขา เขาแสวงหาหนทาง  ที่จะรับรู้ความสุขความทุกข์ของผู้อื่น เพื่อที่จะถ่ายทอดมันออกมา  ให้มนุษย์ทั้งมวลได้รับรู้ และได้ร่วมรู้สึกอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  เพื่อให้&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;มนุษยธรรม&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;”&lt;span lang="TH"&gt; เกิดขึ้นบนโลก เมื่อมนุษย์รับรู้ความทุกข์ของผู้อื่นอย่างไม่แบ่งแยก และทำทุกอย่างที่อยู่ในอำนาจของตน เพื่อบรรเทามัน ใน &lt;/span&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;มนุษยธรรม&lt;/span&gt;”&lt;span lang="TH"&gt; ความสุขความทุกข์ของมนุษย์ หรือของชีวิตทั้งมวล มีค่าเท่าเทียมกัน ด้วย &lt;/span&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;มนุษยธรรม&lt;/span&gt;”&lt;span lang="TH"&gt;  เราให้ เพื่อให้ผู้เป็นทุกข์พ้นทุกข์ และกลับมามีความสุข เท่าที่เรามี  เราให้อย่างที่ปรารถนาให้ผู้ที่ตกอยู่ในสถานะที่ต่ำต้อย  ขึ้นมามีคุณค่าเสมอกับเรา&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ความเป็นมนุษย์&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ใน ฐานะสิ่งที่มีค่าทางศีลธรรม เป็นสิ่งที่เรามีอย่างเท่าเทียมกัน  เพราะมันเกิดอยู่ในหัวใจของการสามารถที่จะรู้สึกถึงความรู้สึกของผู้อื่น  เสมือนกับเป็นความรู้สึกของเราเอง นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่า &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;ความสงสาร&lt;/span&gt;” &lt;span lang="TH"&gt;แต่ทว่า แม้แต่เราเองก็ไม่ได้มี &lt;/span&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;ความเป็นมนุษย์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;” &lt;span lang="TH"&gt;อยู่ ตลอดเวลา เฉพาะขณะที่เรารู้สึกด้วยหัวใจเท่านั้น และในชีวิตประจำวัน  บางทีเราก็ไม่รู้ว่าหัวใจของเราไปซ่อนเร้นอยู่ที่ไหน ดังนั้น อาชญากร  ผู้ที่กระทำผิดต่อผู้อื่น ก็มีความเป็นมนุษย์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;เท่าๆ กับเรา และเราต้องมีความหวังต่อเขาเสมอว่า แม้ว่าหัวใจของเขาจะหลับใหลไป ก็อาจตื่นขึ้นมาอีกครั้งได้เช่นเดียวกับหัวใจของเรา&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;และ ณ บัดนี้เราได้ข้ามพ้นศีลธรรมแบบพ่อมาสู่ศีลธรรมแห่งมนุษยธรรมแล้ว&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;" lang="TH"&gt;ที่มา: ประชาไท&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-5865105388061000915?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/5865105388061000915/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_5509.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/5865105388061000915'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/5865105388061000915'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_5509.html' title='แทนที่ศีลธรรมแบบพ่อด้วยศีลธรรมแห่งมนุษย์'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-4594096791771303969</id><published>2010-09-14T02:00:00.001+07:00</published><updated>2010-09-14T02:00:58.692+07:00</updated><title type='text'>อานนท์ นำภา "บทกวีถึงนักสิทธิ์...???"</title><content type='html'>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;     &lt;div class="field-items"&gt;             &lt;div class="field-item odd"&gt;                     &lt;p&gt;อานนท์  นำภา&lt;/p&gt;         &lt;/div&gt;         &lt;/div&gt; &lt;/div&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;เมื่อนักสิทธิมนุษยชนหล่นหาย&lt;br /&gt;ล้วนออกลาย ร่ายมนต์ คนต่ำ-สูง&lt;br /&gt;โง่-จน-เจ็บ สงสารนัก ถูกชักจูง&lt;br /&gt;ตายเป็นฝูง ก็สมควร เพื่อส่วนรวม&lt;/p&gt; &lt;p&gt;สังคมพึง ฟูมฟัก ด้วยนักปราชญ์&lt;br /&gt;"คนดี"จึง ผูกขาด แต่ส่วนร่วม&lt;br /&gt;นิติรัฐ นิติธรรม ต้องกำกวม&lt;br /&gt;ใครเสือกสวม เสื้อแดง แม่งต้องตาย!&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ความยุติธรรม จึงอำมหิต&lt;br /&gt;บ้างยัดติด ตาราง บ้างอุ้มหาย&lt;br /&gt;เสรีสิทธิ เบ็ดเสร็จ ดังเม็ดทราย&lt;br /&gt;ให้เจ้านาย ปูพรม ขย่มเดิน @๑๐---------&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;(๒๐.๓๐ น. ณ ร้านสลิ่มสีแดง เชียงใหม่)&lt;/p&gt;&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="rtecenter"&gt;ที่มา: ประชาไท&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-4594096791771303969?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/4594096791771303969/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_3156.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/4594096791771303969'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/4594096791771303969'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_3156.html' title='อานนท์ นำภา &quot;บทกวีถึงนักสิทธิ์...???&quot;'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-2927539110951782233</id><published>2010-09-14T01:43:00.000+07:00</published><updated>2010-09-14T01:59:38.629+07:00</updated><title type='text'>ใบตองแห้ง...ออนไลน์: ปรองดองทางยุทธวิธี</title><content type='html'>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;     &lt;div class="field-items"&gt;             &lt;div class="field-item odd"&gt;                     &lt;p&gt;ใบตองแห้ง&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt;         &lt;/div&gt;         &lt;/div&gt; &lt;/div&gt; &lt;p&gt;พรรคเพื่อไทยออกมาแถลงพร้อมปรองดอง ข่าวบางกระแสว่ามาจากการประสานงานของนักวิชาการ UN ข่าวบางกระแสว่าถูกบีบ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ข่าวที่ผมได้ฟังก็เหมือนไทยรัฐหน้า 3 วันอังคาร คือถูกบีบ  แถมมีคำขู่ว่าถ้าไม่ยอมปรองดองจะล้มกระดาน ปฏิวัติ ปิดประเทศ  กวาดล้างปราบปรามขนานใหญ่&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ผมฟังแล้วหัวร่อก๊าก ย้อนถามว่าอ้าว  ตอนนั้นเสื้อแดงก็เคยคิดว่าให้ทหารปฏิวัติไปซะเลย จะได้พังเร็วขึ้น  อย่างนั้นไม่ใช่หรือ ปฏิวัติตอนที่หุ้นจ่อพันจุดเนี่ยนะ มีแต่พังกับพัง  มันจะเป็นไปได้ไง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ที่แน่ๆ ก็คือมีการเจรจาจากหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายกลาโหม ฝ่าย  ปชป.และฝ่ายไหนอีกมั่ง ก็ให้ดูว่าทำไมคนเจรจาจึงเป็นปลอดประสพ สุรัสวดี  สืบสาวเครือญาติปลอดประสพดูสิ ว่าสาวถึงใครมั่ง (ซูโม่ตู้-ฮา)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เพราะเตรียมการมาก่อนหน้าแล้ว พอปลอดประสพเสนอ  วันรุ่งขึ้นอภิสิทธิ์ก็สนองทันที ถ้าไม่เตรียมมาก่อน  จะพี่ร้องน้องรำสอดรับกันได้อย่างนี้รึ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;รวมทั้งมีการเจรจาสายตรงถึงทักษิณด้วย ทักษิณจึงออกมาทวิต  สนับสนุนให้ปรองดอง แต่เขายื่นเงื่อนไขต่อรองแลกเปลี่ยนกันอย่างไร  สุดที่เราจะทราบ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เท่าที่ทราบระแคะระคายก็คือการเจรจาในประเทศ  ซึ่งไม่ได้ยื่นเงื่อนไขเลยสักนิดว่า จะประนีประนอมยอมอ่อนข้ออะไรบ้าง  เป็นเหมือนบีบให้ยอมจำนนเสียมากกว่า&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ส่วนในวงกว้าง ปชป.ก็ยังสำแดงสันดานเอาเปรียบทุกเม็ด  ช่วงชิงให้ร้ายทางการเมือง เช่นบอกให้เลิกจาบจ้วงสถาบัน  พูดแบบนี้ใครไปเจรจาด้วย บอกยอมเลิก ก็เท่ากับยอมรับว่าจาบจ้วงสถาบันนะสิ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ปรองดองแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับที่นายทหารคุยว่าไปเอาเสื้อเหลืองเสื้อแดง มาร้องเพลงชาติกับเพลงสรรเสริญพระบารมีแล้วยุติความขัดแย้ง โห  อะไรมันจะง่ายปานเล่นปาหี่ ฟังแล้วขำกลิ้ง ถ้าง่ายปานนั้นก็ลงไปปรองดองกับ  “โจรใต้” ให้ดูหน่อยสิ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ถ้าจะเอาง่ายๆ แค่ถ่ายภาพออกสื่อมันก็ง่าย  สมมติผมนอนอยู่บ้านแล้วมีรถจี๊ปมาจอดหน้าบ้าน ใบตองแห้ง  ไปลงชื่อปรองดองหน่อย! มีรึ ผมจะกล้าไม่ไป  ต้องรู้ซะมั่งว่าประเทศนี้ใครใหญ่ อยู่ดีไม่ว่าดี  ไปเที่ยวกล่าวหาว่าคนมีสีไล่ล่าเสื้อแดง ต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายไก่อู  ที่สาวๆ เมืองกรุงชูจั๊กกะแร้โหวตท่วมท้น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ฉะนั้นผมก็ต้องไปลงชื่อปรองดอง แต่ใจผมปรองดองหรือเปล่า คุณก็รู้  เพราะปรองดองไม่ได้แปลว่าให้สยบยอมตามผู้มีอำนาจ  การปรองดองไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ตราบใดที่ไม่คืนความยุติธรรม  และคืนประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์&lt;/p&gt; &lt;p&gt;อย่างไรก็ดี การ “ปรองดองทางยุทธวิธี” ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้และยอมรับได้ ในสถานการณ์ที่แน่นอนหนึ่งๆ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ถ้าเรามองมุมกลับ  การที่ระบอบอภิสิทธิ์ชน-จะขู่จะบีบหรือถูกหว่านล้อมด้วย UN ก็แล้วแต่  พยายามเรียกหาความปรองดอง ก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขากลัวพลังประชาชน  กลัวการลุกฮือของมวลชนเสื้อแดง  ที่แม้จะโค่นล้มพวกเขาไม่ได้แต่ก็อยู่ในสภาพที่ปกครองไม่ได้  และพวกเขากลัวว่ายิ่งนานวันไป พลังอำนาจที่มีอยู่สูงสุดในวันนี้จะค่อยๆ  เสื่อมลง ด้วยเงื่อนไขหลายอย่างที่เป็นชนวนระเบิดเวลา  มันอาจจะถึงจุดหนึ่งที่เกิดกลียุคของแท้&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ฉะนั้น ฝ่ายประชาธิปไตยจะต้องตั้งข้อเรียกร้องกลับว่า  การปรองดองที่แท้จริงไม่มีวันเกิดขึ้นได้  ถ้าไม่คืนความยุติธรรมและความเป็นเสรีประชาธิปไตย และที่สำคัญ  การปรองดองไม่ได้หมายความว่าจะต้องยุติความขัดแย้ง  สยบยอมตามระบอบอภิสิทธิ์ชนโดยไม่สามารถมีปากเสียง  แต่หมายความว่าจะต้องขัดแย้งกันต่อไปอย่างสันติหรือรุนแรงน้อยที่สุด  ต่อสู้ทางความคิดกันอย่าง “แข่งขันเสรี”&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ซึ่งถ้าจะปรองดองจริง ผู้มีอำนาจต้องเป็นฝ่ายริเริ่ม  เหมือนที่ใครบางคนยกตัวอย่างแอฟริกาใต้ว่าแมนเดลาเป็นผู้ริเริ่มก่อน  หลังได้ชัยชนะ  (ถึงแม้จะเอามาเปรียบกันไม่ได้เพราะอภิสิทธิ์และอำมาตย์ปล้นอำนาจมา  ไม่ได้ชัยชนะมาอย่างชอบธรรมเหมือนแมนเดลา)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;และถ้าอยากปรองดองจริง ก็ไม่ใช่เจรจาแต่กับทักษิณหรือพรรคเพื่อไทย  แต่จะต้องทำอะไรบางอย่างที่ส่งสัญญาณถึงประชาชนผู้รักประชาธิปไตย  โดยเฉพาะคนเสื้อแดงที่เจ็บแค้นจากการถูกปราบปรามเข่นฆ่า&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ซึ่งถึงวันนี้ต่อให้คุณเจรจาคืนเงิน 4 หมื่นล้านให้ทักษิณ นิรโทษกรรมทักษิณ มันก็ไม่ได้ลบความเจ็บแค้นของเสื้อแดงหรอก&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ถ้าเข้าใจความเป็นจริง ผู้มีอำนาจจะต้องเข้าใจว่า  ฝ่ายประชาธิปไตยไม่มีทางสยบยอมพวกคุณได้  ต้องต่อสู้กันต่อไปให้เห็นดำเห็นแดง แต่เรากับพวกคุณ “ปรองดองทางยุทธวิธี”  ได้ นั่นคือทำให้มันเป็นการต่อสู้ขัดแย้งโดยสันติ หรือรุนแรงน้อยที่สุด&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ฉะนั้นถ้าคุณอยากเจรจากับทักษิณ แลกเปลี่ยนเงื่อนไขผลประโยชน์อะไร  ก็ว่ากันไป ที่จะให้ทักษิณยุติการเคลื่อนไหว ทำธุรกิจอยู่นอกประเทศ  โดยรัฐบาลปลดล็อกบางอย่างให้  เพื่อไม่ให้เกิดการก่อวินาศกรรมหรือลอบสังหารหรือความรุนแรงใดๆ  ที่ฝ่ายรัฐเชื่อว่ามาจากทักษิณ เชิญว่ากันไปตามสบายครับ ผมชอบอยู่แล้ว  ที่จะให้ทักษิณถอยไป ฝ่ายประชาธิปไตยไม่ต้องการให้ใครมาบึ้มๆ อยู่ข้างๆ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ถ้าคุณอยากเจรจากับพรรคเพื่อไทย ไม่ให้สนับสนุนการใช้ความรุนแรง  ก็ว่ากันไป ไม่ให้จตุพรโดดมานำม็อบ ยิ่งดีเข้าไปใหญ่  แต่คุณจะบอกให้พรรคเพื่อไทยเลิกสนับสนุนการเคลื่อนไหวของมวลชนเสื้อแดงไม่ ได้ เพราะการปรองดองที่แท้จริง  คือคุณต้องสนับสนุนให้มวลชนเสื้อแดงเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยปกติ  เข้ามาเป็นมวลชนของพรรคการเมือง แล้วต่อสู้กันในระบบ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;และถ้าคุณอยากจะปรองดองกับมวลชนเสื้อแดง ซึ่งความจริงเป็นไปไม่ได้  เพราะปราบเขาไปแล้ว มีคนตาย 91 ศพ คุณไม่มีวันทำให้เขาลืมหรือสยบยอมได้  แต่คุณลดความโกรธแค้นได้  นั่นคือให้ความยุติธรรมกับมวลชนที่ถูกจับกุมดำเนินคดี  จะนิรโทษกรรมหรือไม่ผมไม่เรียกร้อง  แต่ต้องแยกแยะปล่อยตัวคนที่แค่มาร่วมชุมนุมโดยไม่มีพยานหลักฐานว่าทำความผิด  คนที่ถูกจับแบบเหวี่ยงแห ส่วนที่เหลือก็ให้ประกันรวมทั้งแกนนำ  ซึ่งไม่มีปัญหานี่ครับ  สามารถให้ประกันโดยกำหนดเงื่อนไขว่าระหว่างสู้คดีต้องไม่ไปนำการชุมนุมอีก&lt;/p&gt; &lt;p&gt;หรือถ้าคุณอยากจะลดแรงกดดันจากนักการเมือง  คุณก็ต้องปลดล็อกยกเลิกการตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบ  ซึ่งอันที่จริงโดยตัวบุคคล ปัจจุบันไปอยู่ในพรรคร่วมรัฐบาลเสียมากกว่า  แต่นัยทางนิติรัฐ อย่างน้อยมันก็เป็นการ “คืนความยุติธรรม”&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ข้อสำคัญที่สุดที่ผู้มีอำนาจหวาดหวั่นคือ กลัวว่าจะไปสู่  “ขบวนการล้มเจ้า” ทั้งที่ความจริงแล้วมันจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าไม่มีการ  “ปลุกผี” แอบอ้างสถาบันมาทำลายล้างกันทางการเมือง “ดึงฟ้าลงต่ำ”&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ถามว่าวันนี้ยังแก้ไขได้ไหม ยังแก้ไขได้ แต่พวกคุณต้องแก้ไขเอง  ผู้จงรักภักดีที่แท้จริงจะต้องวาง roadmap  ในการเทิดสถาบันขึ้นไปให้พ้นจากความชุลมุนของการต่อสู้ขัดแย้งทางการเมือง  การช่วงชิงอำนาจที่ใช้กองทัพและอำนาจตุลาการเป็นเครื่องมือ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ผู้จงรักภักดีที่แท้จริงควรเข้าใจว่า การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย  ยึดอุดมการณ์หลักคือเสรีประชาธิปไตย ไม่ใช่สังคมนิยมและไม่ใช่เผด็จการ  อุดมการณ์เสรีประชาธิปไตยไม่จำเป็นต้องทำลายล้างอุดมการณ์ราชาชาตินิยม  สามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยซ้ำ ดังที่เห็นในอังกฤษ สวีเดน ฮอลแลนด์  หรืออีกหลายๆ ประเทศ  เพียงแต่ต้องไม่เอาอุดมการณ์ราชาชาตินิยมมาอยู่เหนืออุดมการณ์ประชาธิปไตย  ผู้จงรักภักดีจึงต้องวาง roadmap  ไปสู่การอยู่ร่วมกันในสังคมสมัยใหม่ที่เปิดกว้าง  เพราะถ้าปล่อยให้อุดมการณ์ราชาชาตินิยมกับอุดมการณ์ประชาธิปไตยต่อสู้ทำลาย ล้างกัน ไม่ว่าใครชนะ  ก็แลกมาด้วยความสูญเสียใหญ่หลวงยิ่งกว่าทุกครั้งที่เคยมีมารวมกัน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;ยุทธศาสตร์เปลี่ยนไป&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ที่พูดมาทั้งหมดอย่าว่าเพ้อฝัน เพราะผมยกตัวอย่างคร่าวๆ  ว่าควรตั้งข้อเรียกร้องต่อผู้มีอำนาจอย่างไรในการ “ปรองดองทางยุทธวิธี”  โดยที่ผมเองก็ไม่เชื่อว่าพวกเขาจะยอมปรองดอง  เพราะพวกเขาต้องการให้ยอมจำนนมากกว่า&lt;/p&gt; &lt;p&gt;แต่ถ้าปรองดองทางยุทธวิธีได้ ไม่ว่าระดับใด  ก็เป็นประโยชน์ต่อขบวนประชาธิปไตย ซึ่งในขั้นตอนนี้  ยังอยู่ระหว่างการตั้งขบวนใหม่ ตั้งลำใหม่ ฟื้นฟู เยียวยา  และต้องอดทนรอคอยโอกาส รอความเสื่อมของ “ระบอบอภิสิทธิ์”  โดยยังเป็นขั้นตอนของการต่อสู้ทางความคิด และยังเป็นขั้นตั้งรับ  อย่าว่าแต่แตกหักเลย แค่รุกก็ยังไม่ใช่&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ระบอบอภิสิทธิ์ยังอยู่ในจุด peak และยังจะ peak ไปจนถึงการเลือกตั้ง  ผมไม่เชื่อข่าวขู่รัฐประหาร ขั้วอำนาจจารีตนิยมจะไม่ทำรัฐประหารอีก  เว้นแต่เกิดเรื่องใหญ่ระดับฟ้าถล่มดินทลาย ทำไมต้องทำรัฐประหาร  ในเมื่อเผด็จการมีหน้ากากหล่อๆ ไว้สวมหลอกชาวโลก&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ผมมองตรงข้ามว่า ยุทธศาสตร์ของพวกเขา  คือต้องการเอาชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้  เพราะถ้าพรรคแมลงสาบกับพรรคภูมิใจห้อยกวาดที่นั่งไปซัก 300 กว่าที่นั่ง  เพื่อไทยเหลือซัก 100 ที่นั่ง ที่เหลือเป็นพรรคเล็ก  พวกเขาก็จะชิงความชอบธรรมไปได้ว่าได้อำนาจจากการเลือกตั้ง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ถามว่าทำไมจะเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อระบอบอภิสิทธิ์ตีกินกระแส  “ไทยนี้รักสงบ” ปกป้องสถาบัน ชนะเรียลลิตี้คลั่งชาติ  กวาดกระแสคนกรุงคนชั้นกลางที่ยอมเป็น “คนขายเสรีภาพ” (ตามศัพท์ อ.เกษียร)  เพื่อความสงบแบบซุกไว้ใต้พรม เพื่อดัชนีเศรษฐกิจที่จะนำไปสู่ความมั่งคั่ง  โดยไม่สนใจหลักการประชาธิปไตยและความยุติธรรมอีกแล้ว&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ถามว่าทำไมจะเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อพรรคการเมืองใหม่ถอดใจหมดแล้ว  พ่อยกแม่ยกกอดคอกันร่ำไห้ ที่เคยคิดกันว่า กมม.จะมาแย่งฐานเสียง  ปชป.ในหลายพื้นที่ ตอนนี้จะเหลือส่งสมัครซักสิบเขตหรือเปล่า ก็ไม่รู้&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ถามว่าทำไมจะเป็นไปไม่ได้ ก็พรรคภูมิใจห้อยดูด ส.ส.กันเห็นๆ  อัดงบประมาณลงไปให้ ส.ส.เฉพาะจุด  โดยไม่ต้องพูดว่าจังหวัดไหนไม่เลือกไม่ให้งบประมาณ อย่างทักษิณ  (ซึ่งดีแต่พูด) นี่คือสูตร “การเมืองน้ำเน่า” ที่คนชั้นกลางเคยเกลียด  แต่ตอนนี้หลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่ง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ถามว่าทำไมจะเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ผู้ว่าฯ  วางกลไกรัฐไว้พร้อมหมดแล้ว เด็กภูมิใจห้อยใหญ่คับ  นอกจากนี้ยังมีการแต่งตั้งโยกย้ายทหาร  ที่ประยุทธ์ดันดาว์พงษ์เพื่อนร่วมรุ่น ผู้มีผลงานปราบม็อบเสื้อแดงเป็น  เสธ.ทบ.ถามว่าเสธ.ทบ.สำคัญอย่างไร หนึ่ง การซื้ออาวุธ ต้องผ่านเสธ.ทบ. สอง  ตาม พรบ.ความมั่นคงที่จัดตั้ง กอ.รมน.เป็นรัฐซ้อนรัฐ  เสธ.ทบ.ก็คือแม่บ้านของรัฐทหาร&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ถามว่าทำไมจะเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อ 18 อรหันต์แก้ไขรัฐธรรมนูญชุดสมบัติ  ธำรงธัญญวงศ์ โผล่มาเสนอให้เลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียว แต่ลดเหลือ 375 เขต  ปาร์ตี้ลิสต์เขตใหญ่ทั้งประเทศ เพิ่มเป็น 125 แถมยังแบะท่าว่า  ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรค&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ไม่ทราบเหมือนกันว่าสมคิด เลิศไพฑูรย์, นครินทร์ เมฆไตรรัตน์  ที่เป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ 50  ให้เหตุผลอย่างไรกับการกลับไปกลับมาไม่มีหลัก ลักลั่น ไม่มีเหตุผล  เพราะในขณะเดียวกันก็ให้มี สว.แต่งตั้ง 73 คน สว.เลือกตั้ง 77  คนตามจำนวนจังหวัด (เดี๋ยวตั้งจังหวัดที่ 78 ต้องตามแก้รัฐธรรมนูญอีก)  สรุปได้ว่าคนกรุงเทพฯ นี่แหละ “ฟาย” ที่สุด  เพราะมีประชากรตั้งมากตั้งมายเป็นศูนย์กลางของประเทศ แต่เลือก  สว.ได้คนเดียวเท่าระนอง เท่าบึงกาฬ ยังไปเชียร์เขาเย้วๆ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;แก้แบบนี้เข้าทางใครก็เห็นชัด  ภูมิใจห้อยอยากให้เลือกเขตเดียวเบอร์เดียวมานานแล้ว แถมลดเหลือ 375 เขต  ก็ต้องให้ กกต.แบ่งเขตใหม่ จะแบ่งเข้าทางใครต้องจับตาต่อไป การลด การลด  ส.ส.พื้นที่อาจทำให้อัตราส่วน ส.ส.ภาคเหนือภาคอีสานลดลง  ขณะที่ปาร์ตี้ลิสต์เขตใหญ่ 125 คน คราวที่แล้ว  ปชป.เชื่อว่าเขาได้พอฟัดพอเหวี่ยง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;การเลือกตั้งปี 50 ถึงจะใช้กลไกรัฐแทรกแซงอย่างโจ๋งครึ่ม  แต่ก็ยังคุมโดยทหารโง่ๆ การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เหมือนกันนะครับ  เพราะคุมด้วยนักการเมืองเขี้ยวลาก ที่มีทั้งอำนาจเงิน และมีตำรวจ ทหาร  ข้าราชการเป็นเครื่องมือ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;อ้อ ยังมี “การเลือกตั้งล่วงหน้า” ซึ่งไม่เคยมีที่ไหนในโลก  กฎหมายเลือกตั้งตาม รธน.40 ให้เลือกตั้งต่างแดน ต่างเขต  และไปลงล่วงหน้าได้ถ้ามีกิจสำคัญ แต่กฎหมายเลือกตั้งตาม รธน.50 และระเบียบ  กกต.ชุดปัจจุบัน เปิดให้เลือกตั้งล่วงหน้า 2 วัน เลือกตั้งจริง 1 วัน  ใครนึกอยากจะไปลงเมื่อไหร่ก็ได้ เหมือนไปเที่ยวห้าง หย่อนบัตรนอนไว้ในหีบ  อีก 7 วันค่อยมาเปิด ไม่เหมือนวันเลือกตั้งจริง เปิดนับกันเห็นๆ  ต่อหน้าประจักษ์พยานกองเชียร์ทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ผมไม่กินเหล้า  แต่นึกถึงหัวอกคนกินเหล้าเจ้าของร้านเหล้าผับบาร์แล้วน่าสงสาร  เลือกตั้งล่วงหน้าต้องหยุดขายเหล้า 2 วัน เลือกตั้งจริงหยุดแค่วันเดียว  บ้าไหม&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ปัจจัยทุกอย่างจึงบ่งชี้ว่า รัฐบาลจะชนะถล่มทลาย เป็นจุด peak  แต่ก็เป็นจุดเสื่อมไปในตัว กับการทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะ  โดยถ้ายิ่งยุบสภาเร็ว ก็จะยิ่งชนะมาก แต่ถ้าทอดเวลาไป ไม่แน่เหมือนกัน  ปีศาจเสื่อมอาจคลอดก่อนกำหนด&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ถ้ารัฐบาลชนะถล่มทลาย ถ้าเพื่อไทยแพ้ย่อยยับ  แล้วมีผลอะไรไหมกับขบวนประชาธิปไตย มันอาจมีด้านลบอยู่บ้าง แต่อะไรๆ  คงไม่แย่ไปกว่านี้หรอก และมีด้านดีด้วยซ้ำ  เพราะเราคงไม่หวังจะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยแล้วได้พ่อใหญ่จิ๋ว สภาโจ๊ก  หรือพ่อไอ้ปื๊ดมาเป็นนายกฯ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ยุทธศาสตร์ของฝ่ายประชาธิปไตยจึงเปลี่ยนไปจากเดิมที่ถูกผูกอิงอยู่กับการ เลือกตั้ง ที่เคยเชื่อๆ  กันก่อนนี้ว่าถ้ายุบสภาเลือกตั้งใหม่แล้วเพื่อไทยจะชนะ (แต่ผมไม่เคยเชื่อ  ต่อให้ชนะก็ปฏิรูปประชาธิปไตยไม่ได้  ในเมื่อฝ่ายจารีตนิยมยังกุมอำนาจรัฐราชการ ทหารและตุลาการ อยู่เหนียวแน่น)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;มาตอนนี้เราต้องอดทนรอความเสื่อมของระบอบอภิสิทธิ์ ซึ่งอาจแบ่งเป็น 2  ขั้นคือความเสื่อมของอภิสิทธิ์จริตนิยม  กับความเสื่อมของตัวระบอบอภิสิทธิ์ชน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ที่พูดอย่างนี้เพราะตัวบุคคลก็มีความสำคัญ  อภิสิทธิ์สำคัญมากในฐานะหน้ากากละครคาบูกิ  เอาไว้หลอกคนกรุงคนชั้นกลางบนโพเดียม ถ้าหมดอภิสิทธิ์เมื่อไหร่  พวกเขาไม่มีตัวแทนที่เหมาะสม กรณ์หรือ สุขุมพันธ์หรือ เทือกไม่ต้องพูดถึง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ความเสื่อมของอภิสิทธิ์จะไม่ต่างจากชวน  คือการอุ้มสมพรรคร่วมรัฐบาลโดยปากอ้างความดีความซื่อ  นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างเช่น ความมั่วความสุดโต่งสมัยไล่ทักษิณ  มันจะย้อนกลับมาเข้าตัว ยกตัวอย่างตอนนี้เงินนอกไหลเข้า หุ้นขึ้น  พวกนักวิชาการพันธมิตรบางส่วนที่บ้าต่อต้านโลกาภิวัตน์ก็ออกมาเรียกหาความพอ เพียงกันแล้ว&lt;/p&gt; &lt;p&gt;หรือที่ว่าสมัยทักษิณแต่งตั้งโยกย้ายเล่นพวก ดูโผตำรวจ โผผู้ว่าฯ  ก็ถูกวิจารณ์ขรม ไหนล่ะ “ข้าราชการ ข้าของแผ่นดิน”  คนดีที่ก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่แอบอิงนักการเมือง เห็นแต่ศิษย์โรงเรียนเนฯ  ทั้งนั้น กลายเป็นทีใครทีมัน ยุคไหนใครมีเส้น ส่วนคนไม่มีเส้น  แป๊กทุกยุคทุกสมัย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;แต่ความเสื่อมของระบอบอภิสิทธิ์อาจจะมาช้าหน่อย  เพราะต้องเสื่อมพร้อมกันทั้งชนชั้นนำและชนชั้นกลาง  สถาบันสำคัญที่เป็นตัวแทนของชนชั้นกลาง ทั้งสื่อ ทั้งนักวิชาการ  ทั้งสิ่งที่เรียกว่าภาคประชาสังคม จะช่วยกันปกป้อง ผ่อนหนักเป็นเบา  หลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่ง จนเสื่อมไปด้วยกัน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ผมมองว่านั่นคือภาระของคนในภาคประชาสังคมที่ยังยืนอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย  ที่จะต้องทำ “สงครามทำลายล้าง” ทางความคิด กับพวกนักบิดเบือนเหล่านี้  โดยไม่มีคำว่าปรองดอง ไม่มีประกาศลงหนังสือพิมพ์ ทางบ้านให้อภัยแล้ว  กลับบ้านด่วน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ขณะที่นักเคลื่อนไหวก็ต้องพยายามตั้งลำใหม่ ตั้งขบวนใหม่  ยกระดับมวลชนเสื้อแดงให้เป็นมวลชนประชาธิปไตยที่ไม่ผูกติดกับพรรคเพื่อไทย  ทักษิณ และแกนนำชุดที่ทำให้พ่ายแพ้มาแล้ว  วันนี้มวลชนอาจจะอยู่ในสภาพที่ไร้หัว เคว้งคว้าง ไร้ทิศทาง  มีแต่ความคับแค้น และมีบ้างที่อาจจะท้อแท้หมดกำลังใจ แต่คนที่ผ่าน 6  ตุลามาแล้วอย่างพวกผม  บอกได้เลยว่ามวลชนเสื้อแดงยังมีมากกว่ามวลชนของพรรคคอมมิวนิสต์ในอดีตอย่าง น้อยสิบเท่า&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ขบวนประชาธิปไตยที่ก่อร่างขึ้นใหม่ไม่จำเป็นต้องมีรูปการจัดตั้งเข้มแข็ง  ไม่จำเป็นต้องมีศูนย์การนำ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนจากทักษิณ จตุพร  มาเป็นจาตุรนต์ เพราะจะต้องเป็นขบวนที่มีความหลากหลาย  เติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ เคลื่อนไหวในรูปแบบที่แตกต่างตามเงื่อนไขของตัวเอง  มีความเป็นตัวของตัวเองสูง  แต่มีอุดมการณ์ร่วมคือเสรีประชาธิปไตยที่เปิดกว้าง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เมื่อถึงจุดเสื่อมสุดจริงๆ จะเกิดอะไรขึ้น ยังมองยาก  แต่เป็นธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงที่เมื่อสั่งสมทางปริมาณเพียงพอ  ก็จะปะทุขึ้น นำไปสู่คุณภาพใหม่ เปรียบง่ายๆ  ก็เหมือนทักษิณชนะเลือกตั้งท่วมท้น แค่ปีเดียวล้มพังพาบ  หรือใครจะเชื่อว่าสหภาพโซเวียตล่มสลายในช่วงเวลาไม่กี่วันที่เยลต์ซินนำมวล ชนลุกฮือ เหมือนมาร์กอส หรือเหมือน 14 ตุลา ที่มีคนออกมาเดินถนนเป็นแสน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ทั้งนี้ไม่ใช่เป็นสูตรว่า จะต้องเป็นอย่าง 14 ตุลา อย่างอาควิโน  อย่างพธม.  ผมเพียงจะเน้นว่าตัวอย่างเหล่านี้เป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างธรรมชาติ  ไม่มีใครวางแผนไว้ได้ ไม่มีใครคาดคิด แม้แต่ตัวเยลต์ซิน อาควิโน  หรือว่าเสกสรรค์&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ฉะนั้น กระบวนการต่อสู้ที่เป็นธรรมชาติ จึงไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างที่เสกสรรค์พูดว่า&lt;em&gt;  “การปฏิวัติมันเป็นเรื่องใหญ่กว่าการใช้ความรุนแรง มันต้องมีโปรแกรม  มีพิมพ์เขียวของสังคมในอนาคต มีจินตนาการใหม่เกี่ยวกับโลกและชีวิต  นอกจากนี้ยังต้องมีการจัดตั้งกำลังที่มีวินัย  มีจิตสำนึกชัดเจนว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่  ส่วนการนำก็ต้องปราศจากผลประโยชน์ส่วนตัว  อีกทั้งมีความเชี่ยวชาญจัดเจนในเรื่องยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีการเคลื่อนไหว  มีการกำหนดเป้าหมายขั้นตอนที่จะสะสมชัยชนะ  สิ่งเหล่านี้ผมในฐานะผู้สังเกตการณ์ยังมองไม่เห็น”&lt;/em&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;แปลว่าตอน 14 ตุลา เสกสรรค์มองเห็น? เสกสรรค์มีโปรแกรมมีพิมพ์เขียว?&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ขบวนปฏิวัติแบบที่เสกสรรค์พูดตกยุคไปแล้ว  ผมไม่เชื่อเรื่องขบวนปฏิวัติที่มีการจัดตั้ง มีกองกำลังที่เป็นเอกภาพ  ผมเชื่อว่าเราต้องมียุทธศาสตร์ยุทธวิธีคร่าวๆ มีอุดมการณ์กว้างๆ  แต่ให้ความเปลี่ยนแปลงมันเป็นไปโดยธรรมชาติมากกว่า&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ที่สำคัญคือเราต่อสู้เพื่ออุดมการณ์เสรีประชาธิปไตย  ไม่ใช่อุดมการณ์สังคมนิยมที่ต้องไปฝังหัวใคร แล้วก็ไม่ใช่ว่าถึงชัยชนะแล้ว  จะต้องเอาพิมพ์เขียวไปบังคับใคร เพราะเราแค่ต้องการทลายอำนาจที่ปิดกั้น  เสรีประชาธิปไตยคือทุกคนมีเสรี ยกเว้นพวก พธม.ไม่ให้มีเสรี  เพราะพวกนี้ไม่ต้องการประชาธิปไตย ต้องการ 70-30 (ฮา)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เอาแค่ที่บอกว่าการนำต้องปราศจากผลประโยชน์ส่วนตัว ก็ผิดแล้ว  (ถ้าอย่างนั้นก็เอาพระนำสิ หามมาเลย)  การต่อสู้วันนี้เป็นเรื่องอำนาจและผลประโยชน์ทางชนชั้น  ถ้าผลประโยชน์สอดคล้อง ใครนำก็เอาด้วย ดูอย่างสนธิสิ  ปราศจากผลประโยชน์ส่วนตัวไหม พันธมิตรก็ยังยอมรับเป็นศาสดา&lt;br /&gt; &lt;/p&gt; &lt;p&gt;ใบตองแห้ง&lt;br /&gt;9 ก.ย.53&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-2927539110951782233?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/2927539110951782233/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_9699.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/2927539110951782233'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/2927539110951782233'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_9699.html' title='ใบตองแห้ง...ออนไลน์: ปรองดองทางยุทธวิธี'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-6365826423432479047</id><published>2010-09-14T01:31:00.000+07:00</published><updated>2010-09-14T01:34:46.899+07:00</updated><title type='text'>กลุ่มวันอาทิตย์สีแดงขี่จักรยานรอบพื้นที่ราชประสงค์</title><content type='html'>กลุ่มวันอาทิตย์สีแดงจัดกิจกรรมขี่จักรยานไปบนเส้นทางที่มีผู้เสียชีวิตจาก การกระชับพื้นที่ โดยมีผู้นำจักรยานเข้าร่วมขบวนกว่า 50 คัน  และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก&lt;br /&gt;&lt;p&gt;12 ก.ย.53 - ที่แยกราชประสงค์  กลุ่มวันอาทิตย์สีแดงจัดกิจกรรมขี่จักรยานไปบนเส้นทางที่มีผู้เสียชีวิตจาก การกระชับพื้นที่ โดยมีผู้นำจักรยานเข้าร่วมขบวนกว่า 50 คัน  และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ก่อนเคลื่อนขบวนจักรยาน นายสมบัติ บุญงามอนงค์   ผู้ริเริ่มกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดงให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการจัด  กิจกรรม “4 ปีรัฐประหาร 4 เดือนราชประสงค์” ในวันที่ 19 ก.ย.ที่จะถึงนี้ว่า    เนื่องจากรัฐบาลยังไม่มีคำตอบเกี่ยวกับการเสียชีวิตของประชาชนในเหตุการณ์ขอ  คืนพื้นที่และกระชับพื้นที่ จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนจะแสวงหาคำตอบเอง   และเป็นการยืนยันว่าคนเสื้อแดงยังไม่ลืมความสูญเสียที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นายสมบัติกล่าวกิจกรรมในวันที่ 19 ก.ย.ว่า  เป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เพื่อรำลึกถึงการรัฐประหารในเดือน ก.ย. 2549  และรำลึกถึงความสูญเสียของประชาชนจากสลายการชุมนุมในเดือน พ.ค.2553  โดยกิจกรรมในวันนั้นจะมีการปล่อยลูกโป่งสีแดงจำนวน 10,000  ลูกขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกัน จากนั้นจะมีการผูกผ้าแดง 100,000  ชิ้นทั่วราชประสงค์ และมีกิจกรรมนอนตาย ก่อนจะจบด้วยการจุดเทียนสีแดงในเวลา  19.00 น. โดยกิจกรรมทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 2 ชม.ครึ่ง  ซึ่งนายสมบัติคาดว่าจะมีผู้เดินทางมาร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้ถามนายสมบัติเกี่ยวกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นหลายครั้งก่อน หน้านี้  ซึ่งนายสมบัติตอบว่าไม่ว่าฝ่ายใดก็ตามไม่มีความชอบธรรมในการใช้ความรุนแรง  และหวังว่าจะไม่มีเหตุระเบิดเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่จัดกิจกรรม&lt;/p&gt; &lt;p&gt;“ขอประณามคนที่ทำเหตุการณ์ระเบิด  ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายไหนไม่มีความชอบธรรมในการใช้ความรุนแรง  ผมหวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่เราจัดกิจกรรมรำลึก”  นายสมบัติกล่าว&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นอกจากนี้นายสมบัติยังกล่าวด้วยว่า  ได้ประสานงานกับทางเจ้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว  และหวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี  ส่วนคำถามของผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่ถามว่านายสมบัติเป็นแกนนำคนเสื้อแดง หรือไม่ นายสมบัติยืนยันว่า ตนไม่ใช่แกนนำ แต่เป็นประชาชนที่มาจัดกิจกรรม  และเชื่อว่าแม้จะไม่มีแกนนำ ประชาชนก็จะยังคงทำกิจกรรมต่อไป&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ระหว่างนั้น น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล บุตรสาว พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล  หรือเสธ.แดง   ได้เดินทางมาที่แยกราชประสงค์เพื่อมาให้กำลังใจผู้ที่มาร่วมกิจกรรมวัน  อาทิตย์สีแดง ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างอบอุ่น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ในเวลา 17.00 น.เศษ ขบวนจักรยานเริ่มเคลื่อนตัวออกจากแยกราชประสงค์  โดยวิ่งไปตามถนนราชดำริ ผ่านแยกประตูน้ำเข้าถนนราชปรารภ  มาหยุดขบวนในจุดที่นายสมาพันธ์ ศรีเทพ  หรือน้องเฌอถูกยิงเสียชีวิตในตอนเช้าวันที่ 15 พ.ค.  และหยุดแวะที่ปากซอยราชปรารภ 22  เพื่อพูดคุยและดูร่องรอยกระสุนปืนที่ยิงเข้าใส่บ้านเรือนประชาชนจนได้รับ ความเสียหาย จากนั้นจึงเคลื่อนขบวนเข้าสู่ถนนราชวิถี ผ่านสวนสันติภาพ  ห้างเซ็นเตอร์วัน และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพญาไทและเข้าสู่ซอยรางน้ำเพื่อวกกลับมาที่ถนนราชปรารภ  ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปบนถนนราชดำริจนมาถึงปลายทางที่ลานพระรูป ร.6  หน้าสวนลุมพินี&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ระหว่างทางที่ขบวนจักรยานเคลื่อนที่ไปมีการส่งเสียง “ทหารยิงประชาชน”  และ “เราไม่ลืม” เป็นระยะ และมีประชาชนริม 2 ข้างทางโบกมือให้กำลังใจ  โดยการเคลื่อนขบวนจักรยานใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ส่วนที่ลานพระรูป ร.6 สวนลุมพินี มีการจัดกิจกรรมรำลึกถึง พล.ต.ขัตติยะ  สวัสดิผล หรือเสธ.แดง  ซึ่งถูกลอบยิงในตอนค่ำวันที่ 13  พ.ค.และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยกิจกรรมนี้มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก   รวมทั้งผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มวันอาทิตย์สีแดงก็ได้เดินทางมาร่วมใน  กิจกรรมดังกล่าวนี้ด้วย &lt;/p&gt; &lt;p&gt;ในกิจกรรมมีการจำลองเหตุการณ์ที่ พล.ต.ขัตติยะ  ถูกลอบยิงขณะกำลังให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ จากนั้น  น.ส.ขัตติยา  สวัสดิผล และผู้ร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันนำภาพวาดของ พล.ต.ขัตติยะ   พร้อมผ้าสีแดงและกุหลาบแดงเดินเท้าไปยังทางขึ้น-ลงของสถานีรถไฟใต้ดินสีลม  ฝั่งสวนลุมพินีซึ่งเป็นจุดที่ พล.ต.ขัตติยะถูกยิงล้มลง จากนั้น  น.ส.ขัตติยาได้อ่านประวัติย่อของ  พล.ต.ขัตติยะ  และผู้ร่วมกิจกรรมร่วมกันจุดเทียนสีแดงและนำกุหลาบแดงมาวางหน้าภาพ   พล.ต.ขัตติยะ จากนั้นจึงร่วมกันร้องนักสู้ธุลีดิน  และผู้ร่วมกิจกรรมบางส่วนนำผ้าสีแดงมาผูกในบริเวณที่ พล.ต.ขัตติยะถูกยิง   ในช่วงท้ายของกิจกรรม  น.ส.ขัตติยาได้กล่าวขอบคุณต่อผู้ร่วมกิจกรรมในความรักที่มี พล.ต.ขัตติยะ   ซึ่งเป็นบิดาของตน และกิจกรรมได้ยุติลงในเวลาประมาณ 19.00 น.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่มา: ประชาไท&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-6365826423432479047?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/6365826423432479047/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_512.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/6365826423432479047'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/6365826423432479047'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_512.html' title='กลุ่มวันอาทิตย์สีแดงขี่จักรยานรอบพื้นที่ราชประสงค์'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-2606418406100285823</id><published>2010-09-14T01:30:00.000+07:00</published><updated>2010-09-14T01:31:37.167+07:00</updated><title type='text'>แต่งผีไปหลอนทหารที่ BTS: เรามายืนยัน ให้เขานึกได้ว่าใคร เคยทำอะไร</title><content type='html'>&lt;div&gt;โหมโรงก่อน 19 กันยายน สำหรับการจัดกิจกรรม “4 ปีรัฐประหาร 4  เดือนราชประสงค์” กลุ่มประกายไฟ  ร่วมกับเครือข่ายนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตย และนักเรียน  นักศึกษากว่า 10 ชีวิต แต่งตัว-แต่งหน้า เลียนแบบผี ออกมาทำกิจกรรม  “แต่งผีไปหลอนทหารที่ BTS” &lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน เวลาบ่าย 3 โมง  คือเวลาของการนัดหมายเพื่อเตรียมการกิจกรรม “แต่งผีไปหลอนทหารที่ BTS”  ซึ่งในวันเดียวกัน  ยังมีกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดงปั่นจักรยานรอบพื้นที่ราชประสงค์ นำโดย สมบัติ  บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ผู้ริเริ่มกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดง  ทั้งนี้พร้อมๆ กับช่วงเวลาที่  บก.ลายจุดนำขบวนรถจักรยานออกเดินทางจากจุดเริ่มต้นที่บริเวณแยกราชประสงค์  กลุ่มคนแต่งผีก็เริ่มทำกิจกรรม&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://www.prachatai3.info/sites/default/files/u10/page1ss.jpg" alt="" height="450" width="450" /&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;จากคำเชิญชวนในเฟซบุ๊ค ก่อนหน้านี้ที่ระบุเอาไว้ว่า &lt;a href="http://www.daylife.com/photo/097C5MX1493Ol?q=Bangkok%20%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%20http://www.facebook.com/album.php?aid=168457&amp;amp;id=529141085&amp;amp;fbid=378586166085&amp;amp;ref=nf#%21/photo.php?pid=5670398&amp;amp;id=529141085&amp;amp;ref=fbx_album"&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์&lt;/a&gt;รายงาน ข่าวและภาพทหารที่มาประจำการอยู่บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส  นักกิจกรรมกลุ่มนี้จึงคิดกิจกรรมสำหรับผู้ที่อยากให้ทหารจดจำสิ่งที่พวกเขา ลืมทิ้งเอาไว้  รวมทั้งสื่อสารให้สังคมได้ฉุกคิดต่อความสูญเสียจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม  เดือน เม.ย.-พ.ค.ที่ผ่านมา  &lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;“ป๊อก” นักกิจกรรมจากกลุ่มประกายไฟ หนึ่งในคนแต่งผีบอกกับเราว่า  เขาต้องการสะท้อนภาพว่าการมาดูแลความสงบสุขของทหารในวันนี้  ก่อนหน้านี้คนที่ทำให้ประชาชนต้องเสียชีวิตก็คือทหารเอง &lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;“เรามายืนยัน ให้เขานึกได้ว่าใครเคยทำอะไร  และพวกเรายังคงปรากฏตัวให้เขาเห็นอยู่ เหมือนภาพหลอน”  หนุ่มนักกิจกรรมซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตจากการขอคืนพื้นที่การ ชุมนุมเมื่อเดือนเมษา  และต้องรับรู้ถึงความสูญเสียอีกครั้งเมื่อรัฐบาลประกาศกระชับพื้นที่ที่ราช ประสงค์ ซึ่งเขามองว่าใครหลายคนอาจลืมไปแล้ว&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ส่วน “ตี๋” นักกิจกรรมอีกคนหนึ่งจากกลุ่มประกายไฟ บอกว่า  กิจกรรมในวันนี้พวกเขาต้องการจะสื่อสารกับคนทั่วไป คนที่เห็น  คนที่พวกเขาเดินผ่าน ซึ่งส่วนหนึ่งกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ  ขณะที่คนอีกส่วนหนึ่งมองว่าตรงนี้มันไม่ใช่เรื่องปกติตามที่ชีวิตพวกเขาควร จะเป็น &lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;แค่คำว่า “เอ๋!... มาทำอะไร” แค่ถูกตั้งคำถาม  หรือเพียงแค่การทำกิจกรรมในวันนี้ไปสะดุดความคิด เท่านั้นพวกเขาก็พอใจแล้ว  โดยตี๋บอกว่าเป็นการเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ  พร้อมยอมรับว่าหากจะไปเปลี่ยนความคิดใครคงเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://www.prachatai3.info/sites/default/files/u10/page2ss.jpg" alt="" height="450" width="450" /&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;สำหรับกิจกรรมวันนี้ของกลุ่มคนแต่งผี เริ่มจากการเดินเท้าบน Sky Walk  บริเวณหน้าวัดปทุมวนาราม ผ่านแยกราชประสงค์ เพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส  ที่สถานีชิดลม จากนั้นไปต่อรถที่บีทีเอส สถานีสยามเพื่อไปยังบีทีเอส  สถานีศาลาแดง ซึ่งบริเวณลานพระรูป ร.6 สวนลุมพินี มีการจัดกิจกรรมรำลึกถึง  พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ซึ่งถูกลอบยิงเสียชีวิต &lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ทั้งนี้ ในระหว่างการเดินทางกลุ่มคนแต่งผีได้แวะทักทายและถ่ายรูปกับทหารที่ประจำการอยู่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;“แนน” เด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.4  ที่ร่วมกิจกรรมบอกเล่าความรู้สึกให้ฟังว่า  ตอนเธออยู่บนรถไฟฟ้าเหมือนถูกมองเป็นตัวประหลาด ถูกมองแบบสงสัย ตั้งคำถาม  แต่เมื่อเดินทางไปถึงที่ลานพระรูป ร.6  คนเสื้อแดงที่มารวมตัวกันทำกิจกรรมกันอยู่ออกมาให้กำลังใจ บอกว่าให้สู้ๆ  เป็นความรู้สึกที่แตกต่างกันมาก &lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;เมื่อถามแนนถึงจุดประสงค์ของการมีเรียกร้องในครั้งนี้ เธอบอกเราเพียงว่า “อยากให้เขา (ทหาร) กลับไป”&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://www.prachatai3.info/sites/default/files/u10/page3ss.jpg" alt="" height="450" width="450" /&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ขณะที่ “กอล์ฟ” หรือ ภรณ์ทิพย์ มั่นคง นักศึกษาชั้นปีที่ 4  คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง  หนึ่งในสมาชิกกลุ่มประกายไฟเล่าว่าจากการไปทำกิจกรรมทำให้ได้รับรูว่าหลายคน ไม่เข้าใจกับสิ่งที่ได้ทำ รวมทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ซึ่งต้องทำอีกมากเพื่อจะให้คนที่ไม่เข้าใจได้เห็น  อาจเป็นการทำกิจกรรมหรือลงไปพูดคุย&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคนทำกิจกรรมเองก็มีปัญหา  เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อมีการเปิดรับอาสาสมัคร ก็มีนักเรียน  นักศึกษาที่สนใจอยากเข้ามาร่วมทำกิจกรรมมีจำนวนมาก  แต่ก็ติดปัญหาเกี่ยวกับการเรียน เพราะต้องทำรายงาน ต้องเรียนพิเศษ  ทำให้ไม่ว่างมาร่วมกิจกรรมที่ค่อนข้างต้องการความต่อเนื่องในการพูดคุย  วางแผน และฝึกซ้อมร่วมกัน&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;กอล์ฟ แสดงความเห็นว่า  สำหรับนักศึกษาแล้วการเรียนเป็นสิ่งสำคัญมากในชีวิต  แต่ก็ตั้งคำถามว่าระบบการศึกษานั้นจำเป็นที่จะต้องบีบรัดขนาดทำให้กลายเป็น ว่าไม่มีสิทธิมาทำกิจกรรมเลยหรือ  เพราะในส่วนคนทำงานก็เคยมีตัวอย่างที่โทรมาให้กำลังใจ  บอกว่าอยากเข้าร่วมเพราะที่ผ่านมาสมัยเรียนไม่เคยมีเวลาทำกิจกรรม  แต่เขาก็ไม่มีเวลาเข้าร่วมทำกิจกรรม แล้วสุดท้ายก็ไม่มีเวลาทำอะไร&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;กอล์ฟ เล่าด้วยว่าที่ผ่านมา  ในส่วนของกลุ่มประกายไฟได้มีการทำกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวของกับปัญหาสังคม  อีกทั้งยังมีในส่วนกิจกรรมการละครเวทีเพื่อการสื่อสารข้อมูล  ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการทำละครสะท้อนสังคมการเมือง 2 เรื่อง คือ  หนูน้อยหมวกแดง และกินรีสีแดง ซึ่งขณะนี้กลุ่มประกายไฟยังเปิดรับนักแสดง  คุณสมบัติที่ต้องการคือ รักประชาธิปไตยไม่เห็นด้วยกันการเข่นฆ่าประชาชน  ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ทางด้านการแสดง  (สามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ในเฟซบุ๊คที่ &lt;a href="http://www.facebook.com/profile.php?id=100001269981064#%21/profile.php?id=100001269981064&amp;amp;v=wall"&gt;Iskra Drama&lt;/a&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://www.prachatai3.info/sites/default/files/u10/page4ss.jpg" alt="" height="450" width="450" /&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;สำหรับกิจกรรมต่อไป กอล์ฟ ให้ข้อมูลว่าในวันที่ 19 กันยายนนี้  ทางกลุ่มจะมีละครไปแสดงร่วมในกิจกรรม “4 ปีรัฐประหาร 4 เดือนราชประสงค์”  ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์  นอกจากนั้นยังจะมีการทำค่ายเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ  และการสลายการชุมนุม ในวันที่ 27 ต.ค.-2 พ.ย.นี้ในภาคอีสาน  โดยที่คิดรูปแบบไว้จะเป็นการเดินทางไปเยี่ยมผู้ต้องขังในเรือนจำ  และจะมีการไปแสดงละครเวทีที่บริเวณศาลากลาง จ.ขอนแก่นด้วย&lt;/div&gt; &lt;div&gt;  &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ส่วนกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดง  เธอเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่ง่ายต่อการเข้าร่วม  ง่ายในการใส่เสื้อแดงร่วมกิจกรรม แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่พอ  ดังนั้นจึงต้องสร้างกิจกรรมของเราเองขึ้นมาเพื่อหนุนเสริมให้มันแข็งแรงขึ้น&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://www.prachatai3.info/sites/default/files/u10/page5ss.jpg" alt="" height="450" width="450" /&gt;&lt;/div&gt; &lt;div class="rtecenter"&gt; &lt;/div&gt; &lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://www.prachatai3.info/sites/default/files/u10/page6ss.jpg" alt="" height="450" width="450" /&gt;&lt;/div&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่มา: ประชาไท&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-2606418406100285823?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/2606418406100285823/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/bts.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/2606418406100285823'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/2606418406100285823'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/bts.html' title='แต่งผีไปหลอนทหารที่ BTS: เรามายืนยัน ให้เขานึกได้ว่าใคร เคยทำอะไร'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-4095270059407490425</id><published>2010-09-14T01:29:00.000+07:00</published><updated>2010-09-14T01:30:29.237+07:00</updated><title type='text'>สนนท. ส่งจดหมายเปิดผนึกให้กำลังใจนักศึกษา ม. บูรพา</title><content type='html'>&lt;p&gt;12 ก.ย. 53 - สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)  ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงเพื่อนนักศึกษา ม. บูรพา ที่ถูกเรียกเข้า บชน. 5  เหตุร่วมงานเสื้อแดง ย้ำสิ่งที่เรียกว่า “เสรีภาพ”  เป็นเรื่องเกินอาจเอื้อมในสังคมเผด็จการ&lt;br /&gt; &lt;/p&gt; &lt;table border="1" cellpadding="1" cellspacing="1" width="600"&gt; &lt;tbody&gt; &lt;tr&gt; &lt;td&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;จดหมายเปิดผนึก สนนท. ถึงเพื่อน ม. บูรพา สิ่งที่เรียกว่า “เสรีภาพ” เป็นเรื่องเกินอาจเอื้อมในสังคมเผด็จการ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;            ถึงเพื่อนนิสิต&lt;/p&gt; &lt;p&gt;             หากการร่วมชุมนุมเพียงเพื่อร่วมรำลึกเหตุการณ์การสลายการชุมนุม   และการเสียชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ “ราชประสงค์” ถือเป็นอาชญากรรม   จนถูกตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลเรียกตัวเข้าพบแล้วล่ะก็   พวกเราก็คงจะจัดได้ว่าคุณเป็นอาชญากรคนหนึ่งนั่นคือ “อาชญากรแห่งเสรีภาพ”   เพราะการตั้งคำถามและเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ   รวมทั้งการสำนึกในความเป็นมนุษย์ของคนเสื้อแดง   นับเป็นเรื่องเกินอาจเอื้อมในสังคมเผด็จการ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;             แม้ว่าพวกเราจะอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของความปรองดองสมานฉันท์ตามที่รัฐบาล   ประกาศ และพยายามอธิบายอยู่เสมอ แต่การคุกคามสิทธิและเสรีภาพของนิสิต   นักศึกษา ยังคงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขา(รัฐบาล?) ยังคงใช้วิธีเดิมๆ   ในการจัดการกับผู้ที่มีความคิดเห็นที่แตกต่าง   เส้นที่พวกเขาขีดขึ้นถือเป็นเส้นที่ไม่อาจก้าวข้ามและไม่อาจล่วงล้ำ เพราะ   สำหรับคนที่กล้าแตกแถวย่อมได้รับผลกระทบที่คล้ายคลึงกับคุณ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;             พวกเรามีเพื่อนซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ็ดมือวางระเบิดในภาคใต้   เรามีเพื่อนซึ่งถูกส่งไปบำบัดทางจิตเพียงเพราะชูป้ายว่า   “เราเห็นคนตายที่ราชประสงค์”   และเรามีเพื่อนที่ถูกจับกุมคุมขังเพียงเพราะฝ่าฝืน พรก. ฉุกเฉิน –   กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt; &lt;p&gt;            ไม่เพียงเท่านี้พวกเรายังมีเพื่อนอีกจำนวนมาก   เพื่อนที่สั่นเทาด้วยความโกรธแค้นต่อการกวาดล้างประชาชนผู้บริสุทธิ์เพียง   เพราะพวกเขาเรียกร้องสิทธิพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ นั่นคือการยุบสภา&lt;/p&gt; &lt;p&gt;            ใช่!  พวกเราเชื่อว่าเรายังมีเพื่อนอีกจำนวนมากที่ยังไม่กล้าแสดงตัว   และยังเรายังมีเพื่อนอีกจำนวนมากที่พร้อมจะเป็น “อาชญากรแห่งเสรีภาพ”   เช่นเดียวกับคุณ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;            พวกเรา (สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย – สนนท.)   ขอให้กำลังใจเพื่อนนิสิต, ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ, ผู้ยึดมั่นในสิทธิ เสรีภาพ   และความเป็นมนุษย์ของประชาชนผู้บริสุทธิ์   พวกเราจะขอเป็นกำลังใจและจะเป็นแนวร่วมเพื่อพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพของ   นักศึกษา ในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง   นอกจากนี้พวกเรายังขอชื่นชมอาจารย์โอฬาร ถิ่นบางเตียว   อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา   ผู้มองเห็นว่าความคิดเห็นที่แตกต่างและกิจกรรมนักศึกษานับเป็นความก้าวหน้า   ของสังคมประการหนึ่ง และการกระทำของตำรวจเป็นการคุกคามสิทธิ เสรีภาพ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;            ด้วยมิตรภาพและความระลึกยิ่ง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;            &lt;strong&gt;สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;/td&gt; &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt; &lt;/table&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;p&gt;ที่มา: &lt;a target="_blank" href="http://www.siamintelligence.com/open-letter-from-sft-to-friend-from-burapa-univ/"&gt;http://www.siamintelligence.com/open-letter-from-sft-to-friend-from-burapa-univ/&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-4095270059407490425?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/4095270059407490425/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_6279.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/4095270059407490425'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/4095270059407490425'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_6279.html' title='สนนท. ส่งจดหมายเปิดผนึกให้กำลังใจนักศึกษา ม. บูรพา'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-6896525256328853089</id><published>2010-09-14T01:27:00.000+07:00</published><updated>2010-09-14T01:29:29.984+07:00</updated><title type='text'>"มาร์ค" ระบุ "ตู่" ขัดขวางการพัฒนาประเทศ-ปรองดอง</title><content type='html'>&lt;p&gt;"มาร์ค" ออกรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ ขอ "จตุพร"  หยุดขวางการพัฒนา ปท.-แผนปรองดอง รอประเมิน 2-3 เดือน  ก่อนจัดการเลือกตั้งใหม่&lt;/p&gt; &lt;p&gt;12 ก.ย. 53 - นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวเมื่อวันที่ 11 กันยายน  ในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ช่วงที่สาม ซึ่งมีนายสรยุทธ์  สุทัศนะจินดา พิธีกรข่าวชื่อดัง เป็นผู้ดำเนินรายการว่า  มีความเป็นกังวลต่อกรณีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง  ในช่วง19ก.ย.ครบ4ปีของการทำรัฐประหาร  ซึ่งรัฐบาลไม่ขัดขวางการกิจกรรมทางการเมืองยกเว้นการทำผิดกฏหมายเช่นการปิด  ถนน ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้สองมาตรฐาน  ใครทำผิดกฏหมายจะต้องถูกจับกุมดำเนินคดี&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ส่วนการพบวัตถุเบิด และยิง M79 ในหลายจุด  และล่าสุดมีกระแสข่าวเกิดเหตุระเบิดบริษัทของพ่อตานายเนวิน ชิดชอบ  แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่จ.เชียงใหม่ เมื่อกลางดึกนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  ถือเป็นการกระทำที่ท้าทายสังคม ส่วนการแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดความสงบสุข  ทางที่ดีที่สุดต้องยึดหลักสากล  โดยรัฐบาลพร้อมเปิดพื้นที่แสดงออกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อด้วยว่า รัฐบาลไม่ได้สร้างสถานการณ์ตามที่นายจตุพร  พรหมพันธ์ ส.ส.เพือไทย  และแกนนำคนสำคัญของนปช.ออกมาตั้งข้อสังเกตุขอให้นายจุตพร  หยุดขัดขวางกระบวนการพัฒนาประเทศชาติ และแผนปรองดองได้แล้ว รัฐบาล  พร้อมร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น แต่พรรคเพื่อไทย  ต้องตัดจากกลุ่มคน  ที่มีความเชื่อมโยงกับการก่อเหตุรุนแรงให้ได้ที่ผ่านมาได้เคยเสนอกติกาเพื่อ  ให้เกิดความปรองดอง แต่ก็ถูกปฏิเสธมาตลอด&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า  การเลือกตั้งที่จะนำไปสู่ความสงบต้องเป็นการเลือกตั้งที่เป็นธรรม และเสรี  ซึ่งเหตุการณ์ความไม่สงบของบ้านเมืองที่ผ่านมาประชาชนยังเกิดความไม่มั่นใจ  จึงขอเวลาในการประเมินสถานการณ์ใน 2-3 เดือนจากนี้ก่อน  รวมทั้งต้องรอให้คณะกรรมการปฏิรูปทุกชุด มีการทำงานให้ความชัดเจน  ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวชี้ชัดว่า ต้นปีหน้าจะมีการเลือกตั้งได้หรือไม่  และจะเป็นในช่วงเวลาใดที่เหมาะสม&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่มาข่าว:&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;br /&gt;"มาร์ค" ขอ "จตุพร" หยุดขวางการพัฒนา ปท.-แผนปรองดอง รอประเมิน 2-3 เดือน ก่อนจัดการเลือกตั้งใหม่ (มติชน, 12-9-2553)&lt;br /&gt;http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1284265938&amp;amp;grpid=00&amp;amp;catid=&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-6896525256328853089?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/6896525256328853089/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_9454.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/6896525256328853089'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/6896525256328853089'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_9454.html' title='&quot;มาร์ค&quot; ระบุ &quot;ตู่&quot; ขัดขวางการพัฒนาประเทศ-ปรองดอง'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-8537756069696511860</id><published>2010-09-14T01:26:00.000+07:00</published><updated>2010-09-14T01:27:19.936+07:00</updated><title type='text'>"สมยศ" โวยรัฐปิด "เรด พาวเวอร์" เสียหายกว่า 10 ล้าน เดินหน้าทำต่อที่เชียงใหม่</title><content type='html'>&lt;p&gt;สมยศ พฤกษาเกษมสุข บรรณธิการเรด พาวเวอร์ เผย โวยรัฐบาลสั่งปิดหนังสือ  ทำความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท รัฐใช้อำนาจผิดวิธี  ลั่นเดินหน้าทำหนังสือต่อที่จังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash2/hs303.ash2/58338_159286760748458_100000014066831_511484_886904_n.jpg" alt="" align="absMiddle" height="367" width="550" /&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;ที่มาภาพ: Thailand Mirror&lt;/span&gt;&lt;img alt="" src="file:///C:/Users/SMALLM%7E1/AppData/Local/Temp/moz-screenshot.png" /&gt;&lt;img alt="" src="file:///C:/Users/SMALLM%7E1/AppData/Local/Temp/moz-screenshot-1.png" /&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;12 ก.ย. 53 - นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์เรด  พาวเวอร์ แถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีที่ ศอฉ. โดยคำสั่งของรัฐบาล  สั่งยึดแท่นพิมพ์จำนวน 11 เครื่อง ของบริษัทโกลด์เด้น เพาเวอร์ พริ้นติ้ง  ซึ่งการกระทำดังกล่าว สร้างความเสียหายให้แก่บริษัท โกลด์เด้น เพาเวอร์  พริ้นติ้ง กว่า 10 ล้านบาท ว่า เป็นการกระทำของรัฐบาล  ที่ใช้อำนาจในทางที่ผิด ทำตัวเยี่ยงอันธพาลครองเมือง ไม่มีความเป็นมนุษยชน  เป็นรัฐบาลที่มือถือสากปากถือศีล ใช้อำนาจมืดในการดำเนินการ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;พร้อมทั้งยืนยันว่าจะดำเนินการจัดทำหนังสือพิมพ์เรดพาวเวอร์ต่อ  โดยจะตั้งศูนย์ที่จังหวัดเชียงใหม่ และจะเตรียมออกเป็นรายสัปดาห์  และรายวันต่อไป ทั้งนี้ สำหรับการรวมตัวของกลุ่มคนเสื้อแดง ในวันที่ 19  ก.ย. นี้ ที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดเชียงใหม่นั้น  จะมีการเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิรูปประเทศ โดยยื่นข้อเสนอจำนวน 4 ข้อ คือ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;1. ต้องปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองของ นปช. ทุกคน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;2. ปฏิรูปศาลยุติธรรมให้เชื่อมโยงประชาชน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;3. ปฏิรูปเศรษฐกิจ เพื่อดูแลประชาชน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;4. ปฏิรูปที่ดินประกันราคาพืชผลเกษตรกร&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ส่วนวันที่ 18-19 ก.ย. นี้ กลุ่มคนเสื้อแดง จะจัดแรลลี่รำลึก 4 ปี  รัฐประหาร 4 เดือน ราชประสงค์ โดยจะรวมตัวกันบริเวณหน้า  ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ลาดพร้าวในเวลา 06.00 น.  และจะเดินทางออกสู่จังหวัดเชียงใหม่ต่อไป&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่มาข่าว: &lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);"&gt;บ.ก.เรดนิวส์โวยเสียหายกว่า10ล้าน (ไอเอ็นเอ็น, 12-9-2553)&lt;br /&gt;http://innnews.co.th/crime.php?nid=244003&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-8537756069696511860?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/8537756069696511860/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/10.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/8537756069696511860'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/8537756069696511860'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/10.html' title='&quot;สมยศ&quot; โวยรัฐปิด &quot;เรด พาวเวอร์&quot; เสียหายกว่า 10 ล้าน เดินหน้าทำต่อที่เชียงใหม่'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-1588771486093768527</id><published>2010-09-14T01:24:00.000+07:00</published><updated>2010-09-14T01:26:10.707+07:00</updated><title type='text'>รองผู้ว่าเชียงใหม่เผย เตรียมเสนอรัฐบาลประกาศ พรก.ฉุกเฉิน อีกครั้ง</title><content type='html'>&lt;p&gt;คนร้ายลอบยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ใส่บ้านพักพ่อตานายเนวิน  ด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เผยเตรียมเสนอรัฐบาลประกาศใช้  พรก.ฉุกเฉินฯในพื้นที่จังหวัดอีกครั้ง หลังเกิดเหตุยิงเอ็ม 79   "สมชาย-จตุพร"นำเผาศพการ์ดแดงที่เชียงใหม่&lt;/p&gt; &lt;p&gt;12 ก.ย. 53 - พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง  รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่  เข้าตรวจสอบอาคารบริษัทเชียงใหม่คอนสตัคชั่น ของนายคะแนน สุภา  พ่อตานายเนวิน หลังถูกลอบยิงลูกระเบิดเมื่อช่วงเช้ามืด  โดยนายคะแนนเปิดเผยว่า ขณะนอนอยู่ในบ้านพักได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด  ช่วงเวลา 03.00 น. เมื่อตรวจสอบพบว่ากันสาดหน้าอาคาร  และกิ่งไม้ถูกสะเก็ดระเบิด คาดว่าจะเป็นชนิดเอ็ม 79  ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน  และตรวจสอบภาพที่บันทึกจากกล้องวงจรปิด ทั้งนี้ที่ผ่านมาบ้านพักของนายคะแนน  เคยถูกปาปะทัดยักษ์ใส่บ้านพักมาแล้วหลายครั้ง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เผยเตรียมเสนอรัฐบาลประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉินฯในพื้นที่จังหวัดอีกครั้ง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ด้านนายชูชาติ กีฬาแปง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  (รองผวจ.เชียงใหม่) กล่าวว่า   จากเหตุการณ์คนร้ายลอบยิงระเบิดเอ็ม79  ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่  ทำให้ขณะนี้สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดไม่น่าไว้วางใจ  ซึ่งทางจังหวัดจะเสนอให้รัฐบาลประกาศใช้  พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อีกครั้งใน  สัปดาห์หน้า เพื่อป้องกันเหตุการณ์รุนแรง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบบริเวณพื้นที่สำนักงานของบริษัทเชียงใหม่คอนสต  รัดชั่น ของ นายคะแนน สุภา ซึ่งเป็นพ่อตานายเนวิน ชิดชอบ  แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ได้ถูกคนร้อยลอบยิงลูกระเบิดเอ็ม79เข้าใส่นั้น  ทางตำรวจวิทยาการเชียงใหม่สัณนิษฐานว่า  ลูกระเบิดถูกยิงมาจากฝั่งถนนและกระสุนได้มาตกบริเวณต้นไม้ก่อนที่จะเกิด  ระเบิดขึ้น  โดยแรงระเบิดทำให้พื้นที่ใกล้เคียงได้รับความเสียหายเป็นรูพรุนหลายจุด&lt;/p&gt; &lt;p&gt;"ขณะนี้ตำรวจได้เร่งตรวจสอบที่เกิดเหตุและหาร่องรอยของคนร้ายตามจุดต่างๆ  พร้อมตรวจสอบกล้องวิดิโอ ตามจุดใกล้เคียง เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายแล้ว  ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานของนายคะแนน ถูกลอบยิงใส่มาแล้วถึง 3 ครั้ง"  นายชูชาติกล่าว&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;"สมชาย-จตุพร"นำเผาศพการ์ดแดงที่เชียงใหม่ &lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;วันนี้ (12) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำ  นปช.แดง ได้โฟนอินไปยังรายการวิทยุของเสื้อแดงกลุ่มรักเชียงใหม่ 51  โดยบอกกับคนเสื้อแดงว่า การเสียชีวิตของ นายกฤษฎา กล้าหาญ อายุ 27 ปี  การ์ดแดงรักเชียงใหม่ 51 ที่ถูกเอ็ม16 ยิงบนถนนสายเชียงใหม่-หางดง อ.หางดง  จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา น่าจะเป็นฝีมือของรัฐบาล  และการต่อสู้ของคนเสื้อแดงจะไม่ยุติหรือสิ้นสุด  พร้อมประกาศชวนคนเสื้อแดงให้มารวมพลในวันที่ 19 กันยายนนี้  ระบุว่าจะเป็นการนัดรวมพลังครั้งใหญ่ที่สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ต่อมานายจตุพรได้เดินทางมายังวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ต.พระสิงห์  อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อเข้าร่วมขบวนแห่ศพของนายกฤษฎา ร่วมกับคนเสื้อแดงกว่า  500 คน ซึ่งแกนนำแดงในพื้นที่ได้แก่ นายวรวุฒิ รุจนาภินันท์  หรือดีเจแดงสองแคว จากกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 และนายศรีวรรณ จันทร์ผง แกนนำ  นปช.แดงเชียงใหม่  โดยตั้งขบวนเดินเท้านำศพออกจากวัดไปประกอบพิธีฌาปนกิจที่สุสานหายยา อ.เมือง  ในช่วงบ่าย คนทั้งหมดพร้อมใจกันสวมเสื้อสีแดง  ส่วนนายจตุพรนั่งบนรถตู้ส่วนตัวเคลื่อนออกไปพร้อมกับขบวน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เมื่อไปถึงสุสานหายยา เวลา 15.30 น.นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์  อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธี  ร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดงถวายผ้าไตรและวางดอกไม้จันทน์ประกอบพิธีเผาศพ  มีพระเทพโกศล เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์  ขณะวางดอกไม้จันทน์แกนนำแดงได้ประกาศเชิญชวนคนเสื้อแดงเป็นระยะให้ไปเข้า  ร่วมการชุมนุมใหญ่ที่สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ในวันที่ 19 กันยานยน  ทั้งนี้ตลอดงานมีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 1  กองร้อยมารักษาความปลอดภัย  ซึ่งหลังเสร็จพิธีคนทั้งหมดได้แยกย้ายกันกลับโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ  เกิดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่มา: ประชาไท&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-1588771486093768527?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/1588771486093768527/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_6483.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/1588771486093768527'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/1588771486093768527'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_6483.html' title='รองผู้ว่าเชียงใหม่เผย เตรียมเสนอรัฐบาลประกาศ พรก.ฉุกเฉิน อีกครั้ง'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-8507470302259085150</id><published>2010-09-14T01:23:00.000+07:00</published><updated>2010-09-14T01:24:50.175+07:00</updated><title type='text'>รายงาน:จากปากคำผู้ต้องหาหญิง คดีเผาศาลากลางจ.อุดรธานี</title><content type='html'>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;     &lt;div class="field-items"&gt;             &lt;div class="field-item odd"&gt;                     &lt;p&gt;เกศริน เดี่ยวสกุล&lt;/p&gt;         &lt;/div&gt;         &lt;/div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;p&gt;เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ศกนี้ ได้มีการปล่อยตัวผู้ต้องหาจำนวน 28 คนจาก  29 คนที่ครบกำหนดฝากขังถึง 7 ครั้งรวม 84วัน  ยังเหลือผู้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางจ.อุดรธานีอีก 16 คน  ที่ยังไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัวใดๆทั้งสิ้น เพราะถูกตั้งข้อหาหนัก 3  ฐานความผิด กล่าวคือ เผาศาลากลาง  ,ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานและบุกรุกสถานที่ราชการ&lt;/p&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span&gt;แม้จะมีการจำแนกผู้ต้องหา 28  คนออกมาและปล่อยตัวออกมาให้เป็นอิสระ  โดยตั้งเงื่อนไขเพียงให้ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวต้องไปรายงานตัวทุกวันที่  15 ของเดือนจนกว่าจะมีการยกเลิกพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.  2548  ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวและญาติพี่น้องพากันยินดีปรีดากับอิสรภาพของแต่ละ คน เช่น นางจันทร์ เทพสาร รองประธานอสม.สถานีอนามัยจำปา ตำบลเชียงยืน  ที่ในวันเกิดเหตุได้ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์เพื่อนบ้านที่กำลังจะออกไปรับลูกที่ โรงเรียน  เพื่อไปซื้อกับข้าวในตลาด ผ่านทางไปศาลากลางเห็นไฟไหม้ศาลากลางอยู่  เข้าร่วมมุงดูเหตุการณ์พร้อมกับคนจำนวนมาก  และร่นไปถึงสำนักงานเทศบาลที่ถูกไฟไหม้ด้วย จนปะกับนางเพียง ชาวพ่อค้า  นางประกาย วรรณศรี  นางวิไล ธาตุไพบูลย์ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกันและขวนกันนั่งรถประจำทางออกมา ซื้อของในเมืองแล้วเดินมาดูเหตุการณ์ไฟไหม้ศาลากลางเช่นกัน &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span&gt;แม่บ้านกลุ่มนี้พากันเดินหาทางออกจากการตีโอบของเจ้าหน้าที่ผู้ ถืออาวุธเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง  รวมทั้งบรรดาไทยมุงลาวมุงทั้งหลายที่พากัน “ไปดูไฟไหม้ศาลากลาง”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span&gt;ระหว่างทางนางจันทร์ได้พบกับคุณนายรัศมีขับรถผ่านมา  เห็นหน้าก็รู้จักหน้าว่าคุณนายรัศมีเป็นคนจากหมู่บ้านใกล้เคียงกัน  ขออาศัยติดรถออกมาด้วยกัน จะด้วยความตกใจที่ถูกเจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่ เข้ามา ประกอบกับพบคันกองดินกีดขวางการขับรถผ่านออกมาไม่ได้  คุณนายรัศมีขับรถโหลดเตี้ยวนเวียนหาทางออกไม่ได้  จนในที่สุดทั้งหมดถูกจับกุมขังไว้ที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งก่อนนำตัวส่งเข้า เรือนจำนานถึง 84 วัน &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span&gt;ป้าจันทร์ในวัย 56ปี ได้เคยตั้งคำถามกับผู้เขียนที่เข้าไปเยี่ยมในเรือนจำว่า &lt;/span&gt;&lt;span&gt; “คุก ไม่ใช่ที่ที่พวกเราต้องเข้ามาอยู่ ถึงเราจะจน เราก็มีบ้านอยู่ มีที่นอน ที่กิน ทำไมต้องเอาเรามาขังไว้ เราทำผิดตรงไหน ?” &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span&gt;แกต้องทุกข์ทรมานมากกว่าผู้อื่นตรงที่ ต้องอดหมาก  เมื่อเสื้ยนหมากมากๆ  เพื่อนร่วมชะตากรรมก็จะปลอบใจป้าจันทร์อย่างขื่นๆว่า ไม่เป็นไร ถือเสียว่า  ป้าต้องอดหมากเพื่อประชาธิปไตยก็แล้วกัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span&gt;เมื่ออกจากคุกมาได้ เราถามว่าป้าอดหมากตัดหมากได้ไหม  &lt;/span&gt;&lt;span&gt;แกรีบบอกว่า&lt;span&gt;   “ออกมาได้ฉันต้องคว้าหมากกินก่อนอื่น อดมาตั้ง 3 เดือน”&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span&gt;               &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span&gt;  คนที่ได้ออกมาจากคุกบอกเล่ากับผู้เขียนว่ารู้สึกกังวลใจเป็นห่วงชะตากรรมของ คนอีก 16  คนที่ต้องทุกข์ทรมานอยู่ในเรือนจำกลางอุดรธานีที่แออัดยัดเหยียดด้วยนักโทษ เด็ดขาดและผู้ต้องหาถึง&lt;span&gt;    2,400&lt;/span&gt;คน บนพื้นที่ 18  ไร่ โดยเฉพาะผู้ต้องขังหญิงอีก 4  รายที่ถูกขังรวมกับผู้ต้องโทษคดีอื่นๆในสภาพที่อาจทำให้เสียจริต  กระทั่งบางคนเคยคิดจะฆ่าตัวตายเพื่อหนีให้พ้นจากสภาพความเลวร้ายที่ทนไม่ได้  …&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span&gt;ผู้เขียนได้เข้าไปรับฟังคำบอกเล่าจากปากของผู้ต้องหาหญิงที่ยัง ไม่ได้รับการปล่อยตัวอีก4คน และขออนุญาตนำเรื่องราวของ ผู้ต้องหาหญิง 3 คน  แจ้งให้คนภายนอกได้รับรู้&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;b&gt;นางรัศมี &lt;/b&gt;อายุ 50  ปีในเย็นวันเกิดเหตุได้ขับรถออกมาเพื่อรับหลานชายที่โรงเรียน ชาวบ้านที่ รู้จักนางรัศมี จะเรียกว่า “คุณนาย” และรู้กันว่า  คุณนายรัศมีเป็นคนรักสวยรักงาม เมื่อตกอยู่ในสภาพที่ต้องปรับตัวด้วยความยาก ลำบากกับการอาบน้ำวันละไม่กี่ขันภายในเวลาที่กำหนดไม่กี่นาที นางรัศมีได้ เล่าให้ผู้เขียนฟังพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้มตลอดเวลาว่า&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span&gt;"คุณยายไม่ได้รับส่ง หลานไม่ได้ไปโรงเรียน สถานที่อยู่ลำบากมากนอนกินน้ำตาทุกคืน ห้องน้อยๆ ยาว 8 x 20 ม. นอนตั้ง 200 คน&lt;/span&gt;&lt;span&gt;    วันนั้นบ่าย3 ขับรถออกไปรับหลานชายที่โรงเรียน&lt;span&gt;    ขับรถผ่านถนนไพธิศรี แวะจอดรถฟังปราศรัย แล้วออกมาฝั่งโน้นแล้ว  เขายิงกันมาก็จอดรถไม่ได้ คนวิ่งหนีออกมาจากฝั่งโน้น  ตกใจเจอคนตำบลเดียวกันเข้าวัดเข้าวาสายเดียวกันในการทำบุญ ก็เลยเรียก วิลัย  เพียง จันทร์ ประกาย ขึ้นรถคันเดียวกัน กลัวถูกกระสุน จึงขับรถวนเวียน  เพราะออกไม่ได้ เป็นเขตก่อสร้าง รถโหลดเตี้ยวิ่งขึ้นไม่ได้  เราสอบถามเส้นทางจากตำรวจ ทหารก็ล็อกตัวไว้  วันนั้นถูกจับเอาไปขังที่ค่ายทหาร 2 คืน วันที่ 21  มาเรือนจำมีเจ้าหน้าที่ศาล มีผู้พิพากษามาอ่านว่าพวกเราร่วมเผา  อ่านให้เราฟัง เขาบอกว่าผิด พรก&lt;/span&gt;. เฉยๆไม่มีข้อหวาดกลัวอะไร ถูกปรับไม่มากมาย โทษเท่ากับเล่นไฮโล&lt;/span&gt;   &lt;span&gt;ทุก วันนี้เรารู้ว่าหลอกพวกเราให้ลงชื่อ  แต่เราอ่านแล้วรู้ว่าหลงกลเพราะมีทางเพิ่มข้อหาเราหนักหนา  ขนาดเราไม่เซ็นต์ก็หาว่าหัวหมอ หัวแข็ง ถ้าว่าเราร่วมชุมนุม  จะฟ้องเราแค่นี้เราก็ยอมรับ เพราะเรามาดูมาฟังการชุมนุมจริงในวันนั้น  แต่เราไม่ได้ทำลายหรือเผาศาลากลางตามที่กล่าวหา ” &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span&gt;               &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span&gt; คุณนายรัศมี  มีอาการปวดท้องจากเนื้องอกในมดลูกที่แพทย์กำลังจะนัดผ่าตัด จึงเชื่อได้ว่า คุณนายคงไม่หลบหนีหรือไปก่อเหตุวุ่นวายใดๆทั้งสิ้น ควรที่จะเมตตาปราณี อนุญาตให้ประกันตัวออกไปรักษาพยาบาลจะเป็นการดีกว่า&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;b&gt;นางแสงเดือน&lt;span&gt;   &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;เล่าว่า ถูกจับในเหตุการณ์วันที่ 19 พฤษภาคม 53 ได้เปิดวิทยุชุมชน มีเสียงพูดว่า&lt;span&gt;    “พี่น้องทุกแห่ง ทุกกลุ่ม ให้ออกมาช่วยกันที่หน้าศาลากลางจังหวัดอุดรฯ ”  ตนเองไม่คิดว่าจะออกไปต่อต้านใดๆ เพียงแต่อยากออกไปดู มีคนเยอะไหม  พอที่จะเอาไอศกรีม ที่ตนเองและลูกไปจำหน่ายขายเป็นประจำ  ไปถึงแล้วได้เดินไปดูเต้นท์ต่างๆ และฟังผู้ประกาศไมค์ ที่หน้าศาลากลาง  ยืนฟังว่าเ ขาพูดอะไร &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span&gt;ขณะนั้นเกิดเหตุการณ์ชุมนุมในศาลากลางไม่รู้อะไรเกิดขึ้น  ก็ยังยืนดูอยู่หน้าศาลากลางพักหนึ่งก็ออกไปซื้อยาหม่องมาดม  กลับมาไฟไหม้หมดแล้ว ก็ยืนดูขณะนั้นไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร  คิดว่าไม่ได้ทำผิดอะไร จึงไม่ได้หลบหนี  ขณะนั้นมีผู้ชายที่กำลังจะปีนกำแพงแถวร้านข้าวต้มกันเอง  ฉันยืนอยู่ใกล้ชายคนดังกล่าว จึงโดนจับไปด้วย เขาตั้งข้อกล่าวหาผิด  พรก.ฉุกเฉิน และร่วมกันวางเพลิง &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ทหารได้พาฉันไปที่กักขังที่ค่ายทหารบังคับให้รับสารภาพว่า  ฉันเป็นคนบอกว่าเผาเลย ฉันไม่ยอมรับเพราะไม่ได้พูดคำดังกล่าว  และไม่มีในความคิดของฉันเลย”&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;span&gt;    &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span&gt;นางแสงเดือนอยู่ในค่ายทหาร 2 วัน นำมาฝากขังที่เรือนจำกลางอุดรฯ  อยู่เรือนจำมีชีวิตที่เจ็บปวดทรมาน หวาดผวาที่สุด  โดยเฉพาะข้อกล่าวหาของผู้มีอำนาจรัฐ และจิตใจคิดถึงลูกที่ต้องดูแล  และแม่ที่แก่แล้ว สามีก็ไม่มี ดูแลลูกคนเดียวมาตั้งแต่เล็ก  ที่สำคัญแม่ไม่ได้ทำความผิด ทำไมต้องถูกจับความยุติธรรมไม่มีสำหรับเรา  และยังต้องมาคิดห่วงลูกในคดีที่โดนเขาเอาน้ำร้อนสาดทั้งตัว (หัวลงมาหน้า)  ขณะที่อยู่ในเรือนจำถึงวันที่ลูกขึ้นศาล ลูกก็ไม่มีใคร  ไม่มีแม่ให้ความอบอุ่น มีแต่เด็กขึ้นศาลตามลำพัง  ส่วนที่รักษาลูกไปก็รักษาเป็นปีกว่าลูกจะได้ขนาดนี้  และยังไม่ได้รับค่าเสียหายเลย  ฉันใคร่ขอความเป็นธรรมทุกที่ แต่สุดท้ายก็ไม่มี &lt;/span&gt;&lt;span&gt;ในเวลาที่คิดถึงลูก ฉันอยากขอความเป็นธรรมให้โอกาสได้กลับไปดูแลลูกที่ไม่มีใครดูแลเลย &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;b&gt;นางปัทมาวดี &lt;/b&gt;อายุ 48 ปีได้เข้ามอบตัวทันทีที่ตำรวจโทรศัพท์ตามให้ไปพบในวันที่ 26 พ.&lt;span&gt;ค.2553 ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ,ร่วมวางเพลิง,เป็นผู้ปลุกระดม ผู้ร่วมประกาศ โฆษณา &lt;/span&gt;&lt;span&gt;  “ ข้อกล่าวหาทั้ง 4 ข้อ ดิฉันให้การปฏิเสธ ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้ว  ยอมรับว่าได้ถือไมค์จริง แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นทางความคิด  ในฐานะคนไทยคนหนึ่งเท่านั้น แต่ถูกถ่ายรูป&lt;span&gt; เคยยื่นการขอประกันตัวแต่ไม่ได้รับอนุญาตเพราะ เกรงหลบหนี ขอยืนยันว่าไม่เคยคิดเลย ไม่เช่นนั้นดิฉันไม่มามอบตัวทำไม”&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;b&gt;ดีเจผู้นี้ได้บอกว่า &lt;/b&gt;“  ดิฉันต้องการให้ได้รับทราบข้อมูลจากผู้ถูกกล่าวหา  ในฐานะคนไทยคนหนึ่งในการแสดงทรรศนะทางการเมือง หากถือว่าเป็นความผิด  ต้องขอถามต่อว่าประเทศไทยของเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยหรือไม่  &lt;span&gt;ทำไม คนเสื้อแดงถึงถูกติดตามจับกุมโดยไม่ลดละโดยส่วนใหญ่ที่ถูกควบคุมตัวในเรือน จำเวลานี้เป็นชาวบ้านธรรมดา ที่อยากรู้อยากเห็น  ไปมุงดูเหตุการณ์แล้วก็ถูกทหารกวาดต้อนมา  บางคนไปขายของในที่ชุมนุมทั้งสามีและภรรยา ถูกควบคุมตัวมา ถามว่าครอบครัว  ลูกเต้า พ่อแม่ที่ไม่มีใครดูแล เมื่อขาดเสาหลักใครจะรับผิดชอบ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span&gt;                &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span&gt;ใคร่ขอวิงวอนให้ท่านช่วยพวกเราด้วย ในแง่ของความเป็นจริง  ถ้ากฎหมายศักดิ์สิทธิ์จริง ก็ควรจะให้ความเป็นธรรมแก่คนเสื้อแดงบ้าง  อย่างน้อยก็เปิดโอกาสให้เขาได้ต่อสู้ตามกระบวนการ และขั้นตอนของกฎหมาย  ถูกก็ว่ากันไปตามถูก ผิดก็ว่ากันไปตามผิด  และควรจะให้เขาได้ประกันตัวออกไปพบกับครอบครัวลูกเมียที่รออยู่&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span&gt;                &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span&gt;พวกคุณทราบหรือไม่ว่า การถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำนั้น  พวกเราเจอกับอะไรบ้าง มันมีความกดดันมากมายขนาดไหน  ที่จะต้องมาใช้ชีวิตกับผู้ต้องขังคดี ยาเสพติด หรือคดีฆ่า  อีกทั้งยังมีสายตาของผู้ต้องขัง ที่ไม่เคยรู้ข่าวความข้อเท็จจริงภายนอก  พวกเขามองว่าพวกเราเป็นพวกเผาบ้านเผาเมือง  เจ็บปวดมาก ผู้ถูกกล่าวหาหลายคนเริ่มมีอาการทางประสาท  มีความหวาดระแวงและและขาดความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน  อีกทั้งการกินอยู่หลับนอนก็แออัด ยัดเยียด &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span&gt;                 &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span&gt;ในวันเกิดเหตุเวลา 11.00  น.ได้เดินทางไปร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัดอุดรฯ  ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง แต่ด้วยวิญญาณของนักจัดรายการวิทยุ  ดิฉันก็ได้ร่วมแสดงความรู้สึกในทรรศนะของตัวเอง  เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯในขณะนั้น  เพียงแต่ต้องการให้เสียงของคนตัวเล็กๆได้ดังไปถึงนายอภิสิทธิ์  ว่าให้ยุติการกระทำในการล้อมปราบประชาชนเสีย  คำกล่าวในการบันทึกเสียงไม่มีการปลุกระดมแต่อย่างใด ภายหลังดิฉันทราบมาว่า มีคนโยนความผิดมาให้ โดยกล่าวหาว่าดิฉันเป็นแกนนำ ขอเรียนความตรงว่า  ดิฉันไม่มีมวลชน ดิฉันไปสังเกตการณ์เพียงคนเดียว  จอดรถไว้ที่ศาลเจ้าปู่เจ้าย่า ในสนามทุ่งศรีเมืองอุดรธานี  ถือไมค์ประกาศที่หน้าศาลากลางไม่ถึง 10 นาที  ดิฉันกลับบ้านก่อนเที่ยงในขณะนั้นยังไม่มีเหตุการณ์เผาศาลากลางเลย ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span&gt;                &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;span&gt;ผู้หญิงทั้งสี่คน เป็นคนไทย  อยากให้ผู้มีอำนาจได้รับรู้ ไม่ว่าเธอจะผิดหรือถูก จะให้อภัยกันไหม ผิด –  ถูก ว่ากันทีหลัง พวกเธอไม่มีทางเลือก ไม่มีโอกาสเตรียมตัวสู้คดี ช่วยเถอะ  ช่วยให้โอกาส ถ้าไม่ผิดต้องให้ความยุติธรรม ถ้าผิด ก็ให้&lt;/span&gt;โอกาส ให้อภัยกันได้ไหม&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div class="rtecenter"&gt;############################################################&lt;/div&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;/div&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;หมายเหตุ:เผยแพร่ครั้งแรกใน"มติชนสุดสัปดาห์"ปีที่ 30 ฉบับที่ 1567 (27 ส.ค.-2 ก.ย.2553)&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-8507470302259085150?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/8507470302259085150/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_3954.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/8507470302259085150'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/8507470302259085150'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_3954.html' title='รายงาน:จากปากคำผู้ต้องหาหญิง คดีเผาศาลากลางจ.อุดรธานี'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-4832576047359080917</id><published>2010-09-14T01:22:00.000+07:00</published><updated>2010-09-14T01:23:47.294+07:00</updated><title type='text'>“รำลึก 5 เดือน 10 เมษา” ญาติถามหาผู้รับผิดชอบ</title><content type='html'>&lt;p&gt;10 ก.ย.53 เวลา 17.00 น.  ญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่ถนนราชดำเนินเมื่อวันที่ 10  เม.ย. เดินทางมาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน  เพื่อรำลึกถึงการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 50 คน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นางสุวิมล ฟุ้งกลิ่นจันทร์ สูญเสียบุตรชายคือ นายเทิดศักดิ์  ฟุ้งกลิ่นจันทร์ ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตในตอนค่ำของวันที่ 10  เม.ย.ที่แยกคอกวัว ให้สัมภาษณ์ว่า  การมาร่วมกิจกรรมในวันนี้เพื่อรำลึกถึงลูกชาย โดยทุกๆ วันที่ 10  ความรู้สึกสูญเสียยังสะท้อนอยู่ในหัวอกของตนซึ่งเป็นแม่ นางสุวิมลกล่าวว่า  อยากให้รัฐบาลรู้ว่าตนต้องการทราบว่าใครเป็นคนยิงลูกชายของตน  และมั่นใจว่าทหารเป็นผู้ยิง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;น.ส.ธัญกมล คำน้อย ซึ่งสูญเสียน้องชายคือ นายเกรียงไกร คำน้อย  ให้สัมภาษณ์ว่า  น้องชายของตนถูกยิงเข้าที่ท้องในช่วงกลางวันที่บริเวณสะพานมัฆวานและเสีย ชีวิต การมาร่วมกิจกรรมในวันนี้จึงมาเพื่อตอกย้ำไม่ให้รัฐบาลลืมว่า  รัฐบาลเป็นผู้สั่งให้ทหารใช้อาวุธสงครามเข้าสลายการชุมนุม  และสั่งให้ทหารยิงประชาชน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นายสำราญ วางาม บิดาของนายสวาท วางาม ให้สัมภาษณ์ว่า  ลูกชายของตนถูกยิงที่ศีรษะเสียชีวิตในตอนค่ำของวันที่ 10 เม.ย.  ในวันนี้จึงเดินทางมาเพื่อแสดงความเคารพต่อวีรชนที่เสียชีวิตในวันที่ 10  เม.ย.และเพื่อรำลึกถึงลูกชายที่เสียไป นายสำราญกล่าวว่า  ต้องการให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวคำขอโทษต่อผู้เสียชีวิตและบรรดาญาติ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นางสุนันทา ปรีชาเวช สูญเสียน้องชายคือ นายทศชัย เมฆงามฟ้า  ซึ่งถูกยิงที่ปอดทะลุหัวใจและเสียชีวิตบริเวณโรงเรียนสตรีวิทยา  ให้สัมภาษณ์ว่า ตนต้องการทราบว่ารัฐบาลจะทำอะไรให้กับญาติผู้เสียชีวิตบ้าง  เนื่องจากตนได้พยายามติดตามการดำเนินคดี  แต่ไม่พบว่ามีความคืบหน้าแต่อย่างใด นางสุนันทากล่าวว่า  ยังมีศพที่ยังไม่เผาและเป็นหลักฐานอยู่ แต่จะทำอย่างไรให้รัฐบาลหันมาสนใจ  เพราะที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยแสดงความรับผิดชอบหรือกล่าวคำขอโทษต่อการสูญเสีย ชีวิต 91 ศพ จึงอยากถามหาความรับผิดชอบจากรัฐบาล&lt;/p&gt; &lt;p&gt;กิจกรรมเริ่มขึ้นในเวลา 17.30 น. โดยนายสมบัติ บุญงามอนงค์  จากกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง กล่าวกับผู้ร่วมกิจกรรมว่า  การรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในวันที่ 10 เม.ย.  เป็นกิจกรรมของผู้ที่มีความทรงจำและผูกพันกับเหตุการณ์ในวันนั้น  และเพื่อให้เรื่องราวเหล่านี้ถูกจดจำและบอกเล่าต่อโดยไม่ถูกหลงลืม  นายสมบัติจึงขอให้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย.  ออกมาเล่าเรื่องราวทีละคน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;หลังจากกิจกรรมเล่าเรื่องแล้ว  ญาติผู้เสียชีวิตและผู้ร่วมกิจกรรมได้นำเทียนสีแดงและดอกกุหลาบแดงไปวางหน้า ภาพถ่ายของผู้เสียชีวิต ในระหว่างนั้นมีการร้องเพลง “นักสู้ธุลีดิน”  และกิจกรรมจบลงในเวลาประมาณ 19.00 น.&lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://www.prachatai3.info/sites/default/files/u5/10%2009%202010_01.jpg" alt="" height="332" width="500" /&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://www.prachatai3.info/sites/default/files/u5/10%2009%202010_02.jpg" alt="" height="332" width="500" /&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://www.prachatai3.info/sites/default/files/u5/10%2009%202010_03.jpg" alt="" height="332" width="500" /&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://www.prachatai3.info/sites/default/files/u5/10%2009%202010_04.jpg" alt="" height="500" width="332" /&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://www.prachatai3.info/sites/default/files/u5/10%2009%202010_05.jpg" alt="" height="332" width="500" /&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://www.prachatai3.info/sites/default/files/u5/10%2009%202010_06.jpg" alt="" height="500" width="332" /&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://www.prachatai3.info/sites/default/files/u5/10%2009%202010_07.jpg" alt="" height="332" width="500" /&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://www.prachatai3.info/sites/default/files/u5/10%2009%202010_08.jpg" alt="" height="500" width="332" /&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://www.prachatai3.info/sites/default/files/u5/10%2009%202010_09.jpg" alt="" height="332" width="500" /&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://www.prachatai3.info/sites/default/files/u5/10%2009%202010_10.jpg" alt="" height="500" width="332" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="rtecenter"&gt;ที่มา: ประชาไท&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-4832576047359080917?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/4832576047359080917/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/5-10.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/4832576047359080917'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/4832576047359080917'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/5-10.html' title='“รำลึก 5 เดือน 10 เมษา” ญาติถามหาผู้รับผิดชอบ'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-6171037808672317823</id><published>2010-09-14T01:20:00.000+07:00</published><updated>2010-09-14T01:22:20.759+07:00</updated><title type='text'>นายกเปิดทำเนียบให้นิสิตนักศึกษาเข้าพบ ตอบคำถามสลายชุมนุม - พ.ร.ก.ฉุกเฉิน</title><content type='html'>&lt;p&gt;สนนท. แถลงเดือด  นายกเปิดให้นักศึกษาเข้าพบที่ทำเนียบเป็นการเล่นปาหี่ตบตาประชาชน  เรียกร้องหยุดสร้างภาพ ปรองดองบนคราบเลือด  อภิสิทธิ์ยัน“ถ้าความสูญเสียทั้งหมด เกิดจากการสั่งปราบปรามการชุมนุม  ผมไม่อยู่ถึงวันนี้หรอก”&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1284117360&amp;amp;grpid=00&amp;amp;catid"&gt;เว็บไซต์มติชน&lt;/a&gt;  รายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่10กันยายน ที่ตึกสันติไมตรี  ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  กล่าวตอบคำถามนิสิตนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมเสวนา  “นิสิตนักศึกษาพบนายกรัฐมนตรี”  ซึ่งบางส่วนจะถูกนำไปออกรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์  ในสุดสัปดาห์นี้ ถึงกรณีที่นักศึกษาที่  จ.เชียงรายที่ชูป้ายคัดค้านการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  ถูกควบคุมตัวและส่งไปบำบัดจิต  และกรณีที่นสพ.เรดเพาเวอร์ถูกปิดเพียงเพราะมีความเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง  กัน ว่า รัฐบาลนี้พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ กฎหมายพิเศษ  ไม่เฉพาะในการชุมนุมทางการเมือง แต่รวมถึงในจังหวัดชายแดนภาคใต้  สำหรับกิจกรรมทางการเมือง ยืนยันว่าสามารถเคลื่อนไหวได้ตามรัฐธรรมนูญ  แต่ต้องไม่ละเมิดแนวทางที่ศาลแพ่งเคยวินิจฉัยไว้ 5 ข้อ อาทิ ต้องไม่ปิดถนน  ละเมิดสิทธิของคนอื่น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า  ขอยืนยันว่าทุกครั้งที่มีข่าวว่าพ.ร.ก.ฉุกเฉินกระทบกับกิจกรรมของนิสิตนัก ศึกษา ตนจะตรวจสอบและให้ดำเนินการตามแนวทางที่ควรจะเป็น บาง  กรณีมีความเข้าใจผิด คิดว่าการเรียกตัวไปเป็นหมายจับ ทั้งที่จริงไม่ใช่  เป็นเพียงการเรียกตัวไปสอบถาม  และเท่าที่ตนตรวจสอบไม่มีนักศึกษาคนใดถูกดำเนินคดี  สำหรับการควบคุมตัวตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินมีการใช้น้อยมาก  ส่วนใหญ่จะถูกดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา  ยืนยันว่าไม่มีการปกปิดรายชื่อผู้ถูกควบคุมตัว  และไม่มีใครเป็นนักโทษการเมือง เพราะนักโทษการเมืองน่าจะหมายถึงคนที่ถูกจับ  เพราะมีความคิดทางการเมืองแตกต่างกัน  ซึ่งไม่มีเพราะคนที่ถูกคุมตัวทุกคนทำผิดกฎหมาย เช่น ผิดฐานก่อการร้าย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;"ความจริงการเคลื่อนไหวทางการเมืองก็มีเยอะ  กรณีคนเสื้อแดงไปทำกิจกรรมที่สวนลุมพินี ก็ไม่ถูกดำเนินการใดๆ  หากไม่ผิดเงื่อนไข 5 ข้อตามที่ศาลแพ่งวางเอาไว้  สำหรับการปิดนสพ.เรดเพาเวอร์ ยืนยันว่าไม่ใช่การปิดสื่อ  เพราะมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันทางการเมือง  แต่ที่มีปัญหาเพราะทำผิดกฎหมายอื่น ซึ่งต้องว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม  อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นว่ามีกฎหมายฉบับหนึ่งที่เกี่ยวกับสื่อที่ต้องแก้ไข  คือพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 ที่ยังขาดความชัดเจน  จนทำให้เกิดปัญหา" นายอภิสิทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เมื่อถามว่า นักศึกษาที่ จ.เชียงรายแค่ชูป้ายถูกคุมตัวและจับไปบำบัดจิต  นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ หรืออาจารย์ยิ้ม อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกคุมตัวโดยไม่แจ้งข้อหาแล้ว  แต่เหตุใดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมหน้ายูเนสโกถึงไม่มีใช้  อำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า  กรณีอาจารย์ยิ้มที่ทราบภายหลังว่ามีปัญหาสุขภาพ ตนก็ได้ประสานไปขอให้ดูแล  แต่ยอมรับว่าบางเรื่องก็ดูแลไม่ 100 เปอร์เซ็นต์  แต่พอทราบว่ามีปัญหาก็ให้เข้าไปดูแล กรณีกลุ่มพันธมิตรฯเมื่อมีการปิดถนน  ตนก็ให้ตำรวจเข้าไปเจรจา รอบหลังที่จะมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล  ก็มีการเจรจาจนย้ายที่สำเร็จ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้อง เพิ่มงบประมาณของกระทรวงกลาโหม  (กห.) จากปีที่แล้วถึงกว่า 7 หมื่นล้านบาท ราวเป็นกว่า 2 แสนล้านบาท  ทั้งที่การใช้งบของกห.ที่ผ่านมาหลายอย่างก็มีปัญหา  ทั้งการจัดซื้อเรือเหาะที่บินไม่ได้ หรือเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดจีที 200  ที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นของเก๊ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การ  เพิ่มขึ้นของงบของกห. ถ้าตนจำไม่ผิด ไม่ได้สูงกว่าสัดส่วนงบของปีก่อนๆ  ถามว่าจำเป็นแค่ไหน ตนได้ดูเรื่องนี้เชิงระบบ  โดยนำไปเปรียบเทียบกับงบพัฒนากองทัพของประเทศเพื่อนบ้าน  ปรากฏว่าเรามีค่าใช้จ่ายด้านนี้ต่ำที่สุดในภูมิภาค  ส่วนการใช้งบจะถูกผิดอย่างไร ต้องไปว่ากันอีกครั้ง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เมื่อถามว่าเหตุใดนายกฯถึงไม่รีบลงจากอำนาจ  และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้เร็วที่สุด เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อ 91  ศพที่เสียชีวิต นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า  ความจริงรัฐบาลนี้มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่จะอยู่จนถึงสิ้นปีหน้า  และก่อนหน้านี้หากผู้ชุมนุมรับข้อเสนอของตน  อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็จะมีการเลือกตั้งแล้ว ความจริงพวกเขา  ปฏิเสธข้อเสนอของตนไปอย่างน้อย 3 ครั้ง ครั้งแรก  หากนำข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ไปทำประชามติ  ป่านนี้ก็มีการเลือกตั้งไปแล้ว 2-3 เดือนก่อน แต่ฝ่ายโน้นก็ปฏิเสธ  เพราะคนต่างประเทศไม่เห็นด้วย ครั้งที่สอง ระหว่าง ชุมนุมปลายพ.ค.ที่ผ่านมา  ที่ตนไปนั่งโต๊ะเจรจา มีการเสนอให้เลือกตั้งปลายปี  แต่ปรากฏว่าต้องเลิกเจรจา เพราะมีโทรศัพท์เข้ามาขอให้ฝ่ายโน้นเลิกเจรจา  ครั้งสุดท้าย ตนเสนอให้เลือกตั้ง วันที่ 14 พ.ย.2553  แต่สุดท้ายแกนนำคนเสื้อแดงก็ไม่ยอมรับ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า เรื่องความสูญเสีย ตนต้องขอความเป็นธรรม  เพราะยืนยันไม่เคยมีนโยบายให้ปราบปรามหรือยิงประชาชน  ความสูญเสียที่เกิดขึ้น มี 3 ช่วงเวลา ครั้งแรก วันที่ 10 เม.ย.  ซึ่งเจ้าหน้าที่เริ่มขอคืนพื้นที่ตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงหนึ่งทุ่ม  ไม่มีใครเป็นอะไร แต่ความสูญเสียเริ่มเกิดขึ้น นับแต่มีการยิงเอ็ม 79  เข้ามา ทำให้ทหารและประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต ช่วง ที่สอง ระหว่าง  วันที่ 14-18 พ.ค. ตอนนั้นรัฐบาลเห็นว่าการชุมนุมที่ยืดเยื้อยาวนาน  และปีนี้เป็นครั้งแรกที่ไม่มีระเบิดยิงใส่ผู้ชุมนุม  มีแต่ระเบิดยิงออกมาจากผู้ชุมนุม นอกจากนี้  ยังพบอาวุธสงคราในบริเวณใกล้เคียงที่ชุมนุมจำนวนมาก  เป็นเหตุให้ต้องมีการกระชับวงล้อม ถามว่าทำไมเกิดความสูญเสีย  เพราะมีคนเข้าโจมตีด่านของทหาร ช่วงนี้เกิดความสูญเสียมากที่สุด&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ช่วงสุดท้าย วันที่ 19 พ.ค.ที่มีการเข้า  ยึดพื้นที่ชุมนุมแล้ว ซึ่งทำให้เกิดกรณีเสียชีวิต 6  ศพที่วัดปทุมวนารามขึ้นมา ซึ่งต้องตรวจสอบกันต่อไปว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร  และมีการตั้งคนกลางเข้ามาตรวจสอบแล้ว  แต่ยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยมีนโยบายจะทำให้ประชาชนเกิดความสูญเสีย  เพราะตอนที่แกนนำคนเสื้อแดงประกาศยุติการชุมนุม  เราก็สั่งให้ทหารยุติปฏิบัติการทั้งหมด ทั้งที่แยกสารสิน ถนนชิดลม  และสนามศุภชลาศัย แต่ปรากฏว่าเมื่อยุติการชุมนุม  มีการเผาห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์และสยามสแควร์  แต่ปรากฏว่าเมื่อนำรถดับเพลิงเข้าไปแล้วถูกยิงกลับมา  ทำให้เกิดการต่อสู้ที่ถนนพระรามที่ 1  ซึ่งอาจทำให้เกิดกรณีวัดปทุมฯขึ้นหรือไม่&lt;/p&gt; &lt;p&gt;"ความจริงแล้ว ถ้าความสูญเสียทั้งหมด เกิดจากการสั่งปราบปรามการชุมนุม  ผมไม่อยู่ถึงวันนี้หรอก ลาออกไปนานแล้ว ดังนั้นควรจะให้คนกลางเข้าไปตรวจสอบ  ความจริงตัวผมเองก็ยืนยันว่าไม่มีเจตนาอยู่ครบเทอม  แต่ก็ไม่ต้องการให้การเลือกตั้งอยู่กับความรุนแรง โดยมีเงื่อนไข 2 ข้อ  หนึ่ง ต้องไม่มีการประกาศไล่ล่ากัน  หรือห้ามไม่ให้พรรคการเมืองนี้เข้าไปหาเสียงในพื้นที่ใด สอง  ผมไม่ต้องการเลือกตั้งที่ต้องมาถกเถียงเรื่องกติกาอีก เวลาเกิดปัญหาขึ้น  ว่าควรยุบหรือไม่ยุบพรรค ถ้าสองเงื่อนไขนี้มีเมื่อไร ผมพร้อมจะยุบสภา  ผมไม่ได้เกรงกลัวว่าจะแพ้การเลือกตั้ง  เพราะผมไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวอะไรอยู่แล้ว ที่สำคัญช่วงที่ผมอยู่  มีเลือกตั้งซ่อมหลายครั้ง ผมก็แพ้น้อยมาก" นายอภิสิทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt; &lt;p&gt;อนึ่ง  ก่อนหน้าที่จะมีการเข้าพบปะระหว่างนิสิตนักศึกษากับนายกรัฐมนตรีนั้น  สหพันธนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ได้ออกแถลงการณ์ ชื่อ &lt;strong&gt;10 กันยา รู้ทันนายกรัฐมนตรี  &lt;/strong&gt;โดย ระบุว่า  การพบกันระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนิสิตนักศึกษาครั้งนี้เป็นเพียงปาหี่ตบตา ประชาชนเท่านั้น แต่การที่ สนนท. ตัดสินใจเข้าร่วมในการพบปะดังกล่าว  ไม่ใช่การเข้าร่วมสังฆกรรมกับคณะละครตบตาที่ชื่อว่า  “กระบวนการปฏิรูปประเทศ”  หรือเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลมือเปื้อนเลือดของนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ แต่เข้าร่วมการพบปะเพื่อทวงถามข้อสงสัย  ชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อมูลบางอย่าง  ที่หวังว่าจะช่วยให้ประชาชนเริ่มตั้งคำถาม  และพิจารณาถึงความไม่ชอบธรรมในการใช้อำนาจบริหารงานองรัฐบาลชุดนี้&lt;/p&gt; &lt;p&gt;สนนท. ระบุด้วยว่า  ไม่มีรัฐบาลใดจะมีความชอบธรรมในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมากไปกว่า รัฐบาลที่มาจากเจตจำนงของประชาชน ซึ่งผ่านการเลือกตั้ง  ไม่ใช่ด้วยความช่วยเหลือของทหาร  การยุบสภายังคงเป็นวิถีทางในการรับฟังกระแสตอบรับของประชาชนที่ดีที่สุด  ที่รัฐบาลปัจจุบัน สมควรจะทำ&lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;strong&gt;000&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;strong&gt;แถลงการณ์ 10 กันยา รู้ทันนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ตามที่สโมสรนิสิตคณะรัฐศาสตร์ และคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ได้จัดให้มีงาน “นิสิตนักศึกษาพบนายก รัฐมนตรี” ขึ้นในวันที่ 10 กันยายนนี้  โดยมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดงาน จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เป็นตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลนั้น สามารถพิจารณาได้ว่างานดังกล่าว  เป็นผลพวงมาจากเหตุการณ์ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของนักศึกษากลุ่มประชาคมจุฬาฯ เพื่อประชาชน ที่ได้พยายามชูป้ายประท้วงและยื่นจดหมายต่อนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเดินทางมากล่าวปาฐกถาในงานวันครบรอบ 60 ปี  คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่กลับถูกขัดขวางโดยคณะผู้ดูแลงาน  จนทำให้กลุ่มนักศึกษาดังกล่าวไม่สามารถใช้สิทธิ  และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นได้อย่างที่ควรจะเป็น   ในสังคมที่กล่าวอ้างว่ายึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ด้วยเหตุผลดังกล่าว ซึ่งเป็นที่มาของการจัดงานในครั้งนี้   พวกเรามีความเห็นว่า การพบนิสิตและนักศึกษา ของนายกรัฐมนตรี  เป็นเพียงละครปาหี่ตบตาประชาชนอย่างที่เคยเป็นมาตลอดอีกเรื่องหนึ่งเท่านั้น   พวกเราทราบดีว่างานที่ถูกจัดขึ้นนี้ เป็นเพียงเครื่องมือ  ที่นายกรัฐมนตรีจะใช้ในการสร้างภาพ  ว่าตนเป็นบุคคลที่เปิดกว้าง  รับฟังคำติชม และยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง นั่นหมายความว่า  นิสิตนักศึกษา ที่มาในวันนี้ จะกลายเป็นเพียงเครื่องมือที่ถูกหยิบใช้  เพื่อบริหารความนิยมชมชอบ  และสร้างภาพลักษณ์ที่ดูดีให้กับรัฐบาลมือเปื้อนเลือดเท่านั้น &lt;br /&gt;เหนือสิ่งอื่นใด ตามคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีเอง ที่ว่า “การกระทำสำคัญที่สุด  ถ้ากระทำไปในทิศทางเดียวกับคำพูด” ยิ่งแสดงให้พวกเราได้เห็นว่า  ทุกสิ่งที่อย่างที่รัฐบาลทำ ความพยายามจะสร้างภาพความปรองดองสมานฉันท์นั้น  เป็นเพียงการปิดบังความจริงด้วยวิธีการอันฉาบฉวย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ถ้านายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้ มีจิตใจเปิดกว้าง รับฟังคำติชม  และยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างจริง ศพของประชาชนผู้บริสุทธิ์ อย่างน้อย 91  ศพ จะไม่มีวันเกิดขึ้น เป็น 91 ศพ ที่เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา เป็น 91 ศพ  ที่เรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ ขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ นั่นคือ  การได้หายใจในบรรยากาศของประเทศที่เป็นประชาธิปไตย  เมื่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล  ไม่อาจมีความกล้าหาญที่จะเสียสละผลประโยชน์ส่วนตนให้กับประเทศชาติได้  การปราบปรามประชาชนผู้เห็นต่างก็เกิดขึ้น การกระทำที่ดูใจกว้างในวันนี้  วันที่ 10 กันยายน  ช่างแตกต่างกันลิบลับกับการขอคืนพื้นที่ในวันเดียวกันนี้เมื่อห้าเดือนที่ แล้ว&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เราจะมีหลักประกันอะไร ว่าสิ่งที่นายกรัฐมนตรีกล่าว  จะไม่ใช่เรื่องลมๆแล้งๆ ดูสวยหรูแต่สร้างภาพอย่างที่เคยทำมา  และเราจะมีหลักประกันอะไรว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้  จะเป็นการรับฟังความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษาอย่างบริสุทธิ์ใจ ในเมื่อ  “เพื่อนของเรา” บางคนยังถูกจับกุมคุมขัง และบางส่วนถูกส่งไปบำบัดทางจิต&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.)  ขอแสดงจุดยืนต่อรัฐบาลเผด็จการมือเปื้อนเลือด  และงานละครปาหี่ตบตาประชาชนในครั้งนี้ ว่า&lt;/p&gt; &lt;p&gt;1. งาน “นิสิต นักศึกษา พบนายกรัฐมนตรี” เป็นงานที่ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ  เป็นเพียงละครสร้างภาพตบตาประชาชนเท่านั้น   นอกจากจะด้วยเหตุผลที่การกระทำของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล  ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับคำพูดแล้ว  การเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดงานจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มาเป็นตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลนั้น แสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรี  ไม่เห็นคุณค่าความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษาอย่างแท้จริง  และยังสำคัญตนเองเป็นใหญ่ เสมือนเรียกให้นิสิต นักศึกษาต้องเข้าพบ  แทนที่จะยอมเดินทางไปรับฟังความคิดเห็นของนิสิตนักศึกษาจากในรั้ว มหาวิทยาลัยด้วยตนเอง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;2. “การกระทำสำคัญที่สุด ถ้ากระทำไปในทิศทางเดียวกับคำพูด”    นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลต้องรู้จักการกระทำที่เป็นไปในทิศทางเดียวกับคำพูด  นั่นคือ ไม่คุกคามสิทธิ เสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษา  และประชาชน เพราะข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก็คือ คนที่เห็นต่างจำนวนมาก  ถูกรัฐบาลทำให้กลายเป็นศัตรูของชาติ และถูกจับกุมคุมขัง  มีแต่คนที่มืดบอดทางสติปัญญาเท่านั้น  ที่จะเชื่อคำกล่าวสร้างภาพของรัฐบาลว่าเป็นเรื่องจริง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;พวกเราขอประกาศจุดยืนว่า การมาร่วมงาน “นิสิต นักศึกษา พบนายกรัฐมนตรี”  ครั้งนี้ ไม่ใช่การเข้าร่วมสังฆกรรมกับคณะละครตบตาที่ชื่อว่า  “กระบวนการปฏิรูปประเทศ”  หรือมาเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลมือเปื้อนเลือดของนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ แต่เรามาเพื่อทวงถามข้อสงสัย ชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อมูลบางอย่าง  ที่เราหวังว่าจะช่วยให้ประชาชนเริ่มตั้งคำถาม  และพิจารณาถึงความไม่ชอบธรรมในการใช้อำนาจบริหารงานองรัฐบาลชุดนี้&lt;/p&gt; &lt;p class="rteleft"&gt;พวกเราเชื่อว่า  ไม่มีรัฐบาลใดจะมีความชอบธรรมในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมากไปกว่า รัฐบาลที่มาจากเจตจำนงของประชาชน ซึ่งผ่านการเลือกตั้ง  ไม่ใช่ด้วยความช่วยเหลือของทหาร  การยุบสภายังคงเป็นวิถีทางในการรับฟังกระแสตอบรับของประชาชนที่ดีที่สุด  ที่รัฐบาลปัจจุบัน สมควรจะทำ&lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;strong&gt;หยุดสร้างภาพ หยุดการปรองดองบนกองเลือด&lt;br /&gt;สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 0);"&gt;ที่มา:  ประชาไท&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-6171037808672317823?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/6171037808672317823/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_2344.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/6171037808672317823'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/6171037808672317823'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_2344.html' title='นายกเปิดทำเนียบให้นิสิตนักศึกษาเข้าพบ ตอบคำถามสลายชุมนุม - พ.ร.ก.ฉุกเฉิน'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-6387247288174081146</id><published>2010-09-14T01:18:00.000+07:00</published><updated>2010-09-14T01:19:47.090+07:00</updated><title type='text'>เสวนา: ‘ประวิตร’ ตั้งข้อสังเกต (ถ้า)‘เรด พาวเวอร์’ ถูกปิด สมาคมนักข่าวจะออกโรงไหม</title><content type='html'>&lt;div style="margin: 0cm 0cm 10pt;"&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;เมื่อวันที่ &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;8  ก.ย.53 ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว มีการจัดเสวนา  “ทิศทางสื่อไทยจะไปทางไหนภายใต้อำนาจมืด” ประวิตร โรจนพฤกษ์  ผู้สื่อข่าวจากหนังสือพิมพ์ The Nation  ประเมินแนวโน้มทิศทางสื่อไทยในปัจจุบันว่าไม่สู้ดี น่าเป็นห่วง  เอื้อให้เกิดการเซ็นเซอร์สื่อมากขึ้นเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากข้อจำกัดทางการ เมือง ข้อจำกัดที่สำคัญคือ  ภาวะความวิตกกังวลหรืออาการวิตกจริตของชนชั้นนำบางกลุ่ม ซึ่งเกิดความกลัว  เพราะรู้สึกถึงความไม่มั่นคงของตนนำไปสู่การกระทำที่เกินเลยผิดปกติ   ภาวะปัจจุบันสื่อกระแสหลักตกอยู่ในมือของกลุ่มอำนาจมืด  ซึ่งอาจหมายถึงชนชั้นปกครองเก่า ทหาร  หรือที่คนเสื้อแดงเรียกว่ากลุ่มอำมาตย์ เป็นภาวะที่ทหารมีอำนาจพิเศษ  แตะต้องไม่ได้ วิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div style="margin: 0cm 0cm 10pt;"&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;ประวิตร ยกตัวอย่าง ว่า เช่น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  ศอฉ.ออกมาขู่ว่าจะปิดหนังสือพิมพ์หัวสี  เพราะไปเสนอข่าวว่าทหารมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของการ์ด  นปช.ที่เชียงใหม่ ทั้งยังขู่จะปิด &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;Red  Power แม้กรณีนี้สมาคมผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทยจะออกมาตอบโต้การกระทำของ  ศอฉ. อย่างรวดเร็ว แต่ต้องตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการขู่เฉพาะ Red Power  สมาคมผู้สื่อข่าวฯ จะทำงานหรือไม่ เพราะที่ผ่านมา  แม้สมาคมจะออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของรัฐบาลและ ศอฉ. ถึงการคุกคามสื่อ  แต่หลังจากนั้นมีการไล่ปิดสื่อและเว็บไซต์เสื้อแดงจำนวนมาก  สมาคมผู้สื่อข่าวฯ  ก็ไม่ได้ออกมาติดตามประเด็นเหล่านี้อย่างจริงจังเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม  ประวิตรมองว่า  ช่วงเวลานี้น่าจะเป็นโอกาสดีที่จะหันมาให้ความสนใจการเซ็นเซอร์  ตอนนี้สื่อสิ่งพิมพ์ของเสื้อแดงเริ่มกลับมาเปิดได้ 4 ฉบับ คือ Red Power (&lt;i&gt;ในวันสัมมนายังไม่ถูกสั่งปิดแท่นพิมพ์&lt;/i&gt;&lt;i&gt;-ประชาไท&lt;/i&gt;)   มหาประชาชน พีเพิลแชแนล  และคนเสื้อแดง แต่ก็ยังไม่สามารถกลับไปเหมือนช่วงก่อน 19  พฤษภาคมได้ โดยประวิตรให้เหตุผลเปรียบเทียบง่ายๆ ว่า  ก่อนนี้เขาสามารถหาซื้อสื่อสิ่งพิมพ์เสื้อแดงได้ตามร้านหนังสือในสถานี รถไฟฟ้าบีทีเอส แต่ปัจจุบันสื่อเหล่านี้หาซื้อยากมาก อย่างไรก็ตาม  อยากให้มองย้อนกลับไปช่วงปลายรัฐบาลทักษิณ ซึ่งมีการปิดกั้นคุกคามสื่ออย่าง มากเช่นกัน &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div style="margin: 0cm 0cm 10pt;"&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;สมบัติ  บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด กล่าวว่า  สื่อกระแสหลักคงปรับตัวไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว  ขณะเดียวกันในช่วงนี้ก็มีการเติบโตของสื่อดาวเทียมอย่างน่าตกใจ  และเป็นที่น่าสังเกตว่าคนซื้อดาวเทียมส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัดที่ซื้อจาน ดาวเทียมมาติดเพราะสัญญาณช่องสื่อกระแสหลักไม่ชัด เลยพลอยได้ดูช่องอื่นๆ  ที่นอกจากฟรีทีวีด้วย กลายเป็นการสร้างพฤติกรรมการดูทีวีแบบใหม่  บางคนเลิกดูฟรีทีวีไปเลยเพราะมีทางเลือกอื่นๆ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div style="margin: 0cm 0cm 10pt;"&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;บก.ลาย จุดมองว่า  แม้ปัจจุบันจะมีการปิดกั้นสื่อหรือสื่อถูกจำกัด ก็ไม่สามารถกล่าวได้เสียที เดียวว่า ไม่มีช่องทางในการสื่อสาร  เพราะสื่ออย่างทีวีดาวเทียม อินเตอร์เน็ตเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว  นอกจากนี้ยังมีสื่อโทรศัพท์มือถือ  ซึ่งมีโครงสร้างที่เป็นจุดแข็ง คือเข้าถึงผู้ใช้ได้มากกว่าสื่ออินเตอร์เน็ต และมีราคาถูก ดังนั้น บก.ลายจุดจึงเสนอให้ใช้สื่อโทรศัพท์มือถือ เช่น  เอสเอ็มเอสมากขึ้น  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div style="margin: 0cm 0cm 10pt;"&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;ประวิตร กล่าวว่า โดยส่วนตัวแม้จะทำงานอยู่ในสื่อกระแสหลัก  แต่ก็ไม่กังวลหากสื่อกระแสหลักจะได้รับความนิยมน้อยลง เพราะสังคมไทยที่ผ่าน มา ทุกสิ่งทุกอย่างมักไปกระจุกอยู่กับคนเพียงไม่กี่คน เช่นเดียวกับที่ทุก สิ่งทุกอย่างมากระจุกตัวอยู่ในเมืองเมืองเดียวอย่างกรุงเทพมหานาคร เขาคิด ว่า ถึงเวลาแล้วที่สื่อกระแสหลักจะมีอำนาจและอิทธิพลน้อยลง  เพราะจะเป็นประโยชน์กับชาวบ้านหรือประชาชนมากกว่า  เพราะโครงสร้างของสื่อกระแสหลักในปัจจุบันนั้นมีข้อจำกัด คือ&lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;1.โครง สร้างรวมศูนย์เป็นแนวดิ่ง และเป็นธุรกิจ  ไม่มีความเป็นประชาธิปไต 2.โครงสร้างวัฒนธรรมแบบพี่น้อง ผู้อาวุโส ผู้น้อย  ทำให้ไม่มีการวิวาทะในสื่อกระแสหลัก สภาพในองค์กรไม่เป็นประชาธิปไตย  3.ข้อจำกัด 2 ข้อแรก  ทำให้เกิดการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก สุดท้ายต้องเลือกที่จะเซ็นเซอร์สื่อ  ดังนั้น สื่อกระแสหลักคงไม่สามารถเป็นที่ฝากผีฝากไข้ของประชาชนได้  ตรงกันข้าม  สื่อกระแสหลักจะกลายเป็นคนเล่นบทอนุรักษนิยมเสียเองในช่วงการเมืองปลาย รัชกาลเช่นนี้ ดังนั้นสื่อกระแสหลักจึงยังอยู่ในโลกของตัวเอง  ไม่สนใจจะปรับปรุงตัวเอง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div style="margin: 0cm 0cm 10pt;"&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;นอกจากสื่อกระแสหลักแล้ว ประวิตรยังได้วิจารณ์สื่อกระแสรองด้วย &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;1.แนว โน้มการท้าทายจากสื่อกระแสรองจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ และการครอบงำจะไม่สามารถทำ ได้แบบเบ็ดเสร็จอีกต่อไป  มีความพยายามมุดลอดออกมาจากการครอบงำของชนชั้นปกครองอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน  2.ปัญหาของสื่อทั้งแดงและเหลือง คือมีความมั่นใจในตัวเองมากเกินไป  มั่นใจว่าถูกต้อง 100  เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่ท้าทายสื่อทั้งแดงและเหลืองคือการจัดการกับพื้นที่สีเทา  คือกลุ่มคนที่ไม่ใช่แดงและไม่ใช่เหลือง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div style="margin: 0cm 0cm 10pt;"&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;อรรถ ชัย อนันตเมฆ นักแสดงผู้ประกาศตัวเป็นคนเสื้อแดงกล่าวว่า สื่อกระแสหลัก  โดยเฉพาะทีวีมีปัญหาเพราะระบบสัมปทาน เจ้าของสัมปทานกลายเป็นทหารและรัฐ  ประชาชนไม่เคยมีส่วนแบ่งในพื้นที่นั้น  อรรถชัยสรุปปัญหาของสื่อว่าตกอยู่ใต้พระเจ้า &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;3  องค์ คือ 1.พระเจ้าทางการเมือง  คือรัฐบาล ทหาร  และผู้มีอำนาจในการแทรกแซงสื่อ 2.พระเจ้าทางการเงิน  คือเอเจนซี่ และระบบเอเจนซี่นี้เองที่ทำให้เกิดระบบเรตติ้งเทียม  การจัดระบบเรตติ้งไม่เคยมีประชาชนไปเกี่ยวข้อง  ที่ผ่านมาแม้มีความพยายามในการจัดระบบใหม่ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ  3.สมาคมผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย แม้สมาคมผู้สื่อข่าวจะเกิดขึ้นเพราะความ ต้องการรวมตัวกันสู้กับพระเจ้าทางการเมือง แต่พระเจ้าองค์ที่ 3 นี้  ก็ไม่เคยมีประชาชนได้เข้าไปเกี่ยวข้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา: ประชาไท&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-6387247288174081146?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/6387247288174081146/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_1070.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/6387247288174081146'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/6387247288174081146'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_1070.html' title='เสวนา: ‘ประวิตร’ ตั้งข้อสังเกต (ถ้า)‘เรด พาวเวอร์’ ถูกปิด สมาคมนักข่าวจะออกโรงไหม'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-466218317571595319</id><published>2010-09-14T01:16:00.000+07:00</published><updated>2010-09-14T01:18:07.017+07:00</updated><title type='text'>ศอฉ.วางแผนรับมือเฝ้าระวัง12-19 ก.ย.ขนกำลังตร.3 พัน ทหารรอเสริมทัพ</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1284115993&amp;amp;grpid=&amp;amp;catid=01"&gt;เว็บไซต์มติชน&lt;/a&gt;รายงาน ว่า เมื่อ เวลา 15.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก(บก.ทบ.) นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการฉุกเฉิน (ศอฉ.)  เป็นประธานในการประชุม ศอฉ. พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.  พล.อ.ประยุทธ จันโอชา รองผบ.ทบ. พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิศรี ผบ.ตร. นายถวิล  เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ผู้แทนเกหล่าทัพ  ประชุมประเมินสถาณการณ์การชุมนุมของกลุ่มต่างๆในช่วงเดือนกันยายน  ที่ใกล้ครบรอบการรัฐประหาร 19 กันยายน ต่อมาเวลา 16.40 น. พ.ต.ท.ทรงพล  วัธนะชัย รองผบ.อำนวยการกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงว่า  ในส่วนของสตช.ได้นำเสนอมาตรการ  และแผนการรักษาความสงบกรณีกลุ่มชุมนุมที่ใช้ชื่อเรียกต่างๆที่จะชุมนุม  ระหว่างวันที่ 12-19 กันยายนนี้  โดยจะมีมีศูนย์บัญชาการที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บชน.) ทั้งนี้  ศอฉ.โดยนายสุเทพได้แสดงความห่วงใยและกำชับให้สตช.วางมาตรการดูแลความเรียบ  ร้อย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุแทรกซ้อน  โดยจะดำเนินการทั้งในส่วนตำรวจนครบาลและตำรวจภูธรภาค โดยพล.ต.อ.วิเชียร  ได้วีโอลิงค์ไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาลภาค และภูธรภาคต่างๆค่ำวันที่ 9  ก.ย.&lt;/p&gt; &lt;p&gt;พ.ต.ท.ทรงพล กล่าวต่อว่า สำหรับกองบัญชาการที่เกี่ยวข้องมีดังนี้ วันที่  12 กันยายน จะมีการชุมนุมของกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง  จัดกิจกรรมที่พระบรมราชานุสาวรีรัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี  โดยจะมีการใช้รถจักรยานยนต์จำนวน 200 คัน ขับขี่ไปตามเส้นทางถนนราชดำริ  ผ่านราชประสงค์ สามเหลี่ยมดินแดง และไปยังอนุสาวรีชัยสมรภูมิ  โดยจะมีจะมีกองบัญชาการตำรวจนครบาลชน 5 บัญชาการเหตุการณ์ นอกจากนี้วันที่  17 กันยายน จะมีกลุ่มวันอาทิยต์สีแดงและกลุ่ม 24  มิถุนาประชาธิปไตยนัดวางดอกไม้ที่หน้าเรือนจำทั่วประเทศ  ในกทม.คือเรือนจำคลองเปรม วันที่ 18 กันยายน จะมีขบวนการแรลลี่รถ 50 คัน  ออกจากห้ามอิมเรียลลาดพร้าวไปที่หมายที่จ.เชียงใหม่ และวันที่ 19 กันยายน  จะมีการจัดกิจกรรมอะราวเดอะเวิลล์ 4 ปีรัฐประหาร ที่ราประสงค์  โดยส่วนนี้บชน.มอบให้ผผบก.ในพื้ที่ที่รับผิดชอบบัญชาการ โดยจะมีบก.น. 5  รับผิดชอบ ทั้งราชประสงค์ ลานพระบรมรูปทรงม้า และบก.น. 2  รับผิดชอบพื้นที่เรือนจำ เป็นต้น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;พ.ต.ท.ทรง พล กล่าวว่า ด้านการจัดวางกำลัง จะระดมกำลังกองร้อยปราบจลาจล  เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ใช้กำลังตำรวจทั้งสิ้น 3,072 นาย ภายใตชื่อแผน  รักษาความปลอดัภยระหว่างการชุมนุม 12-19 กันยายน  จะมีการจัดเตรียมทั้งอุปกรณ์ถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว  อีกส่วนเป็นกำลังสนับสนุน โดยแต่ละบก.จะจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว  เพื่อสนับสนุนการปฏบิติ ส่วนมาตรการการดำเนินการทางกฎหมาย  ผบ.ตร.ได้ให้นโยบายหลักๆไว้ ว่า มาตรการดำเนินการขั้นแรก  จะใช้เจรจาและขอร่วมมือให้ชุมนุมโดยความเรียบร้อย  ส่วนมาตรการสุดท้ายถ้าฝ่าฝืน จะมีการบังคับใช้กฎหมาย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ที่มา: เว็บไซต์มติชน&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-466218317571595319?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/466218317571595319/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/12-19-3.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/466218317571595319'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/466218317571595319'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/12-19-3.html' title='ศอฉ.วางแผนรับมือเฝ้าระวัง12-19 ก.ย.ขนกำลังตร.3 พัน ทหารรอเสริมทัพ'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-3566237654202202300</id><published>2010-09-14T01:15:00.000+07:00</published><updated>2010-09-14T01:16:50.728+07:00</updated><title type='text'>แถลงการณ์เรียกร้องนักสิทธิ์ฯ อย่าเมินการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาล</title><content type='html'>&lt;p&gt; 9 ก.ย. 2553 - สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน (องค์กรสาธารณประโยชน์)  ออกแถลงการณ์เรื่อง 'เรียกร้องให้องค์กรสิทธิมนุษยชนพิจารณาบทบาทตนเอง'  โดยกล่าวถึง การละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลที่ผ่านอำนาจไปทาง ศอฉ.  เป็นการกระทำที่ละเมิดในสิทธิต่อชีวิต ทรัพย์สิน  และเกียรติภูมิของชาติพันธุ์ ความเชื่อ วัฒนธรรม การแสดงออก  และการเมืองการปกครอง ตลอดจนการละเมิดการสื่อสารด้วยการปิดสื่อในรูปแบบต่าง  ๆ เป็นจำนวนมาก  แต่กลับพบว่าไม่มีองค์กรใดมีความรู้สึกเดือดร้อนกับสถานการณ์ดังกล่าว  ในทางกลับกัน กลับแสดงท่าทีเพิกเฉย &lt;/p&gt; &lt;p&gt;สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน (องค์กรสาธารณประโยชน์) จึงขอเรียกร้องให้  องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน และองค์กรต่าง ๆ  ที่เกี่ยวข้องแสดงท่าทีต่อสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาล  โดยไม่เลือกปฏิบัติ และ  ขอเรียกร้องให้รัฐยุติการคุกคามประชาชนพลเมืองในรูปแบบต่าง ๆ  โดยสิ้นเชิงในทันที&lt;br /&gt; &lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;hr /&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size: medium;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;แถลงการณ์ สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน (องค์กรสาธารณประโยชน์)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เรื่อง เรียกร้องให้องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนพิจารณาบทบาทตนเอง&lt;/p&gt; &lt;p class="rteleft"&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;p&gt;ตามที่สถานการณ์เป็นที่ประจักษ์โดยทั่วไป ถึงการรุกล้ำ รุกไล่ คุมคาม  เพื่อละเมิดสิทธิมุษยชน โดยรัฐบาลผ่านอำนาจไปที่ ศอฉ.  ต่อประชาชนและพลเมืองของประเทศไทย  ที่ได้รับคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  และปฏิณญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน  โดยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ที่มีสิทธิเสมอกันโดยไม่มี เงื่อนไข&lt;/p&gt; &lt;p&gt;การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำอย่างต่อเนื่องและรุนแรงที่กระทำต่อชีวิต  ทรัพย์สิน และเกียรติภูมิของชาติพันธุ์ ความเชื่อ วัฒนธรรม สังคม  การแสดงออก  และการเมืองการปกครอง  ตลอดจนการละเมิดการสื่อสารด้วยการปิดสื่อในรูปแบบต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก  ทั้งที่ประเทศไทยประกาศต่อสากลว่าเป็นประเทศที่ปกครองภายใต้ระบอบ ประชาธิปไตย แต่พฤติกรรมของผู้ปกครอง รัฐบาล และผู้สนับสนุน  ไม่ได้สะท้อนความเป็นผู้ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยแต่อย่างใด&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ประเทศไทยมีองค์กรที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนทั้งที่ เป็นหน่วยงานภาครัฐองค์กรอิสระ และองค์กรภาคเอกชน เป็นจำนวนมาก  แต่กลับพบว่าไม่มีองค์กรใดมีความรู้สึกเดือดร้อนกับสถานการณ์ดังกล่าว  ในทางกลับกัน กลับแสดงท่าทีเพิกเฉย ต่อสถานการณ์ดังกล่าว  จนทำให้เกิดการใช้อำนาจทั้งในและนอกระบบเพื่อกระทำการล่วงละเมิดสิทธิมนุษย ชนของประชาชนและพลเมืองในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและรุนแรง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน (องค์กรสาธารณประโยชน์)  ในฐานะเป็นองค์กรพัฒนาเอกชน ที่มีวัตถุประสงค์ขององค์กรในข้อที่ 4  ที่ตั้งขึ้นเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน จึงขอเรียกร้องให้  องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน และองค์กรต่าง ๆ  ที่เกี่ยวข้องแสดงท่าทีต่อสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาล  โดยไม่เลือกปฏิบัติ และ  ขอเรียกร้องให้รัฐยุติการคุกคามประชาชนพลเมืองในรูปแบบต่าง ๆ  โดยสิ้นเชิงในทันที&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;p class="rteright"&gt; &lt;/p&gt;ประกาศมา ณ วันที่ 9 กันยายน 2553&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน (องค์กรสาธารณประโยชน์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา: ประชาไท&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-3566237654202202300?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/3566237654202202300/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_5607.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/3566237654202202300'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/3566237654202202300'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_5607.html' title='แถลงการณ์เรียกร้องนักสิทธิ์ฯ อย่าเมินการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาล'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-4109919434061277798</id><published>2010-09-14T01:09:00.000+07:00</published><updated>2010-09-14T01:15:20.615+07:00</updated><title type='text'>ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปิดแท่นพิมพ์ "เรดพาวเวอร์"</title><content type='html'>&lt;p&gt;ผู้ว่าฯ นนทบุรีพร้อมตำรวจนำกำลังถือ "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" ยึดนิตยสาร  "เรดพาวเวอร์" พร้อมอายัดเครื่องพิมพ์ของโรงพิมพ์เอกชน 11 แท่น  เหตุรับจ้างพิมพ์นิตยสารดังกล่าว พร้อมค้นประวัติพนักงาน  และสั่งให้บริษัทเอกชนดังกล่าวเลิกรับจ้างพิมพ์ "เรดพาวเวอร์"&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;a href="http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9530000126784" target="_blank"&gt;เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์&lt;/a&gt;  รายงานว่า วันนี้ (9 ก.ย.) เมื่อเวลา 13.00 น. พ.ต.ท.ธนพัฒน์ นิลบดี รอง  ผกก.สส.สภ.เมืองนนทบุรี พ.ต.ท.สุนทร ชื่นชิด พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี  นำหมายศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจค้นบริษัท โกลเด้น เพาเวอร์ พริ้นติ้ง  จำกัด เลขที่ 282/4 หมู่ที่ 2 ซอยงามวงศ์วาน 27 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี  ซึ่งเป็นโรงพิมพ์ ที่รับจ้างพิมพ์นิตยสารเรดพาวเวอร์ โดยมี นางวัชนีกร  ศรีสวัสดิ์ อายุ 43 ปี ผู้ดูแลนำเจ้าหน้าที่ตรวจค้น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดสื่อสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับ  นิตยสารเรดพาวเวอร์ และเอกสารที่ต่างๆ จำนวนหนึ่ง  และได้มีคำสั่งอายัดเครื่องพิมพ์ทั้ง 11 เครื่อง  โดยห้ามเคลื่อนย้ายจำหน่ายจ่ายแจก แต่ให้ใช้พิมพ์หนังสืออื่นๆ  ที่ไม่เกี่ยวกับนิตยสารเรดพาวเวอร์ได้ และห้ามเคลื่อนย้ายหนังสือบางส่วน  และแจ้งว่า บริษัท โกลเด้น เพาเวอร์ พริ้นติ้ง จำกัด  เป็นอาคารที่สร้างขึ้นโดยผิดกฎหมาย ผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน  ประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 กันยายน นายวิเชียร พุฒิวิญญู  ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมผู้เกี่ยวข้องและตำรวจจำนวนมาก  ได้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เข้าตรวจค้น  และยึดเศษกระดาษนิตยสารเรดพาวเวอร์ ที่พิมพ์เสียไปจำนวนมาก  พร้อมทั้งประวัติพนักงานและเอกสารต่างๆ จำนวนมาก  พร้อมทั้งนำพนักงานที่ดูแลไปสอบสวน  และยังสั่งให้เลิกรับจ้างพิมพ์นิตยสารเรดพาวเวอร์&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวประชาไทรายงานว่าสำหรับนิตยสารเรดพาวเวอร์ มีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นักกิจกรรมกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย เป็นเจ้าของ โดย&lt;a href="http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9530000126784" target="_blank"&gt;ก่อนหน้า&lt;/a&gt;นี้ เมือ 31 ส.ค. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด  โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เคยแถลงว่า  มีสื่อสิ่งพิมพ์บางฉบับที่เสนอข้อมูลบิดเบือนจากข้อเท็จจริง  ทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวล มีความแบ่งแยก  หรือเสนอข่าวในลักษณะหมิ่นเหม่ จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่ง  ศอฉ.ได้ติดตามพฤติกรรมมาโดยตลอด  และจะมีการแจ้งความดำเนินคดีกับสื่อสิ่งพิมพ์ดังกล่าว  และถ้ามีความจำเป็นจะดำเนินการในขั้นเด็ดขาด เช่น  การปิดสื่อสิ่งพิมพ์ดังกล่าว&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ส่วนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี&lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2010/09/30933" target="_blank"&gt;เคยกล่าวเมื่อ 1 ก.ย. &lt;/a&gt;ว่า  “เรื่องนี้ไม่ใช่การคุกคามสื่อ ศอฉ.ได้ประชุมกันและมีสิ่งพิมพ์ฉบับหนึ่ง  ซึ่งพยายามอ้างตัวเป็นสื่อมวลชน  แต่ข้อความที่พิมพ์ออกมานั้นเป็นไม่ใช่ข่าวสารทั่วไป  แต่เป็นข้อความที่ยุยงให้คนเกลียดชังกัน  ให้คนรู้สึกเคียดแค้นไม่พอใจ  และมุ่งหวังให้เกิดความแตกแยกวุ่นวายในบ้านเมือง  ศอฉ.จึงเอาเรื่องนี้มาพิจารณาแล้วสั่งให้ดำเนินการกับสิ่งพิมพ์นี้ตามกฎหมาย  ผมเข้าใจว่าชื่อเรดเพาเวอร์ หรืออะไรสักอย่าง” นายสุเทพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่มา: ประชาไท&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-4109919434061277798?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/4109919434061277798/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_14.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/4109919434061277798'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/4109919434061277798'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_14.html' title='ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปิดแท่นพิมพ์ &quot;เรดพาวเวอร์&quot;'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-7885780365999453929</id><published>2010-09-06T02:32:00.000+07:00</published><updated>2010-09-06T02:32:55.157+07:00</updated><title type='text'>วอลล์เปเปอร์เกต</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_dMpI2XX8YYY/TIJrhm54-LI/AAAAAAAAF80/pv0smuOQxFg/s1600/553000013123301.jpg"&gt;&lt;img alt="" border="0" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5513087118978119858" src="http://3.bp.blogspot.com/_dMpI2XX8YYY/TIJrhm54-LI/AAAAAAAAF80/pv0smuOQxFg/s400/553000013123301.jpg" style="cursor: pointer; display: block; height: 400px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 321px;" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;br /&gt;&lt;span onmouseout="_tipoff()" onmouseover="_tipon(this)"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;โดยสุรนันทน์ชีวะเวชชา&lt;/span&gt; โดย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;span onmouseout="_tipoff()" onmouseover="_tipon(this)"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;ที่มา &lt;a href="http://translate.googleusercontent.com/translate_c?hl=th&amp;amp;sl=en&amp;amp;tl=th&amp;amp;u=http://suranandlive.bangkokvoice.com/soi_sawasdee.php%3Fid%3D569%26title%3D%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259B%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2595&amp;amp;rurl=translate.google.co.th&amp;amp;twu=1&amp;amp;anno=2&amp;amp;usg=ALkJrhg4bCA8ERcTELQFeKfOvTNPe2pZww"&gt;เสียงกรุงเทพฯ&lt;/a&gt;&lt;/span&gt; ที่มา &lt;a href="http://translate.googleusercontent.com/translate_c?hl=th&amp;amp;sl=en&amp;amp;tl=th&amp;amp;u=http://suranandlive.bangkokvoice.com/soi_sawasdee.php%3Fid%3D569%26title%3D%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259B%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2595&amp;amp;rurl=translate.google.co.th&amp;amp;twu=1&amp;amp;anno=2&amp;amp;usg=ALkJrhg4bCA8ERcTELQFeKfOvTNPe2pZww"&gt;Bangkok voice&lt;/a&gt;&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span onmouseout="_tipoff()" onmouseover="_tipon(this)"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;ก่อน การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1972 ซึ่งมีนายริชาร์ดนิกสัน  (Richard Nixon)  เป็นประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันที่ลงแข่งขันสมัยที่สองได้มีจับกุมผู้ บุกรุกเข้าไปในสำนักงานพรรคเดโมแคตร ในอาคารวอเตอร์เกต (วอเตอร์เกท)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;ก่อน การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1972 ซึ่งมี นายริชาร์ด  นิกสัน (Richard Nixon)  เป็นประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันที่ลงแข่งขันสมัยที่สอง  ได้มีจับกุมผู้บุกรุกเข้าไปในสำนักงานพรรคเดโมแครตในอาคารวอเตอร์เกต  (Watergate)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span onmouseout="_tipoff()" onmouseover="_tipon(this)"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;และติดตั้งเครื่องดักฟังโดยเบื้องต้นนั้นฝ่ายนายนิสันปฏิเสธการรับรู้ แต่ในที่สุดก็สาวกลับมาถึงผู้ที่เป็นทีมงานใกล้ชิดในขาวทำเนียบ&lt;/span&gt;  และติดตั้งเครื่องดักฟัง โดยเบื้องต้นนั้นฝ่าย นายนิสัน ปฏิเสธการรับรู้  แต่ในที่สุดก็สาวกลับมาถึงผู้ที่เป็นทีมงานใกล้ชิดในทำเนียบขาว&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span onmouseout="_tipoff()" onmouseover="_tipon(this)"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;นาย นิกสันยังยืนกรานว่าไม่เกี่ยวข้องไม่ได้เป็นผู้สั่งการจนมีการตั้งคำถามจาก สื่อมวลชนและนักการเมืองในซีกเดโมเครตว่าตัวประธานาธิบดี"รู้อะไร"และ"รู้ เมื่อไหร่"เพราะหากรู้แล้วช่วยปกปิด  ย่อมมีส่วนร่วมในการกระทำผิดการกลับกลายเป็นสถานการณ์ที่วิกฤตขึ้นเมื่อค้น พบว่านอกจากนายนิกสันจะรู้แล้วยังเป็นผู้"สั่งการ"ด้วยจนในที่สุดก็ต้องรับ ผิดชอบและลาออกไป&lt;/span&gt; นายนิกสัน ยังยืนกรานว่าไม่เกี่ยวข้อง  ไม่ได้เป็นผู้สั่งการ  จนมีการตั้งคำถามจากสื่อมวลชนและนักการเมืองในซีกเดโมเครต  ว่าตัวประธานาธิบดี “รู้อะไร” และ “รู้เมื่อไหร่” เพราะหากรู้แล้วช่วยปกปิด  ย่อมมีส่วนร่วมในการกระทำผิด  การกลับกลายเป็นสถานการณ์ที่วิกฤตขึ้นเมื่อค้นพบว่า นอกจาก นายนิกสัน  จะรู้แล้ว ยังเป็นผู้ “สั่งการ” ด้วย จนในที่สุดก็ต้องรับผิดชอบและลาออกไป&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span onmouseout="_tipoff()" onmouseover="_tipon(this)"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;ถือ เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักการเมืองทั่วโลกว่าควรและไม่ควรทำอะไรเพื่อรักษา อำนาจเพราะผลสุดท้ายนั้นไม่เพียงเสียหายต่ออนาคตของตนเอง  แต่ถึงประเทศชาติด้วยโดยรวม&lt;/span&gt;  ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักการเมืองทั่วโลก  ว่าควรและไม่ควรทำอะไรเพื่อรักษาอำนาจ เพราะผลสุดท้ายนั้น  ไม่เพียงเสียหายต่ออนาคตของตนเอง แต่ถึงประเทศชาติโดยรวมด้วย&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span onmouseout="_tipoff()" onmouseover="_tipon(this)"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;จริง อยู่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยปัจจุบันมีความแตกต่างทั้งในสาระและ สภาพแวดล้อม  แต่การดำเนินนโยบายต่างๆตลอดจนเกมการเมืองของรัฐบาลชุดนี้ทำให้ต้องนำคำถาม ชุดที่นายนิกสันถูกถามกลับมาตั้งเป็นปุจฉากับนายกรัฐมนตรี  นายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะและผู้ที่ทำงานรายล้อมได้&lt;/span&gt;  จริงอยู่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยปัจจุบัน  มีความแตกต่างทั้งในสาระและสภาพแวดล้อม แต่การดำเนินนโยบายต่างๆ  ตลอดจนเกมการเมืองของรัฐบาลชุดนี้ ทำให้ต้องนำคำถามชุดที่ นายนิกสัน  ถูกถามกลับมาตั้งเป็นปุจฉากับ นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  และผู้ที่ทำงานรายล้อมได้&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span onmouseout="_tipoff()" onmouseover="_tipon(this)"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;เรื่อง แรกที่ต้องถามคือเหตุการณ์การประท้วงชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงเดือน มีนาคมถึงพฤษภาคมที่ผ่านมาโดยเฉพาะเหตุการณ์"ขอคืนพื้นที่"เมื่อวันที่ 10  เมษายนที่สี่แยกคอกวัวซึ่งมีการปะทะกันจนมีผู้ เสียชีวิตกว่า 20  คนและเหตุการณ์"กระชับพื้นที่"ช่วงวันที่ 10-19  พฤษภาคมที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีกจำนวนมากไม่นับผู้บาดเจ็บและสูญ หาย&lt;/span&gt; เรื่องแรกที่ต้องถาม  คือเหตุการณ์การประท้วงชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงเดือนมีนาคมถึง พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะเหตุการณ์ “ขอคืนพื้นที่” เมื่อวันที่ 10  เมษายนที่สี่แยกคอกวัว ซึ่งมีการปะทะกันจนมีผู้เสียชีวิตกว่า 20 คน  และเหตุการณ์ “กระชับพื้นที่” ช่วงวันที่ 10-19 พฤษภาคม  ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก ไม่นับผู้บาดเจ็บและสูญหาย&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span onmouseout="_tipoff()" onmouseover="_tipon(this)"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;จน บัดนี้ยังไม่มีใครสามารถอธิบายได้ว่าเกิดอะไรขึ้นใครเป็นผู้สั่งการใคร ตัดสินใจให้ทหารนำกำลังเข้า"ขอคืนพื้นที่"และ"กระชับพื้นที่"นายกรัฐมนตรี ได้กำชับหรือไม่ว่าต้องไม่ให้มีการสูญเสียหรือให้ท้าย  ขยิบตาหรือสั่งการด้วยตนเองทั้งที่เหตุการณ์ผ่านมากว่า 3  เดือนแล้วยังไม่มีความชัดเจน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;จนบัดนี้ยังไม่มีใคร สามารถอธิบายได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ใครเป็นผู้สั่งการ  ใครตัดสินใจให้ทหารนำกำลังเข้า “ขอคืนพื้นที่” และ “กระชับพื้นที่”  นายกรัฐมนตรีได้กำชับหรือไม่ว่าต้องไม่ให้มีการสูญเสีย หรือให้ท้ายขยิบตา  หรือสั่งการด้วยตนเอง ทั้งที่เหตุการณ์ผ่านมากว่า  3เดือนแล้วยังไม่มีความชัดเจน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span onmouseout="_tipoff()" onmouseover="_tipon(this)"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;มี ใครประเมินให้นายกฯ  รับรู้หรือไม่ว่าในแต่ละกรณีแต่ละทางเลือกจะมีผู้บาดเจ็บล้มตายเท่าไหร่ฝ่าย ทหารได้บอกถึงมาตรการที่จะรักษาชีวิต"หรือไม่และเมื่อมีข่าวการตายของ ประชาชนนายกฯ มีปฏิกิริยา  อย่างไรทำไมไม่มีการประเมินใหม่หรือเพราะได้ตัดสินใจไปแล้ว?&lt;/span&gt;  มีใครประเมินให้นายกฯรับรู้หรือไม่ว่า ในแต่ละกรณีแต่ละทางเลือก  จะมีผู้บาดเจ็บล้มตายเท่าไหร่ ฝ่ายทหารได้บอกถึงมาตรการที่จะ รักษาชีวิต”  หรือไม่ และเมื่อมีข่าวการตายของประชาชน นายกฯมีปฏิกิริยาอย่างไร  ทำไมไม่มีการประเมินใหม่ หรือเพราะได้ตัดสินใจไปแล้ว?&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span onmouseout="_tipoff()" onmouseover="_tipon(this)"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;นายกฯ   รู้อะไรรู้เมื่อไหร่และตัดสินใจอะไรเป็นสิทธิที่ประชาชนพึงถามผู้นำที่อ้าง ว่ามาโดยวิถีประชาธิปไตยได้เสมอและเขาควรจะได้คำด้วยตอบ&lt;/span&gt;  นายกฯรู้อะไร รู้เมื่อไหร่ และตัดสินใจอะไร  เป็นสิทธิที่ประชาชนพึงถามผู้นำที่อ้างว่ามาโดยวิถีประชาธิปไตยได้เสมอ  และเขาควรจะได้คำตอบด้วย&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span onmouseout="_tipoff()" onmouseover="_tipon(this)"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;อีกเรื่องที่กำลังเป็นข่าวอึกทึกครึกโครมคือการเข้าพบนักโทษชื่อดังนายวิคเตอร์บูธของนายศิริโชคโสภาฉายา"วอลเปเปอร์"ของนายกฯ&lt;/strong&gt;   นายอภิสิทธิ์ซึ่งอาจส่งผลกระทบทั้งในแง่รูปคดีและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่ง  รัฐบาลได้นำพาเข้าไปอยู่ระหว่างเขาควายของสองมหาอำนาจรัสเซียและสหรัฐ อเมริกา&lt;/span&gt; อีกเรื่องที่กำลังเป็นข่าวอึกทึกครึกโครม คือการเข้าพบนักโทษชื่อดัง นายวิคเตอร์ บูธ ของ นายศิริโชค โสภา ฉายา &lt;strong&gt;“วอลเปเปอร์”&lt;/strong&gt;  ของ นายกฯนายอภิสิทธิ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบทั้งในแง่รูปคดี  และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ  ซึ่งรัฐบาลได้นำพาเข้าไปอยู่ระหว่างเขาควายของสองมหาอำนาจ รัสเซีย และ  สหรัฐอเมริกา&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span onmouseout="_tipoff()" onmouseover="_tipon(this)"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;หลายคนรวมทั้งตัวนายศิริโชคพยายามแก้ตัวว่าความเป็นส.ส.&lt;/span&gt; หลายคน รวมทั้งตัว นายศิริโชค พยายามแก้ตัวว่า ความเป็น ส.ส.&lt;/span&gt; &lt;span onmouseout="_tipoff()" onmouseover="_tipon(this)"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;ทำ ให้นายศิริโชคมีสิทธิเข้าพบนายบูธซึ่งก็อาจจะจริงหากนายศิริโชคไม่ได้เข้าไป โดยอ้างและใช้อำนาจฝ่ายบริหารแทนนายกฯ  เพราะหากเป็นเช่นนั้นนายศิริโชคไม่มีอำนาจหน้าที่แน่นอน&lt;/span&gt; ทำให้  นายศิริโชค มีสิทธิเข้าพบ นายบูธ ซึ่งก็อาจจะจริง หาก นายศิริโชค  ไม่ได้เข้าไปโดยอ้างและใช้อำนาจฝ่ายบริหารแทนนายกฯ เพราะหากเป็นเช่นนั้น  นายศิริโชค ไม่มีอำนาจหน้าที่แน่นอน&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span onmouseout="_tipoff()" onmouseover="_tipon(this)"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;แต่ ที่เหนือกว่าข้อกฎหมายคือความเหมาะสมและผลกระทบที่ตามมาเพราะนายศิริโชคไม่ อาจปฏิเสธได้ถึงความใกล้ชิดกับนายกฯ  คำถามจึงมีว่านายศิริโชคคุยอะไรและต่อรองแลกเปลี่ยนอะไรกันโดยที่ทำไปนั้น ตัดสินใจ ด้วยตนเองหรือไปใครสั่ง&lt;/span&gt; แต่ที่เหนือกว่าข้อกฎหมายคือ  ความเหมาะสม และผลกระทบที่ตามมา เพราะ นายศิริโชค  ไม่อาจปฏิเสธได้ถึงความใกล้ชิดกับนายกฯ คำถามจึงมีว่า นายศิริโชค คุยอะไร  และต่อรองแลกเปลี่ยนอะไรกัน โดยที่ทำไปนั้น ตัดสินใจด้วยตนเอง  หรือใครสั่งไป&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span onmouseout="_tipoff()" onmouseover="_tipon(this)"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;ยิ่ง หากเรื่องที่พูดคุยเป็นไปดังที่นายบูธให้ภรรยามาอ่านคำแถลงนั้นถือเป็นการ ใช้อำนาจก้าวก่ายฝ่ายบริหารและกระบวนการยุติธรรมแน่นอนซึ่งสะท้อน ทั้ง"ทัศนคติ"และ"นโยบาย"ของรัฐบาลชุดนี้ที่วิ่งไปเหมือนวิ่งอยู่ในลู่  แข่งทำนองไปข้างหน้าเพื่อไล่ล่าอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณชินวัตร  แต่เพียงถ่ายเดียว&lt;/span&gt; ยิ่งหากเรื่องที่พูดคุยเป็นไปดังที่ นายบูธ  ให้ภรรยามาอ่านคำแถลงนั้น  ถือเป็นการใช้อำนาจก้าวก่ายฝ่ายบริหารและกระบวนการยุติธรรมแน่นอน  ซึ่งสะท้อนทั้ง “ทัศนคติ” และ “นโยบาย” ของรัฐบาลชุดนี้  ที่วิ่งไปเหมือนวิ่งอยู่ในลู่แข่ง  ทำนองไปข้างหน้าเพื่อไล่ล่าอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  แต่เพียงถ่ายเดียว&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span onmouseout="_tipoff()" onmouseover="_tipon(this)"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;ภาษา อังกฤษเรียกว่า"Mind Track  One"ที่น่าเป็นห่วงคือสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้พร้อมจะ"แลก"เพื่อให้ได้ตัว  พ.ต.ท.  ทักษิณไม่รู้ว่าไปยื่นหมูยื่นแมวอะไรไว้อีกใครเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศคนต่อ ไป คงปวดดูหัวน่า&lt;/span&gt; ภาษาอังกฤษเรียกว่า “One Track Mind”  ที่น่าเป็นห่วงคือสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้พร้อมจะ “แลก” เพื่อให้ได้ตัว  พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่รู้ว่า ไปยื่นหมูยื่นแมวอะไรไว้อีก  ใครเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศคนต่อไปคงปวดหัวน่าดู&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span onmouseout="_tipoff()" onmouseover="_tipon(this)"&gt;&lt;span class="google-src-text" style="direction: ltr; text-align: left;"&gt;&lt;strong&gt;และหากปรากฏว่านายกฯ รับรู้ก่อนและวันนี้รู้แล้วยัง"อุ้ม"นายศิริโชคไว้ระวังจะเจอ"วอลเปเปอร์เกต"(Wallpapergate) ครับนะ!&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;และหากปรากฏว่า นายกฯรับรู้ก่อน และวันนี้รู้แล้ว ยัง “อุ้ม” นายศิริโชค ไว้ ระวังจะเจอ “วอลเปเปอร์เกต” (Wallpapergate) นะครับ!!&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span onmouseout="_tipoff()" onmouseover="_tipon(this)"&gt;&lt;strong&gt;ที่มา: ไทยอีนิวส์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-7885780365999453929?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/7885780365999453929/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_5008.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/7885780365999453929'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/7885780365999453929'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_5008.html' title='วอลล์เปเปอร์เกต'/><author><name>Admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11199547351617673795</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_Z6bxSyXkOLk/S8U5_y7RaRI/AAAAAAAAABE/UfQT9CaqeLI/S220/39logo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_dMpI2XX8YYY/TIJrhm54-LI/AAAAAAAAF80/pv0smuOQxFg/s72-c/553000013123301.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-4030449734603692319</id><published>2010-09-06T01:54:00.000+07:00</published><updated>2010-09-06T01:54:22.575+07:00</updated><title type='text'>วิสา:ทำไมแดงจึงไม่ตาย</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_dMpI2XX8YYY/TIEmGTLYvmI/AAAAAAAAF60/ansl8kFsbG0/s1600/44673_153734081303726_100000014066831_478383_6567217_n.jpg"&gt;&lt;img alt="" border="0" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5512729308547300962" src="http://1.bp.blogspot.com/_dMpI2XX8YYY/TIEmGTLYvmI/AAAAAAAAF60/ansl8kFsbG0/s400/44673_153734081303726_100000014066831_478383_6567217_n.jpg" style="cursor: pointer; display: block; height: 301px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;strong&gt;ทำไมแดงจึงไม่ตาย&lt;br /&gt;ทำไมแดงจึงขยายไปทุกหน&lt;br /&gt;แดงมิได้เสริมขยายไปตามคน&lt;br /&gt;แต่แดงคือผลิตผลทางความคิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความคิดหนึ่งคือต้องการความเป็นธรรม&lt;br /&gt;...คนต้อยต่ำต้องให้เขาเท่าเทียมสิทธิ์&lt;br /&gt;ความคิดสองคือปากท้องเกี่ยวข้องชีวิต&lt;br /&gt;เศรษฐกิจรากหญ้าสามัญชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความคิดสามคือเมตตากรุณา&lt;br /&gt;จากคนเคยศรัทธาอย่างท่วมท้น&lt;br /&gt;เชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เกินอิทธิพล&lt;br /&gt;เหนือกว่าคนธรรมดาบัญชาการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระสยามเทวาธิราช&lt;br /&gt;ต้องไม่ถูกผูกขาดโดยอำมาตย์ทหาร&lt;br /&gt;รายรอบตัวชั่วช้าความสามานย์&lt;br /&gt;อ้างร่มโพธิสมภารคุ้มครองตน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แดงคือคนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง&lt;br /&gt;นับวันยิ่งขยายออกเป็นดอกผล&lt;br /&gt;เลิกอยู่กับอดีตอันมืดมน&lt;br /&gt;ยืนอยู่กับมวลชนสว่างตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พึงเข้าใจว่าความคิดมิใช่คน&lt;br /&gt;ความจริงทรงอิทธิพลแห่งคุณค่า&lt;br /&gt;ไม่จำกัดยาวนานกาลเวลา&lt;br /&gt;จนกว่าสัจจารมณ์จักสมปอง&lt;/strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย วิสา คัญทัพ&lt;br /&gt;ที่มา &lt;a href="http://www.facebook.com/home.php?#%21/event.php?eid=152073151477295&amp;amp;ref=mf"&gt;face book&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-4030449734603692319?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/4030449734603692319/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_9346.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/4030449734603692319'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/4030449734603692319'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_9346.html' title='วิสา:ทำไมแดงจึงไม่ตาย'/><author><name>Admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11199547351617673795</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_Z6bxSyXkOLk/S8U5_y7RaRI/AAAAAAAAABE/UfQT9CaqeLI/S220/39logo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_dMpI2XX8YYY/TIEmGTLYvmI/AAAAAAAAF60/ansl8kFsbG0/s72-c/44673_153734081303726_100000014066831_478383_6567217_n.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-3227484019119603611</id><published>2010-09-06T00:29:00.000+07:00</published><updated>2010-09-06T00:29:52.609+07:00</updated><title type='text'>บทบรรณาธิการ ฟ้าเดียวกัน: “ราชประสงค์” ในประวัติศาสตร์นิพนธ์ไทย</title><content type='html'>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;     &lt;div class="field-items"&gt;             &lt;div class="field-item odd"&gt;                     “ราชประสงค์” ในประวัติศาสตร์นิพนธ์ไทย&lt;br /&gt;บทบรรณาธิการ ฟ้าเดียวกัน ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม-กันยายน 2553&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size: 10pt;"&gt;นับแต่ทศวรรษ&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size: 10pt;"&gt; 2490 เป็นต้นมา เมื่อกลุ่มนิยมเจ้าสามารถหวนคืนสู่อำนาจทางการเมือง&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-size: 10pt;"&gt;หลัง สิ้นยุคคณะราษฎร  ประวัติศาสตร์แห่งชาติไทยก็ตกอยู่ภายใต้กรอบโครงเรื่องว่าด้วยพระอัจฉริยภาพ ของกษัตริย์ แม้จะถูกรบกวนบ้างจากสิ่งแปลกปลอมจากภายนอก  ไม่ว่าจะเป็นความคิดความอ่านหรือวัฒนธรรมตะวันตก  ไม่ว่าจะเป็นอริราชศัตรูหรือมหาอำนาจต่างชาติ  แต่ชาติไทยและความเป็นไทยของเราก็ดำเนินสืบเนื่องมาได้อย่างราบรื่น สงบสุข  ภายใต้ร่มพระบารมี ผ่านยุคอาณาจักรสุโขทัย อยุธยา กระทั่งถึงรัตนโกสินทร์&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size: 10pt;"&gt;แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไป  แต่ชาติไทยและความเป็นไทยก็สามารถปรับตัวได้อย่างสอดคล้อง  พระมหากษัตริย์ทรงเป็นทั้งผู้นำที่พาชาติไปสู่ความทันสมัย  เป็นบิดาของประชาธิปไตย เป็นแบบอย่างทางด้านวิทยาศาสตร์ ดนตรี ศิลปะ กีฬา  การลงทุน แม้กระทั่งเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาในยุคโลกาภิวัตน์&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt;"&gt;-เสรี นิยมใหม่ ขณะเดียวกัน พ่อของชาติก็เป็นศูนย์รวมจิตใจของมวลชน  เป็นผู้นำทางศีลธรรมและการพัฒนาในยามที่บ้านเมืองเผชิญกับวิกฤตการณ์ทาง เศรษฐกิจสังคม  และยังสามารถใช้พระราชอำนาจในการยุติความเลวร้ายทางการเมืองได้อย่างเหมาะสม ตามหลักเอนกนิกรสโมสรสมมติ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size: 10pt;"&gt;แน่นอนว่า  กรอบโครงเรื่องประวัติศาสตร์ฉบับทางการดังที่ว่ามาก็มิได้ดำรงอยู่อย่างหยุด นิ่ง &amp;nbsp;มิได้ดำรงสถานะครอบงำได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทว่าต้องต่อสู้&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt;"&gt;-ต่อ รองเพื่อรักษาอำนาจนำอย่างไม่ขาดสาย ทั้งในรูปพิธีกรรม แบบเรียน นิทรรศการ  อาคารสถานที่ อนุสาวรีย์ ดนตรี บทเพลง รูปภาพ นวนิยาย วรรณกรรม ละคร  ภาพยนตร์ สื่อโฆษณา รายการบันเทิง เครือข่ายสังคมทางอินเทอร์เน็ต และอื่นๆ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size: 10pt;"&gt;อย่างไรก็ดี ในอดีต การตรวจสอบ  ตั้งคำถาม  และท้าทายประวัติศาสตร์นิพนธ์กระแสหลักก็มักจำกัดอยู่เฉพาะในแวดวงแคบๆ  ของปัญญาชนในรั้วมหาวิทยาลัย  อาจจะมียกเว้นบ้างในช่วงกระแสสูงของการปฏิวัติสังคมนิยมภายใต้การนำของพรรค คอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย แต่ฝ่ายต่อต้านก็ปราชัยไปในท้ายที่สุด  เหลือทิ้งไว้แต่เศษซากผลผลิตที่เข้าใจได้ยากและขำไม่ออกในขบวนการมวลชน เหลือง&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt;"&gt;-แดง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size: 10pt;"&gt;ทว่าความขัดแย้งทางการเมืองหลังการรัฐประหารเพื่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนับจากเดือนกันยายน&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt;"&gt;  2549 ได้ส่งผลให้สภาพการณ์บางอย่างเปลี่ยนไปอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  ดูเหมือนว่า  กระบวนการเปลี่ยนมุมมองทางประวัติศาสตร์กำลังเคลื่อนย้ายฐานที่มั่น  จากปัญญาชนกลุ่มเล็กๆ ไปสู่มวลชนเรือนแสนเรือนล้าน  ผ่านปฏิบัติการทางการเมืองบนท้องถนน ผ่านวิทยุชุมชน ผ่านจานดาวเทียม  ผ่านเวทีพูดคุยเสวนา ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ ผ่านแผ่นซีดี ผ่านสภากาแฟ  ผ่านคำบอกเล่าของญาติมิตร  รวมทั้งผ่านช่องทางการติดต่อสื่อสารความเร็วสูงสมัยใหม่&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size: 10pt;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size: 10pt;"&gt;ปรากฏการณ์ที่ภาครัฐขะมักเขม้นกับการ ตรวจสอบ ตรวจจับ  เซ็นเซอร์ข้อมูลข่าวสารที่ไม่พึงประสงค์หรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคง  ประกอบกับการจัดตั้งขบวนการมวลชนเลี้ยวขวาเพื่อทำหน้าที่ตำรวจทางความคิด  ย่อมสะท้อนสภาพการณ์ที่เปลี่ยนไปได้อย่างชัดเจน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size: 10pt;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size: 10pt;"&gt;แต่ความพยายามที่จะแช่แข็งสังคมไทย  โดยไม่ยอมที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดเลย ดูจะเป็นเพียงแค่ความฝันเสียแล้ว  โดยเฉพาะหลังการล้อมปราบครั้งใหญ่ ณ  ใจกลางกรุงเทพมหานครเมื่อเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมที่ผ่านมา  มีความเป็นไปได้อย่างสูงที่โศกนาฏกรรมจากราชดำเนินสู่ราชประสงค์จะแปรเป็นไฟ การเมืองที่เผาไหม้ทำลายโครงสร้างการเมืองเก่า  ความขัดแย้งและการเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายปีที่ผ่านมา  ได้บ่มเพาะปีศาจสำหรับชนชั้นนำไทยที่มาพร้อมกับความเข้าใจทางสังคม  ความทรงจำทางประวัติศาสตร์ และความหมายทางการเมืองแบบใหม่ขึ้นมาแล้ว&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size: 10pt;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size: 10pt;"&gt;เช่นเดียวกับประวัติศาสตร์&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt;"&gt;  2475 กรณีสวรรคต และ 6 ตุลา  ซึ่งไม่มีที่ทางหรืออยู่อย่างอิหลักอิเหลื่อในกรอบโครงประวัติศาสตร์แห่ง ชาติ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ประวัติศาสตร์ “ราชประสงค์”  จะท้าทายประวัติศาสตร์นิพนธ์ไทยอย่างถึงรากคู่ขนานไปกับการต่อสู้ระหว่าง ปีศาจเสื้อแดงกับข้อจำกัดทางการเมืองเหนือการเขียนประวัติศาสตร์ไทย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size: 10pt;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size: 10pt;"&gt;ที่มา: ประชาไท &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-3227484019119603611?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/3227484019119603611/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_06.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/3227484019119603611'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/3227484019119603611'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_06.html' title='บทบรรณาธิการ ฟ้าเดียวกัน: “ราชประสงค์” ในประวัติศาสตร์นิพนธ์ไทย'/><author><name>Admin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11199547351617673795</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_Z6bxSyXkOLk/S8U5_y7RaRI/AAAAAAAAABE/UfQT9CaqeLI/S220/39logo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-929026714503254506</id><published>2010-09-05T20:24:00.000+07:00</published><updated>2010-09-05T20:25:40.106+07:00</updated><title type='text'>สนนท.แถลงการณ์ ไม่สังฆกรรม กก.ปฏิรูป ประนามรัฐจับกุมสองมาตรฐานยืนยันแนวทางคนเสื้อแดง</title><content type='html'>&lt;p&gt;2 กันยายน 2553  สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย( สนนท.)  ออกแถลงการณ์ประกาศจุดยืนทางการเมือง  ยันไม่สังฆกรรม กก.ปฏิรูป  หยามเป็นแค่คณะปาหี่ ประนามรัฐบาลฆาตกรตีฝีปากปิดบังปัญหา  ยืนยันแนวทางการต่อสู้ของคนเสื้อแดง  ประกาศพร้อมสู้เคียงข้างตราบวันได้ชัย&lt;/p&gt; &lt;table style="width: 576px; height: 23px;" border="1" cellpadding="1" cellspacing="1"&gt; &lt;tbody&gt; &lt;tr&gt; &lt;td&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;                 แถลงการณ์สมัชชาใหญ่ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) 2553&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;                       เป็นเวลากว่าสามเดือนแล้วที่รัฐบาลได้ใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมเรียกร้อง ข้อเสนอที่เป็นประชาธิปไตยของประชาชนคนเสื้อแดง  เป็นเวลากว่าสามเดือนแล้วที่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ถูกประหัตประหารด้วยกำลัง จากน้ำมือของทหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มาจากภาษีของพวกเขาเอง  ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้น  ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติยังคงไม่ได้รับความเป็นธรรม  ยังคงไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบ แม้แต่รัฐบาล  ในฐานะที่ควรจะต้องรับผิดชอบมากที่สุด  เมื่อมีประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากใจกลางกรุงเทพมหานครก็ตาม  รัฐบาลไม่เพียงนิ่งเฉย  หากแต่กลับป้ายความผิดให้กับผู้เสียชีวิตอย่างหน้าด้านๆ  ให้พวกเขากลายเป็นผู้ก่อการร้าย เป็นผู้สร้างความเดือดร้อนและ  เป็นผู้ทำร้ายประเทศไทย ทั้งๆที่เศรษฐกิจที่ล้มเหลว  การเมืองที่เป็นเผด็จการ การทุจริตฉ้อฉลในทุกวงการ  ที่เป็นตัวการทำร้ายประเทศไทยอย่างแท้จริงและหนักหน่วงที่สุด  ล้วนแต่เป็นฝีมือของรัฐบาลทั้งสิ้น  อีกทั้งในเหตุการณ์เมษา-พฤษภาเลือดที่ผ่านมา หลักฐานมากมายระบุชัดว่า  กองกำลังฝ่ายรัฐบาลคือผู้ยิงฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์มากกว่า 90 ชีวิต  ไม่เพียงเท่านั้นรัฐบาลยังคงใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการบิดเบือนข่าวสาร  สร้างวาทกรรม ตีฝีปากเพื่อเอาภาพลักษณ์บดบังปัญหา  ไม่ได้มีความจริงใจที่จะแก้ไขความขัดแย้งใดๆ  หยิบยกเอาตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจปลอมๆที่ขัดแย้งกับความเป็นจริงของ ชีวิตประชาชนตามท้องนาและท้องตลาดที่ลำบากยากแค้นแสนเข็ญ  มากลบเกลื่อนปัญหาที่ต้องรับผิดชอบ  ก็เหมือนใช้ใบบัวมาปิดซากศพของประชาชนเอาไว้  ตอนนี้ครอบครัวญาติพี่น้องของผู้สูญหายและเสียชีวิตยังคงร่ำไห้ได้แต่เก็บ ความเคียดแค้นไว้ในใจรอวันชำระ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;                       และเป็นเวลาสามเดือนกว่า  อีกเช่นกันที่ประชาธิปไตยในประเทศไทยดิ่งลงถึงจุดที่ต่ำที่สุดในนประวัติ ศาสตร์ แน่นอนว่าตัวอย่างที่ชัดเจน ก็คือจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต  ที่มีจำนวนสูงเกินกว่าในการปราบปรามประชาชนของรัฐบาลเผด็จการในอดีตเสียอีก  การเห็นต่างมีอานุภาพร้ายแรงจนสามารถสั่งเป็นสั่งตายคนได้  เป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยต้องจดจำไว้ว่าเรามีรัฐบาลเผด็จการทรราชย์ครอง เมือง  ที่ใช้อำนาจผ่านกฎหมายพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อทำ ร้ายประชาชนอย่างชอบธรรม นั่นคือรัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ  ได้มองประชาชนผู้เรียกร้องการยุบสภา เป็นเพียงศัตรูที่จะต้องปราบปราม&lt;/p&gt; &lt;p&gt;                       แม้จะดูเหมือนว่ารัฐบาลได้พยายามแสดงความตั้งใจที่จะคลี่คลายปัญหา  และเร่งสร้างภาวะปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นโดยตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ  แต่สิ่งที่เรามองเห็นคือการโกหกปลิ้นปล้อน และการผลาญงบประมาณโดยใช่เหตุ  เราจะปฏิรูปประเทศได้อย่างไร  ในเมื่อญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตยังไม่ได้รับความเป็นธรรม  และเสียงของพวกเขายังถูกทำให้แผ่วหายไปในสายลม&lt;/p&gt; &lt;p&gt;                      ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ พวกเรา  ในนามของที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)  และคณะกรรมการบริหารชุดใหม่  จึงขอประกาศจุดยืนต่อจากนี้ที่ไม่ยอมอ่อนข้อต่อเผด็จการ  และขอประณามการกระทำของรัฐบาลทรราชย์จอมสร้างภาพ ดังนี้:&lt;/p&gt; &lt;p&gt;                      1.  พวกเราจะไม่ขอร่วมสังฆกรรมกับคณะกรรมการปฎิรูปฯ  คนที่เป็นคู่กรณีย่อมไม่อาจเป็นตัวกลางผู้ไกล่เกลี่ยได้  จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าคณะกรรมการปฏิรูปฯ ที่ถูกตั้งขึ้นโดยรัฐบาล  ผ่านการทาบทามนายประเวศ วะสี และนายอานันท์ ปันยารชุน นั้น  เป็นเพียงคณะเล่นละครปาหี่ตบตาประชาชนเท่านั้น  และถึงที่สุดคณะกรรมการที่ว่านี้  ก็ไม่ได้ประกอบขึ้นมาจากประชาชนทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง  การปรองดองบนกองเลือดของผู้เสียชีวิตจะทำไม่ได้  การปรองดองบนความเกลียดชังย่อมไม่นำไปสู่สันติภาพ  การที่รัฐบาลเข่นฆ่าประชาชนกลุ่มหนึ่ง แล้วยัดเยียดพวกเขาให้เป็นฝ่ายผิด  จากนั้นก็มัดมือชกขอให้ลืมเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมา ลืมความแค้น  แล้วมาเริ่มต้นความสุขกันใหม่ ผู้ที่มีสามัญสำนึกรู้ผิดชอบชั่วดี  ย่อมไม่อาจทำใจยอมรับได้&lt;/p&gt; &lt;p&gt;                       2.  พวกเราขอประณามการใช้อำนาจเกินขอบเขตของรัฐบาล แม้ปากจะบอกให้ปรองดอง  แต่รัฐก็ยังกุมอำนาจทุกอย่างไว้ในมือ กระทำการสองมาตรฐานได้อย่างหน้าไม่อาย  ใช้กฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และเสรีภาพของประชาชนอย่างไม่สะทกสะท้าน  เพื่อสั่งปิดสื่อของฝ่ายตรงข้าม  และให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐในการตีความและจับกุมคนที่เห็นต่างได้อย่าง เต็มที่ ทั้งกรณีของนักเรียนนักศึกษาจังหวัดเชียงรายที่ถูกจับเพราะมาชูป้าย  “เราเห็นคนตายที่ราชประสงค์” กรณี บ.ก.ลายจุด  ที่ถูกจับเนื่องจากมาผูกผ้าแดงที่แยกราชประสงค์ หรือคุณนที สรวารี  ที่ถูกจับเพียงเพราะตะโกนคำว่า “ผมเห็นคนตายที่นี่” ไม่ใช่แต่เพียงเท่านี้  ยังมีประชาชนจำนวนมากที่ถูกจับกุมด้วยเหตุผลอันไม่เป็นธรรม  หากแต่ในขณะช่วงเวลาเดียวกันกับกรณีข้างต้น  ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรมาปักหลักชุมนุมหน้าสำนักงานยูเนสโก (UNESCO)  หรือพยายามจะบุกทำเนียบรัฐบาลอีกครั้งก็ตาม  รัฐบาลนี้กลับบอกว่าไม่ถือเป็นการสร้างความเดือดร้อน  แม้จะอยู่ใต้การบังคับใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์เอง  ก็ยังไปร่วมขึ้นเวทีทวงคืนเขาพระวิหารของกลุ่มพันธมิตรอีกด้วย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;                       3. พวกเรายืนยันแนวทางการต่อสู้ของคนเสื้อแดง  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  เรายังคงขอยึดแนวทางประชาธิปไตยที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างไม่มี เงื่อนไขใดๆเป็นที่ตั้ง  เราจะเชิดชูการต่อสู้ของประชาชนผู้ถูกกดขี่เจตน์จำนงของประชาชนจะต้องได้รับ การตอบสนอง เพราะประชาชนคือเจ้าของประเทศ  ไม่ใช่แค่ฟันเฟืองตัวเล็กตัวน้อยที่ตรากตรำทำงานหนักแล้วยังต้องจ่ายภาษีไป ให้กลุ่มอำมาตย์ และรัฐบาลสันดานโจรสูบกินเสวยสุขกันอย่างไร้ประโยชน์  เราจะขอต่อสู้เคียงข้างเจ้าของประเทศตัวจริง นั่นคือ  ประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ จนกว่าความเท่าเทียมเสมอภาคจะมาถึง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;                       4. พวกเรายืนยันว่าพลังนักศึกษาไม่ได้หายไปไหน  ความอยุติธรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองนั้น นักศึกษาสัมผัสได้  เราเจ็บแค้น และเศร้าโศกเสียใจเช่นกัน แม้ว่าครั้งนี้พวกเราจะรู้ตัวช้า  และปล่อยให้พ่อแม่พี่น้องต้องออกแรงก่อน แต่เมื่อพวกเราตื่นขึ้นแล้ว  เราจะไม่หลับอีกต่อไป เราขอร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับพ่อแม่พี่น้อง  เป็นกำลังใจ เป็นแนวร่วม เป็นความหวัง  และเป็นเพื่อนร่วมรบกับปีศาจเผด็จการที่ชั่วร้ายในสมรภูมิแห่งนี้ที่ชื่อว่า ประเทศไทยต่อไปจนได้รับชัยชนะ  และท้ายที่สุดแม้ว่าพวกเราจะไม่ใช่ตัวแทนของนิสิตนักศึกษาทั้งประเทศ  แต่พวกเราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำนั้น เป็นตัวแทนของความถูกต้อง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;                       พวกเราเชื่อว่า  หัวใจอันยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์ของประชาชนผู้รักความเป็นธรรม  จิตวิญญาณแห่งเสรีชนที่รักความก้าวหน้า  และไม่ยอมก้มหัวให้กับอำนาจบาตรใหญ่ใดๆ  พวกเขาคือประชาชนผู้ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย  และพวกเขาคือคนที่จะหลอมรวมกันเป็นพลังเพื่อจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ บังเกิดประโยชน์สุขต่อประชาชนอย่างแท้จริง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;                       สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)  ขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตของประเทศไทยไปสู่สังคมที่ยึด มั่นในหลักการแห่งเสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพในท้ายที่สุด&lt;/p&gt; &lt;p&gt;             &lt;/p&gt; &lt;p&gt;                                                      จงร่วมกันเร่งสภาวะประชาธิปไตยเสรีสมบูรณ์!&lt;/p&gt; &lt;p&gt;                                                                &lt;strong&gt;สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;/td&gt; &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt; &lt;/table&gt; &lt;p&gt; ที่มา: &lt;a href="http://www.siamintelligence.com/announcement-of-student-federation-of-thailand-2010/"&gt;http://www.siamintelligence.com/announcement-of-student-federation-of-thailand-2010/&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-929026714503254506?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/929026714503254506/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_05.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/929026714503254506'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/929026714503254506'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_05.html' title='สนนท.แถลงการณ์ ไม่สังฆกรรม กก.ปฏิรูป ประนามรัฐจับกุมสองมาตรฐานยืนยันแนวทางคนเสื้อแดง'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-5559675935465835085</id><published>2010-09-04T21:18:00.000+07:00</published><updated>2010-09-04T21:19:49.488+07:00</updated><title type='text'>รายงานมุกดาหาร:เรื่องเล่าจากหลังลูกกรงของสองชีวิตที่ถูกจับกุม</title><content type='html'>&lt;p&gt;“ไปชุมนุมเพราะอยากเรียกร้องประชาธิปไตย ไม่อยากให้มี 2 มาตรฐาน  ไม่อยากให้รัฐบาลฆ่าประชาชน  ไม่ได้คิดว่าจะมีการเผาศาลากลาง”&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เป็นถ้อยคำที่ลอดผ่านลูกกรงออกมาแสดงถึงเจตจำนงในการออกมาร่วมชุมนุมของ คนรากหญ้าที่ถูกชนชั้นนำตราหน้าว่าไม่มีการศึกษา ไม่รู้จักประชาธิปไตย  ถูกจ้างมา&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ทองมาก คนยืน และพวกอีก 25 คน  ถูกจับในข้อหาร่วมกันบุกรุกและวางเพลิงเผาอาคารศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร  จำนวน 2 หลัง อันเป็นสาธารณสถานและสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ในวันที่ 19  พฤษภาคม ที่ผ่านมา จนศาลากลางดังกล่าวเสียหาย คิดเป็นเงินจำนวน 85,000,000  บาท (แปดสิบห้าล้านบาท)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;แต่ก่อนที่จะโดนจับกุมตัวในวันเกิดเหตุ  ทองมากและผู้ร่วมชุมนุมที่ถูกจับกุมตัวเช่นกันถูกเจ้าหน้าที่ที่เข้าสลายการ ชุมนุมหลังอาคารศาลากลางทั้งสองหลังถูกไฟไหม้แล้ว ทำร้ายด้วยการใช้กระบองตี  บางคนถูกเตะ ถูกเหยียบ จนได้รับบาดเจ็บ   จากนั้นก็จับพวกเขายัดใส่รถคุมขังไว้หน้าศาลากลาง 2 คืน 1 วัน  และนำไปฝากขังที่เรือนจำมุกดาหารในวันที่ 21 พฤษภาคม&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ทองมากเล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้นว่า  เขากับเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ที่บ้านโคกสว่าง อ.ดอนตาล  ได้ทราบข่าวจากวิทยุในตอนเช้าว่า ทหารกำลังเข้าสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์  มีผู้ชุมนุมเสียชีวิต  จึงได้เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนบ้านประมาณ 10 คน  เข้าไปที่ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร  หวังจะไปเรียกร้องความเป็นธรรมกับผู้ว่าราชการจังหวัด  เมื่อไปถึงศาลากลางก็เข้าร่วมการชุมนุมอยู่บริเวณถนนข้างศาลากลาง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ประมาณ 11 นาฬิกา  ผู้ชุมนุมบางส่วนได้พังรั้วเข้าไปชุมนุมในบริเวณศาลากลาง  เนื่องจากการเจรจาขอเข้าไปชุมนุมในบริเวณศาลากลางกับรองผู้ว่าฯ ไม่เป็นผล   รองผู้ว่าฯ ปฏิเสธข้อเรียกร้องด้วยท่าทีที่ทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจ   ทองมากและเพื่อนได้ตามเข้าไปในบริเวณศาลากลางด้วย   ขณะนั้นการชุมนุมยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ  เกิดขึ้น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ช่วงเที่ยงทองมากได้ออกจากศาลากลางไปพบเพื่อนที่อยู่ในตัวเมืองมุกดาหาร   และกลับมาอีกครั้งประมาณบ่ายสอง พบว่าไฟกำลังไหม้อาคารศาลากลางอยู่  จึงนั่งดูเหตุการณ์อยู่นอกรั้ว  พร้อมทั้งรอเพื่อนบ้านมาสมทบเพื่อเดินทางกลับบ้าน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เมื่อเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมโดยใช้กระบองไล่ตีผู้ชุมนุม ด้านในรั้วออกมาถึงบริเวณที่ตนกับเพื่อนนั่งอยู่ก็เข้ามาตีและจับกุมทองมาก กับเพื่อนด้วย  ตัวทองมากเองนั้นโดนกระบองตีที่ขาจนเดินไม่ไหว  และบวมในเวลาต่อมา  ส่วนเพื่อนบ้านที่นั่งอยู่ด้วยกัน บ้างก็ถูกตี  บ้างก็ถูกเหยียบ และถูกจับกุมรวมทั้งสิ้น 5 คน ในจำนวนนี้มีเด็กผู้ชายอายุ  15 ปี ที่ตามพ่อไปดูเหตุการณ์ แล้วโดนจับกุมด้วย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;หลังจากถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำนานเกือบ 3 เดือน  โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว  ในที่สุดอัยการก็ยื่นฟ้อง   ทองมากและเพื่อนผู้ต้องหาด้วยกันจึงได้รับรู้ข้อหาที่พวกเขาโดนจับกุมอย่าง ชัดเจน หลังจากที่เข้าใจมาโดยตลอดว่าทุกคนโดนข้อหาวางเพลิง  7 คน  โดนข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ ส่วนทองมากและผู้ต้องหาที่เหลือรวม 19 คน  โดนข้อหาบุกรุกและร่วมกันวางเพลิงเผาศาลากลาง   คนที่โดนข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการเพียงข้อหาเดียวได้รับการปล่อยตัวชั่ว คราว(ประกันตัว)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เมื่อเพื่อนบ้านที่ถูกจับด้วยกันถูกตั้งข้อหาบุกรุกและได้รับการประกัน ตัวไป  ปัญหาที่คาอยู่ในใจของทองมากมาตลอดเวลา 3  เดือนในเรือนจำก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ “ตำรวจมีหลักฐานอะไร   ทำไมถึงตั้งข้อหาวางเพลิงให้ผม  ตอนไฟไหม้ผมก็อยู่ข้างนอก  เพื่อนถูกจับด้วยกันที่นอกรั้วยังโดนแค่บุกรุก  หรือว่าผมใส่เสื้อสีดำ  เขาเลยคิดว่าผมเป็นการ์ดหรือเปล่า  ทั้งตัวผมก็ไม่มีอะไรวันนั้น  ผมสะพายถุง(ย่าม)ใส่ก่อง(กระติ๊บ)ข้าวเท่านั้น”&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ทองมากในวัย 44 ปี พกพาเอาโรคไตอักเสบเข้าไปในเรือนจำด้วย   ก่อนหน้านั้นเขาเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลดอนตาล   หมอนัดผ่าตัดตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เจ้าตัวไม่กล้า ได้แต่ไปเอายามากิน   ทุกวันนี้ปวดเอวมาก โดยเฉพาะเวลานอน อาศัยกินยาแก้ปวด  หรือไม่ก็ฝากซื้อยาจากข้างนอก  และให้เพื่อนช่วยนวดให้ทุกวันจึงนอนได้&lt;/p&gt; &lt;p&gt;“ผมอยากได้รับการประกันตัวไปสู้คดีอยู่ข้างนอก จะได้รักษาตัวด้วย   อยู่ในนี้ผมกลัวว่าถ้าผมเป็นอะไรหนักตอนกลางคืน ผมอาจตายอยู่ในคุกได้  เพราะไม่มีใครพาไปโรงพยาบาล   เมื่อเดือนก่อนมีผู้ต้องหาคดียาเสพติดไส้ติ่งอักเสบ ปวดตั้งแต่ค่ำ  ไม่มีใครกล้าพาไปโรงพยาบาล ปวดอยู่จนตี 1 ไส้ติ่งแตกก็เสียชีวิต”&lt;/p&gt; &lt;p&gt;“เมียผมก็เป็นโรคหัวใจ ลูกสาวก็ป่วยเป็นร่อย(แขนขาไม่มีแรง) ทำงานไม่ได้   ซ้ำตอนนี้น้ำก็ท่วมบ้านอีก ผมต้องการแค่สิทธิในการได้รับการประกันตัว  เพื่อออกไปดูแลพวกเขา”  ทองมากย้ำถึงความต้องการเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะถูกนำตัวจากคุกใต้ศาลกลับสู่ เรือนจำมุกดาหารอีกครั้งพร้อมกับเพื่อนๆ ที่ยังไม่ได้รับการประกันตัว&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ในอีกฟากหนึ่งซึ่งแยกขังผู้ต้องหาหญิง  บุญเทียน  รูปสะอาด  ผู้ต้องหาหญิงเพียงหนึ่งเดียวในคดีบุกรุกและวางเพลิงเผาอาคารศาลากลาง จังหวัดมุกดาหารก็ส่งเสียงร้องขอสิทธิในการประกันตัวเช่นกัน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;บุญเทียน รูปสะอาด เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 15 ต.โพนทราย อ.เมือง  จ.มุกดาหาร   ในวันเกิดเหตุมีคนในหมู่บ้านเดินทางมาชุมนุมที่ศาลากลางจำนวนหลายคน  เธอจึงได้รับมอบหมายจากผู้ใหญ่บ้านให้มาช่วยดูแลลูกบ้าน  ทั้งหมดมาถึงศาลากลางประมาณ 10 โมงครึ่ง  บุญเทียนทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายมาเป็นอย่างดี   เธอคอยห้ามปรามทั้งลูกบ้านและผู้ร่วมชุมนุมคนอื่นไม่ให้ทำอะไรที่จะเป็นเหตุ ให้การชุมนุมเกิดเหตุการณ์รุนแรง   แต่เมื่อไฟลุกไหม้อาคารศาลากลางจนยากที่จะควบคุมได้แล้ว   บุญเทียนและลูกบ้านจึงชวนกันกลับในเวลาประมาณบ่ายสาม  ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เข้าสลายการชุมนุม&lt;/p&gt; &lt;p&gt;1 เดือนเศษต่อมา ตำรวจไปควบคุมตัวเธอมาจากบ้าน  โดยมีภาพในหมายจับเป็นรูปเธอใส่เสื้อสีแดงนั่งอยู่บนกองยางรถยนต์ที่กองอยู่ ในบริเวณศาลากลาง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;“เรานั่งอยู่บนกองยางก็จริง แต่ไม่ได้ทำอะไร  แถมยังเป็นคนห้ามไม่ให้เขาจุดไฟเผายาง  และกองยางในภาพก็ไม่ได้ถูกเผา   แต่เราโดนจับ โดนขังมา 2 เดือนแล้ว ยื่นประกันหลายครั้งแล้ว ก็ไม่ได้ประกัน   พวกที่โดนจับมาทั้งหมดนี่ก็ไม่ได้เผา  ไอ้คนเผาจริงก็ไม่ถูกจับ  ไม่รู้ยังไงกัน”&lt;/p&gt; &lt;p&gt;“ฉันต้องการแค่ได้ประกันตัวไปสู้คดีอยู่ข้างนอก  อยู่ในนี้ก็ไม่รู้จะสู้ยังไง มีโรคประจำตัวด้วย  ทำให้ความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก ซ้ำยังเป็นผู้หญิงคนเดียว  โดนแยกไปขังอยู่กับผู้ต้องหาคดีอื่น  ส่วนใหญ่เป็นคดียาเสพติด  เขาก็ไม่รู้อะไรเรื่องเสื้อแดง ไม่รู้จะระบายกับใคร อึดอัดมาก”  เป็นความในใจที่ระบายออกมาของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหญิงวัย 37 ปี แม่ของลูก 2  คน จากหลังลูกกรงใต้ศาลจังหวัดมุกดาหาร&lt;/p&gt; นี่เป็นเพียงเสียงของ 2 ใน 19 ผู้ต้องหาคดีเผาศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร  และเป็นเพียงเสียงของผู้ต้องหา 2 คนในจำนวนนับร้อยที่ได้รับการลงโทษ  จับกุมคุมขังในสิ่งที่เขาไม่ได้กระทำ  หรือกระทำในสิ่งที่เป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองอยู่ในรัฐธรรมนูญแห่งราช อาณาจักรไทย   อีกทั้งยังไม่ได้รับสิทธิในการปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อแก้ข้อกล่าวหาอย่างเป็น ธรรม   ในวันนี้ถึงแม้ความไม่เป็นธรรมที่พวกเขาได้รับจะทำให้พวกเขาและครอบครัว ทุกข์ทน  แต่มันก็เป็นสิ่งที่ตอกย้ำให้พวกเขา  แม้กระทั่งเราเชื่อมั่นว่าการต่อสู้เพื่อให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นในสังคมไทย นั้นจะต้องสานต่อให้บรรลุผลต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา: ประชาไท&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-5559675935465835085?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/5559675935465835085/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_04.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/5559675935465835085'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/5559675935465835085'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_04.html' title='รายงานมุกดาหาร:เรื่องเล่าจากหลังลูกกรงของสองชีวิตที่ถูกจับกุม'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-817480771804292310</id><published>2010-09-03T20:06:00.000+07:00</published><updated>2010-09-03T20:07:00.139+07:00</updated><title type='text'>นักโทษ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในกรุงเทพฯ ความผิด? ความจน? และการถูกลืม?</title><content type='html'>&lt;div style="margin: 0cm 0cm 10pt;"&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;เป็นเวลาเกือบ &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;4  เดือนแล้วหลังการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม  นอกเหนือจากผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ยังมีผู้ถูกจับกุมอีกจำนวนมาก  บางส่วนถูกปล่อยตัวแล้ว บางส่วนได้รับการประกันตัว  แต่มีคนอีกไม่น้อยที่ยังอยู่ในเรือนจำจนทุกวันนี้  &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;แม้หลาย หน่วยงานจะพยายามเรียกร้องให้มีการเปิดเผยจำนวนและรายชื่อของผู้ถูกคุมขัง ทั้งหมด แต่ข้อมูลมากที่สุดเท่าที่มีตอนนี้คงเป็นดังที่ พ.อ.เฟื่องวิชชุ์   อนิรุทธเทวา&lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt; เลขานุการ รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า ปัจจุบันยังมีผู้ที่อยู่ในเรือนจำทั้งสิ้น &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;209 คน  &lt;p&gt;โดยกรมราชทัณฑ์แบ่งผู้ถูกคุมขังเป็น 4 ประเภท คือ 1)อยู่ระหว่าง&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;สอบสวน ศาลยังไม่ตัดสินในเรือนจำทั่วประเทศ &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;169 &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;คน &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;2)&lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;คดีตัดสินเด็ดขาด &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;12 &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;คน &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;3) &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;กักขังแทนค่าปรับ &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;2 &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;คน &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;4)&lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;อยู่ระหว่างอุทธรณ์ฎีกา &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;26 &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;คน &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt; &lt;p&gt;สำหรับสถานที่กักขังนั้น&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;แยกเป็น เรือนจำพิเศษธนบุรี &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;1 &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;คน เรือนจำกลางคลองเปรม &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;17 &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;คน เรือนจำพิเศษพัทยา &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;1 &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;คน เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครที่ควบ คุมแกนนำ นปช.รวม &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;53 &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;คน ทัณฑสถานหญิงกลาง &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;4 &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;คน เรือนจำกลางเชียงราย &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;6 &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;คน เรือนจำจังหวัดนนทบุรี &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;6 &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;คน เรือนจำกลางขอนแก่น &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;9 &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;คน เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;22 &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;คน เรือนจำอำเภอธัญบุรี &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;2 &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;คน เรือนจำกลางนครปฐม &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;2 &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;คน เรือนจำกลางเชียงใหม่ &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;7 &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;คน เรือนจำกลางสมุทรปราการ &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;2 &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;คน เรือนจำกลางอุดรธานี &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;25 &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;คน เรือนจำจังหวัดมหาสารคาม &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;11 &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;คน เรือนจำกลางอุบลราชธานี &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;35 &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;คน&lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt; &lt;p&gt;คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกแจ้งข้อหาอื่นๆ เพิ่มเติมอีก นอกเหนือจากข้อหาพื้นๆ อย่างการชุมนุมเกิน &lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;5  คน ทั้งข้อหาวางเพลิงเผาสถานที่ราชการ การมีอาวุธสงครามในครอบครอง ฯลฯ  ขณะเดียวกันเมื่อสำรวจตามเรือนจำต่างๆ  จะพบว่ามีคนจำนวนมากทั้งที่ยอมรับสารภาพหรือให้การปฏิเสธยังคงไม่มีทนาย เพื่อต่อสู้คดี  แม้พรรคเพื่อไทยได้ให้การช่วยเหลือด้านทนายความให้บางส่วนแล้วก็ตาม &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;&lt;br /&gt;                     &lt;img alt="" src="http://www.prachatai3.info/sites/default/files/u7/letter.jpg" height="517" width="400" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt; ภาวิณี ชุมศรี ทนายความสิทธิมนุษยชน เดินทางเข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง 10 คน  ที่เรือนจำคลองเปรม เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา  หลังจากได้รับจดหมายขอความช่วยเหลือ  ซึ่งพบว่าทั้งหมดรับสารภาพในชั้นศาลและถูกพิพากษาจำคุกโดยไม่รอลงอาญา  ในจำนวนนี้มีส่วนที่คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ 3 คน โดยในจำนวนนั้น 2 คน  เป็นนักศึกษาในกลุ่มเสรีปัญญาชน ถูกจับวันที่ 16 และ 17 พ.ค.  ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี และไม่อนุญาตให้ประกันตัวเพราะเกรงว่าจะหลบหนี &lt;/p&gt; &lt;p&gt;ที่เหลือเป็นคนต่างจังหวัดและไม่มีทนายความสู้คดี  คาดว่าคดีคงถึงที่สุดแล้วเนื่องจากพ้นกำหนดเวลาอุทธรณ์มานาน  พวกเขาได้รับโทษตั้งแต่ 6 เดือนถึง 2 ปี เช่น กรณีของนายแสวง คนโคราช  ถูกจับวันที่ 18 พ.ค. บริเวณแยกมักกะสัน  เดินทางมาจากแยกราชประสงค์กำลังจะข้ามไปสามเหลี่ยมดินแดง  เขาเข้ามาทำงานก่อสร้างที่ กทม.นานแล้ว ไปร่วมชุมนุมคนเดียว  เมื่อถูกจับก็ถูกส่งตัวมาที่ สน.พญาไท ต่อมาวันที่ 19 พ.ค.53  ไปขึ้นศาลแต่ให้การปฏิเสธ ต่อมาวันที่ 20 มิ.ย.53  ได้ให้การรับสารภาพในชั้นศาล ไม่มีทนายความสู้คดี ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี 6  เดือน แต่เนื่องจากเพิ่งพ้นโทษจากคดีเก่าไม่เกิน 5 ปี ศาลจึงเพิ่มโทษอีก 6  เดือน เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน ส่วนญาติพี่น้องนั้นอยู่ที่ต่างจังหวัด  พ่อก็แก่มากแล้ว ทางบ้านทราบว่าถูกขังแต่ไม่สะดวกมาเยี่ยม  เขาพยายามเขียนจดหมายไปที่บ้าน แต่จนถึงบัดนี้ยังไม่มีใครตอบ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;กรณีของนายอภิวัฒน์ เป็นคนขอนแก่น ถูกจับเมื่อวันที่ 18 พ.ค.53  รับสารภาพและศาลตัดสินในวันรุ่งขึ้น พิพากษาจำคุก 1 ปี  เคยมีส.ส.จากเพื่อไทยมาเยี่ยมคนหนึ่งและให้ความช่วยเหลือแต่งทนายให้  แต่ไม่เคยได้พบทนาย เขาเดินทางเข้ามากทม.กับเพื่อน 3-4 คน  และยอมรับตรงไปตรงมาว่าถูกจับบริเวณซอยรางน้ำ  ขณะกำลังจะเข้าไปที่ชุมนุมที่ราชประสงค์&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;ปัจจุบันคณะทนายความ หนุ่มสาวอาสากลุ่มหนึ่งกำลังหาทางช่วยเหลือด้านคดีกับคนเหล่านี้ซึ่งมีฐานะ ยากจน ด้วยเหตุผลว่า อย่างน้อยที่สุด  เขาก็ควรได้รับสิทธิพื้นฐานในการต่อสู้คดี &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ยังมีอีกบางกรณีที่ไม่มีญาติเยี่ยม ไม่มีทนาย  ไม่รู้ว่าคดีของตัวเองไปถึงไหน ไม่รู้ชะตากรรมใดๆ ข้างหน้า   อย่างกรณีของสมพล อายุ &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;43  ปี ถูกขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มา 3 เดือนกว่า โดนจับตั้งแต่วันที่  16 พ.ค.บริเวณด่านทหารแถวจุฬาฯ การสอบถามข้อมูลเป็นไปอย่างยากลำบาก  เพราะยังมีความกลัว หวาดระแวงค่อนข้างสูง  เขาเล่าเพียงว่าชีวิตในเรือนจำค่อนข้างขัดสน เพราะไม่มีญาติมาเยี่ยม  ไม่มีเงินในบัญชีในการใช้จ่ายส่วนตัว เคยได้รับแจกสบู่ 3  ก้อนตอนเข้ามาอยู่ใหม่ๆ ปัจจุบันต้องเก็บเศษสบู่ของคนอื่นใช้  นอกจากนี้เขายังเรียกร้องขอผงซักฟอกเป็นสิ่งจำเป็นมากในเรือนจำ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;“เคยมีมาเยี่ยม  พวกนี้เอาแต่ฟ้อน เบื่อมาก (หัวเราะ) ถ่ายรูปแล้วก็กลับ  บอกเขาแล้วว่าไม่มีสบู่ ยาสีฟัน แฟ้บก็กำลังจะหมด เขารับปากแต่ไม่เห็นได้”  สมพลกล่าวถึงข้อเรียกร้องอันไร้ผลที่มีต่อหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชน  ซึ่งเคยเข้าไปเยี่ยมผู้ต้องขังข้อหาฝ่าฝืน  พรก.ฉุกเฉินในเรือนจำแล้วครั้งหนี่ง &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;เขากล่าวด้วยว่าที่ ผ่านมาเดินทางไปศาลแขวงปทุมวันหลายครั้ง และเคยเซ็นกระดาษเปล่าครั้งหนึ่ง  โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าทางพรรคเพื่อไทยจะตั้งทนายให้  แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่เคยได้พบทนาย  ปัจจุบันสมพลทำงานในเรือนจำในหน่วยผลิตแก้วกระดาษ ตลอด &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;3 เดือนที่ผ่านมา เขาได้เงินปันผลไปแล้ว 78 บาท &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;อีกกรณีหนึ่งคือ ประสงค์ ซึ่งทนายของพรรคเพื่อไทยได้เข้าไปสอบคำให้การแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนที่ผ่านมา ประสงค์เป็นเด็กหนุ่มอายุ &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;26  ปี ใส่ตาปลอมข้างซ้ายเนื่องจากตาเสียจากอุบัติเหตุตอนวัยรุ่น  เขาบอกว่ามีอาชีพเก็บของเก่าอยู่ย่านดินแดง ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง  อาศัยใต้ทางด่วนเป็นที่หลับนอนมาหลายปีแล้ว  ก่อนหน้านี้เขาทำงานอยู่โครงการศิลปาชีพ สวนจิตรลดา ในแผนกช่างปั้น  แต่ด้วยความเกเรจึงถูกส่งตัวกลับบ้านที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน  แล้วก็หนีมาอยู่กทม.อีก  &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;ประสงค์เล่าให้ฟังว่า เขาถูกทหารจับบริเวณใต้ทางด่วนดินแดงเมื่อวันที่ &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;21  พ.ค. ซึ่งยังคงเป็นช่วงเวลาประกาศเคอร์ฟิว  และทหารกำลังเคลียร์พื้นที่บริเวณนั้น  เวลาประมาณบ่ายสองเขารู้สึกหิวจึงเดินออกมาหาข้าวกินแถววัดสะพานแล้วจึงถูก ทหารจับ พร้อมกับคนอื่นๆ ในบริเวณเดียวกันอีก 5 คน  จากนั้นถูกมัดมือไขว้หลัง แล้วให้คุกเข่าตรงกองอาวุธไม่ว่าจะเป็นระเบิด ปืน  ขวดน้ำมัน เพื่อให้นักข่าวถ่ายภาพ  เขายืนยันว่านั่นเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นอาวุธเหล่านั้น  ก่อนหน้านั้นเขาไปร่วมชุมนุมบ้างเหมือนกันโดยไปช่วยแจกน้ำตามเต๊นท์และได้ ข้าวกินฟรี &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;ประสงค์บอกด้วยว่า  ขณะถูกทหารควบคุมตัวนั้นเขาพยายามดิ้นและถูกซ้อม  ก่อนจะถูกจับส่งตำรวจในพื้นที่ เขาถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน  และมีอาวุธไว้ในครอบครอง เขาให้การปฏิเสธทุกข้อหาและจะขึ้นศาลนัด  แรกในวันที่ &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;27 ก.ย.นี้ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt; ที่มา ประชาไท&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-817480771804292310?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/817480771804292310/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_3445.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/817480771804292310'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/817480771804292310'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_3445.html' title='นักโทษ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในกรุงเทพฯ ความผิด? ความจน? และการถูกลืม?'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-3813230101998088213</id><published>2010-09-03T20:05:00.000+07:00</published><updated>2010-09-03T20:06:15.209+07:00</updated><title type='text'>ไทยรัฐสัมภาษณ์ทักษิณ เผยถ่ายรูปกับแมนเดลาเมื่อศุกร์ที่แล้ว</title><content type='html'>&lt;p&gt;ไทยรัฐออนไลน์ นำเสนอบทสัมภาษณ์ทักษิณ ชินวัตร  ภายหลังถูกวิจารณ์เรื่องความสมจริงของรูปถ่ายกับเนลสัน แมนเดลา  เผยทำเหมืองเพชรอยู่แอฟริกา มีคนสร้างเรื่องโกหกกรณีป่วย  รำคาญถูกกล่าวหาเรื่องเป็นที่ปรึกษาฮุนเซน  บอกตนไม่มีอนาคตทางการเมือง-ไม่กลับไทยก็ได้ขอให้บ้านเมืองปรองดองเลิกกลั่น แกล้งกัน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;2 ก.ย. 2553 - เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ นำเสนอบทสัมภาษณ์ทักษิณ ชินวัตร  ภายหลังจากนายนพดล ปัทมะที่ปรึกษากฎหมายตระกูลชินวัตร นำรูปถ่ายล่าสุดของ  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ถ่ายรูปคู่กับ นายเนลสัน  แมนเดลามาเปิดเผยกับสื่อมวลชนแต่กลับโดนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า  อาจจะเป็นรูปถ่ายที่ถูกปรับแต่งหรือไม่นั้น  รวมทั้งกระแสข่าวเรื่องปัญหาสุขภาพ ซึ่งบทสัมภาษณ์ฉบับตัวอักษรมีดังนี้ &lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;อยากขอเรียนถามถึงความคืบหน้า ว่า ขณะนี้ท่านอาศัยอยู่ในประเทศอะไร&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ผม ... เดินทางตลอดเวลา ครับ  ขณะนี้อยู่ที่ทวีปแอฟริกา มาทำเหมืองเพชร อยู่&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;strong&gt;ด้านกระแสข่าวเรื่องสุขภาพ ที่มีการพูดถึงในวงกว้างว่าอาจจะกำลังป่วยหนักอยู่&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;คน ที่สร้างเรื่องก็โกหกมาตลอดอยู่แล้วนี่ครับ หากคนยังเชื่อการโกหกอยู่ คน  ๆ นั้น ก็ควรพิจารณาตัวเองว่า ทำไมจึงยังเชื่อคนที่โกหกเราตลอดทั้ง ๆ  ที่พิสูจน์แล้วว่ามันไม่จริงก็ยังเชื่ออยู่ ก็ต้องถามตัวเองแล้วว่า  ตัวเองผิดปกติหรือเปล่า หรือชอบฟังนิยายโกหก คนเราใครจะพูดอะไรก็ได้  มันอยู่ที่คนฟัง พูดได้หมดครับ จะพูดไง จะโกหกยังไงก็ได้ แต่อยู่ที่คนฟัง  คุณฟังเสียงผมแล้วคิดว่าผมป่วยไหม&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;strong&gt;ส่วนเรื่องที่หยุดการสนทนาผ่านทวิตเตอร์ ในระยะนี้ มีปัญหาติดขัดในเรื่องอะไรนั้น&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ผม ก็อยากให้บ้านเมืองเกิดความปรองดอง ทุกคนก็ยังจะ .... จริง ๆ แล้ว หากไม่ใช่ไทยรัฐ ผมก็คงไม่พูดนะ&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;strong&gt;ด้านเหตุผลที่ลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฮุนเซน&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;คือ ผม... รำคาญ  ครับ เพราะมักจะมีการกล่าวหาผม อย่างโน้นอย่างนี้  อยู่บ่อย ๆ ผมก็เลยปรึกษาท่านฮุนเซน ว่า ผมออกดีกว่าไหม  มันจะได้ขี้เกียจรำคาญ ผมจะได้สบาย ๆ อีกทั้งผมเอง ก็ไม่มีเวลาให้เค้าจริง ๆ  ผมไม่มีเวลาเลย เหมือนไปเอาชื่อเป็นตำแหน่งเค้า แต่ว่าไม่มีเวลา  เพราะว่าผมไม่ค่อยได้ไปกัมพูชา เพราะผมเดินทางมาทำเหมือง  ทำอะไรเลยไม่มีเวลา ก็เลยลาออกดีกว่า&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;strong&gt;หากนายกรัฐมนตรีฮุนเซน เชิญให้กลับมาเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจอีกครั้งจะกลับมารับตำแหน่งหรือไม่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ไม่ ครับ ... อย่าเลย ขอทำเรื่องของตัวเองมั่ง  อายุก็เยอะแล้วไม่ค่อยมีเวลา ทำงานให้ตัวเองดีกว่า ทรัพย์สินหามา  ก็ถูกปล้นไปเกินกว่าครึ่งหนึ่ง  ก็ต้องหาใหม่เพื่อสร้างหลักสร้างฐานให้ลูกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ด้านการที่ นายกษิต ภิรมย์ เดินทางไปเจรจากับรัฐบาลมอนเตเนโกร  ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความพยายามเจรจาเรื่องส่งผู้ร้ายข้ามแดนและยกเลิก  สัญชาติมอนเตเนโกร&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ผมว่าคนคนนี้ เดินทางไปที่ไหนเค้าก็คงต้อนรับแต่เพียงในนาม  เพราะพอคุยได้เพียงสองคำคนเค้าก็วิ่งหนีหมด  และผมเองก็ไม่เคยคิดที่จะให้ความสำคัญกับคน ๆ นี้เลย&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;strong&gt;ด้านอนาคตทางการเมือง ยังปรารถนาที่จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกหรือไม่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ผมเป็นคนไม่มีอนาคตทางการเมือง อนาคตทางการเมืองของผม ผมขอเป็นคนของประชาชนต่อไปแค่นั้น ก็พอไม่มีอย่างอื่น&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;หากสามารถเดินทางกลับประเทศไทย ได้ จะเดินทางกลับมาเมื่อใด&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ผม อยากกลับบ้านเกิด ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว แต่จริง ๆ แล้ว เฉย ๆ ครับ  จะกลับก็ได้  ไม่กลับก็ได้ ขอให้บ้านเมืองมีความปรองดอง เลิกกลั่นแกล้งกัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลั่นแกล้งกับคนที่ไม่มีกำลัง มันไม่ดีเลย  เพราะมันจะสร้างความโกรธแค้นในใจให้เข้าไปลึกซึ้งยิ่งขึ้น  ผมอยากขอให้เลิกเห็นคนที่เค้าไม่มีกำลังเหมือนไม่ใช่คนไทยได้แล้ว  อันนี้มันเป็นนิสัยเก่า ที่เคยไปใช้สมัยโบราณแล้ว มันไม่ดี  ซึ่งเมื่อยามใดที่เผด็จการครอบงำประเทศก็มักจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นทุก  ครั้ง ซึ่งมันอันตรายต่อประเทศโดยรวม&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;strong&gt;ด้านเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในอินเทอร์เน็ตว่ารูปภาพล่าสุด ที่ถ่ายร่วมกับอดีตประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา อาจเป็นภาพที่ถูกปรับแต่งขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ผม ขอยืนยันว่า รูปดังกล่าวเป็นการถ่ายเมื่อวันศุกร์ที่ 27 ส.ค.2553  เวลาประมาณ 14.00 น. ของทวีปแอฟาริกา โดย ผมถ่ายกับนายเนลสัน แมนเดลา  ที่มูลนิธิของอดีตผู้นำแอฟริกาใต้ จากนั้น ในเวลาประมาณ 16.00 น.  ไปถ่ายรูปกับ วินนี่ แมนเดลา ที่บ้านพักที่ใช้ในการต้อนรับนายเนลสัน  หลังติดคุกอยู่นานถึง 27 ปี&lt;/p&gt; &lt;p&gt;โดยทางเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ เปิดเผยว่าจะมีบทสัมภาษณ์ตอนที่ 2  เรื่องเกี่ยวกับ "ความในใจของอดีตนายกรัฐมนตรี  ต่อเบื้องหลังเหตุการณ์ปฏิวัติ 19 ก.ย." มานำเสนอต่อต่อในวันพรุ่งนี้&lt;/p&gt; &lt;p&gt;สามารถฟังเสียงบทสัมภาษณ์ได้ที่ต้นฉบับใน &lt;a href="http://www.thairath.co.th/content/pol/107933" target="_blank"&gt;เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่มา ประชาไท&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-3813230101998088213?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/3813230101998088213/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_5786.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/3813230101998088213'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/3813230101998088213'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_5786.html' title='ไทยรัฐสัมภาษณ์ทักษิณ เผยถ่ายรูปกับแมนเดลาเมื่อศุกร์ที่แล้ว'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-4534346683839026032</id><published>2010-09-03T20:04:00.002+07:00</published><updated>2010-09-03T20:05:39.355+07:00</updated><title type='text'>ศาลสั่งจำคุก 'สนธิ-สโรชา' คดีหมิ่นประมาท 'ทักษิณ' ให้รอลงอาญา 2 ปี</title><content type='html'>&lt;p&gt;ศาลอาญาอ่านคำพิพากษา คดีทักษิณ ฟ้อง "สนธิ ลิ้มทองกุล"  ในข้อหาหมิ่นประมาท พิเคราะห์แล้วมีความผิดจริง จำคุก 6 เดือน ปรับ 2  หมื่นบาท แต่จำเลยไม่เคยถูกลงโทษจำคุกมาก่อน  ประกอบกับการกระทำเป็นการเคารพต่อสถาบันให้รอลงอาญา 2 ปี&lt;/p&gt; &lt;p&gt;2 ก.ย. 2553 - เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่าศาลอาญา นัดฟังคำพิพากษา  คดีที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ฟ้องนายสนธิ  ลิ้มทองกุล, นางสโรชา พรอุดมศักดิ์ ผู้ดำเนินรายการทางสถานีเอเอสทีวี  (ASTV) และบริษัท แมเนเจอร์ มีเดียร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)  (ศาลยกฟ้องและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ) เป็นจำเลยที่ 1-3  ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา&lt;/p&gt; &lt;p&gt;โดยฟ้องว่า วันที่ 24 ส.ค. 2550 จำเลยที่ 1-2 ร่วมกันจัดรายการ  ยามเฝ้าแผ่นดิน ทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี และ นสพ.  ผู้จัดการรายวันของจำเลยที่ 3 ตีพิมพ์ข้อความที่จำเลยที่ 1-2  กล่าวปราศรัยให้กลุ่มพันธมิตรฯ ที่สหรัฐฯ มาเผยแพร่ ทำนองว่า  นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลของ พ.ต.ท. ทักษิณ  ระบุว่า สาเหตุที่ต้องออกจากรัฐบาล  เนื่องจากทนไม่ได้ที่หลังการยึดอำนาจรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549  ประมาณ 8 ชั่วโมง พ.ต.ท. ทักษิณ ได้พูดจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น รายงานว่า ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยทั้ง 2  ไม่ได้นำสืบให้ศาลเห็นว่าการกระทำของโจทก์ เป็นการจาบจ้วงสถาบัน  อีกทั้งโจทก์ยังไม่เคยถูกดำเนินคดี ในข้อหาอาฆาต มาดร้ายมหากษัตริย์  ข้อความที่จำเลยกล่าวหาโจทก์ ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง  การกระทำของจำเลยทั้ง 2 ถือเป็นความผิดตามฟ้อง พิพากษาจำคุกจำเลยทั้ง 2  คนละ 6 เดือน ปรับ 20,000 บาท แต่จำเลยไม่เคยถูกลงโทษจำคุกมาก่อน  ประกอบกับการกระทำเป็นการเคารพต่อสถาบัน โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญาเป็นเวลา 2  ปี และให้เผยแพร่คำพิพากษาลงในหนังสือพิมพ์จำนวน 6 ฉบับ เป็นเวลา 3 วัน&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;strong&gt;ที่มา :&lt;/strong&gt; &lt;a href="http://www.thairath.co.th/content/region/108077" target="_blank"&gt;ไทยรัฐออนไลน์&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://www.innnews.co.th/crime.php?nid=242446" target="_blank"&gt;สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-4534346683839026032?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/4534346683839026032/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/2.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/4534346683839026032'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/4534346683839026032'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/2.html' title='ศาลสั่งจำคุก &apos;สนธิ-สโรชา&apos; คดีหมิ่นประมาท &apos;ทักษิณ&apos; ให้รอลงอาญา 2 ปี'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-7523540524573547371</id><published>2010-09-03T20:04:00.001+07:00</published><updated>2010-09-03T20:04:47.107+07:00</updated><title type='text'>พี่ชาย ‘ดา ตอร์ปิโด’ ร้องเรียนอธิบดีราชทัณฑ์ กรณีเลือกปฏิบัติในเรือนจำ</title><content type='html'>&lt;div style="margin: 0cm 0cm 10pt;"&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;1  ก.ย.53 กิตติชัย ชาญเชิงศิลปกุล พี่ชายของดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา  ตอร์ปิโด ซึ่งถูกศาลตัดสินจำคุก 18  ปีข้อหาหมิ่นเบื้องสูงและคดีอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า  เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เข้าร้องเรียนกับอธิบดีกรมราชทัณฑ์  กรณีเจ้าหน้าที่มีการต่อว่าด้วยวาจาหยาบคายกับดารณีและมีการเลือกปฏิบัติใน เรือนจำ โดยหากเป็นผู้ต้องขังต่างชาติทำผิดจะได้รับการผ่อนปรน  ขณะที่ผู้ต้องขังชาวไทยจะถูกทำโทษอย่างเข้มงวด ทั้งนี้  อธิบดีได้รับเรื่องไว้และรับปากจะให้มีการสอบสวนต่อไป &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div style="margin: 0cm 0cm 10pt;"&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;ด้าน ดารณี กล่าวว่า  ขณะนี้ยังคงได้รับผลกระทบจากอาการขากรรไกรยึดติดทำให้อ้าปากไม่ได้  แต่ยังไม่สามารถผ่าตัดได้ เนื่องจากเกร็ดเลือดต่ำ และเมื่อ &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;2  สัปดาห์ที่ผ่านมาได้เข้าโครงการบวชชีพราหมณ์เป็นเวลา 5 วัน  เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมเมื่อเดือนเมษายน และพฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งยังแนะนำให้คนเสื้อแดงลองต่อสู้ด้วย&lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt;"&gt;การอโหสิกรรมแทนความเคียดแค้น ทำกิจกรรมนั่งสมาธิ สวดมนต์แผ่เมตตา อโหสิกรรมให้ศัตรูเพื่อเปลี่ยนแปลงศัตรู &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div style="margin: 0cm 0cm 10pt;"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1184465936039896340-7523540524573547371?l=thairedshirt.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thairedshirt.blogspot.com/feeds/7523540524573547371/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_8844.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/7523540524573547371'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1184465936039896340/posts/default/7523540524573547371'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thairedshirt.blogspot.com/2010/09/blog-post_8844.html' title='พี่ชาย ‘ดา ตอร์ปิโด’ ร้องเรียนอธิบดีราชทัณฑ์ กรณีเลือกปฏิบัติในเรือนจำ'/><author><name>Double Standard</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04199376313422721380</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_ixK2QDCjYEw/TID0mIyvLjI/AAAAAAAAAAM/4QzEwhQETBo/S220/prisoner.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1184465936039896340.post-5113489859424942399</id><published>2010-09-03T20:03:00.002+07:00</published><updated>2010-09-03T20:04:15.816+07:00</updated><title type='text'>มหาสารคาม:ศาลไม่ให้ประกั
